เริ่มเลย เรื่องแรก
=======================
ไอ้หนุ่มวาสลีน
ไอ้หนุ่มคนหนึ่งใฝ่ฝันมานานแล้วว่า อยากได้มอไซค์ฮาเลย์ซักคัน
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเก็บเงินได้มากพอจนสามารถซื้อฮาเลย์ได้
แต่ก่อนที่จะออกจากโชว์รูม คนขายเตือนเขาว่า
ให้ระวังชิ้นส่วนที่ชุบโครเมียมจะหมองถ้าโดนฝน
ไอ้หนุ่มมอ'ไซค์เห็นจริงดังนั้น เลยถามคนขายว่าควรทำอย่างไรดี แล้วก้อได้
คำตอบว่า
ให้พกวาสลีนติดตัวไว้เสมอ
เวลาฝนจะตกก้อเอาวาสลีนไปละเลงตรงที่ชุบโครเมียม
ด้วยความรักที่มีต่อมอไซค์ราคาแพง
ไอ้หนุ่มคนนั้นจึงพกวาสลีนติดตัวตามที่ได้รับคำแนะนำมา
ต่อมาไม่นานั้น ไอ้หนุ่มมอ'ไซค์ก้อพบรักกับสตรีนางหนึ่ง
ถึงขนาดพาซ้อนฮาเลย์ไปใหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา
ความรักของทั้งสองคนเบ่งบานขึ้นจนสาวเจ้าออกปากเชิญไป
กินข้าวเย็นที่บ้านกับครอบครัวของเธอ ไอ้หนุ่มฮาเลย์ตกลงทันที
แต่เธอบอกว่าที่บ้านเธอมีธรรมเนียมแปลกอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือหลังอาหาร
เย็นสิ้นสุดลง
ใครพูดออกมาเป็นคนแรกต้องล้างจานทั้งหมด ไอ้หนุ่มรู้สึกแปลกใจแต่คิดว่าคง
น่าสนุกดี
ดังนั้นหลังอาหารเย็น ทุกคนซึ่งประกอบด้วย
พ่อแม่ของฝ่ายหญิงและคู่รักหนุ่มสาวจึงพากันรูดซิปปากกันถ้วนหน้า
กาลผ่านไปเป็นชั่วโมงจนไอ้หนุ่มรู้สึกอึดอัด แต่แล้วเขาก้อคิดอุบายออกมา
ได้อย่างหนึ่ง
เขาหันมากอดจูบแฟนสาวต่อหน้าพ่อแม่ของเธอ
แต่ผิดคาด ไม่มีใครพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ไอ้หนุ่มมอไซค์ไม่ยอมจำนน
ง่ายๆ
เขาจับสาวเจ้าให้ขึ้นไปนอนบนโต๊ะอาหารแล้วจัดการ xxx.... ทันที ไม่มีใครเอ่ย
ปากแม้แต่คำเดียว!!!
ไอ้หนุ่มรู้สึกประหลาดใจมาก แต่ยังไม่ยอมแพ้
คราวนี้ลงมือ ....xxx กับแม่ของฝ่ายหญิงอย่างดุเดือด
แต่แล้วก้อเหมือนเดิม ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย
คราวนี้ไอ้หนุ่มฮาเลย์รู้แล้วว่า คงไม่มีทางเอาชนะเกมนี้ได้ง่ายๆ
ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้ยินเสียงฟ้าร้องครืนมาแต่ไกล แน่แล้ว ฝนกำลังจะตก
แน่ๆ
สิ่งแรกที่เขาคิดคือต้องเอาวาสลีนไปทารถมอ'ไซค์ซะก่อนที่จะเปียกฝน
คิดแล้วเขาก้อล้วงเอากระปุกวาสลีนออกมา....
"เอาหล่ะ" เสียงหนึ่งทำลายความเงียบขึ้น เป็นของพ่อของแฟนสาวนั่นเอง
"ถ้ามึงจะเอาขนาดนี้เลยล่ะก้อ กูล้างจานเองก้อได้..."
