ปริศนาค่าการกลั่น ไทยสมรู้..ต้มไทย

28 views
Skip to first unread message

Pu

unread,
May 30, 2008, 2:52:13 AM5/30/08
to iThaiCyclones
ปริศนาค่าการกลั่น ไทยสมรู้..ต้มไทย

โดนใจคนทั้งประเทศ เมื่อ นางเพ็ญจิตร ปัญญวัณศิริ กับพวก 9 คน
ร่วมใจยื่นฟ้องหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและ ปตท. ต่อศาลปกครอง

ประเด็นฟ้อง ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจากการแบกรับภาระค่าน้ำมัน
ที่นับวันสูงขึ้น โดยไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่า
น้ำมันที่คนไทยใช้กันอยู่