ชายชาวอินเดียคนหนึ่ง เดินเข้าไปในธนาคารกลางเมืองนิวยอร์ค
ถามหาเจ้าหน้าที่สินเชื่อ ชายคนนี้บอกกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อว่า
เขาจะต้องไปทำธุระที่ประเทศอินเดีย ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็เลยจะขอกู้เงิน
สัก
170,000 บาท
เจ้าหน้าที่สินเชื่อบอกกับเขาว่า การกู้ยืมเงินจะต้องมีหลักทรัพย์ค้ำ
ประกัน
ดังนั้นชายชาวอินเดียยื่นกุญแจรถเฟอร์รารี่รุ่นใหม่ล่าสุดที่จอดอยู่หน้า
ธนาคาร
พร้อมกับเสนอให้ใช้รถคันนี้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เจ้า
หน้าที่สินเชื่อจึงตกลงให้กู้เงินโดยใช้รถค้ำประกัน
ผู้จัดการธนาคาร กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ
ต่างก็ขบขันชายชาวอินเดียที่เอารถเฟอร์รารี่ราคา 8,500,000 บาท
มาค้ำประกันเงินกู้ เพียงแค่ 170,000 บาท
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารก็นำรถเฟอร์รารี่ขับเข้าไปจอดที่ลานจอดรถชั้น
ใต้ดิน
ของธนาคาร
สองสัปดาห์ผ่านไป ชายชาวอินเดียก็กลับมาที่ธนาคารพร้อมด้วยเงิน 170,000
บาท
และดอกเบี้ยอีก 500 บาท นำมาชำระคืนให้กับธนาคาร
เจ้าหน้าที่สินเชื่อพูดว่า "ท่านครับ
เรารู้สึกดีใจมากที่่คุณจัดการธุระของคุณได้เสร็จเรียบร้อย
และการกู้เงินในครั้งนี้ก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี แต่ผมสงสัยอะไรนิดหน่อย
ตอนที่คุณไปแล้ว เราได้เช็คประวัติของคุณดู
ก็พบว่าคุณร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐีคนนึงเลย แต่ทำไมคุณถึงต้องมากู้เงินกับ
เราแค่
170,000 บาทด้วย ล่ะครับ"
ชาวชาวอินเดียตอบกลับไปว่า "ไม่มีที่ไหนในนิวยอร์คอีกแล้ว
ที่ผมจะสามารถจอดรถทิ้งไว้ได้ถึง 2 สัปดาห์ ด้วยเงินเพียง 500 บาท
พร้อมกับความมั่นใจเต็มร้อยว่ารถผมจะไม่หาย".
เรื่องเล่าเขย่าขวัญจากโรงพยาบาล
ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
มีคนไข้ตายบนเตียงเดียวกันซ้ำ ๆ แล้วหลายคน
ที่น่าแปลกคือทุกศพตายเมื่อห้าโมงเช้าวันอาทิตย์
โดยหมอเล็กหมอใหญ่ไม่อาจให้คำอธิบายได้ ( ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ )
บ้างก้อร่ำลือถึงความเฮี้ยนที่หลาย ๆ คนได้ยินมา ,
บรรดาคุณหมอจึงตัดสินใจลงไปที่ห้องผู้ป่วย
เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการตายในวันอาทิตย์หน้า
กระทั่งถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ทุกคนรอคอย 2-3
นาทีก่อนจะห้าโมงเช้าทั้งหมอและพยาบาลต่างรอคอยอย่างลุ้นระทึก
แอบมองอยู่ข้างนอกห้องว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
ต่างคนต่างกำหลวงพ่อประจำตัว ปากก็คอยสวดมนต์อยู่ตลอดเวลา
ด้วยความหวาดกลัวและลุ้นว่าจะเห็นวิญญาณเฮี้ยนหรือไม่
จนเข็มนาฬิกาเดินมาที่ 11 นาฬิกา บรรยากาศก้อเย็นเฉียบขึ้นโดยฉับพลัน
ไร้เสียงรบกวนใด ๆ แม้เสียงลมหายใจก้อแทบจะไม่ได้ยิน
และแล้วทันใดนั้น ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เมื่อ..................
พนักงานทำความสะอาดคนใหม่
ซึ่งทำงาน( เฉพาะวันอาทิตย์วันเดียว ) ก้อเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย
จากนั้นก้อถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจออกแล้วเสียบปลั๊กเครื่องดูดฝุ่นแทน
และทำความสะอาดต่อด้วยความสบายใจ....
โอ้! พระเจ้าช่วยกล้วยทอด เรื่องจริงหรือนี่ ความจริงปรากฏว่าทำไมคนไข้ถึง
ตายเวลา 11.00 น. ทุกวันอาทิตย์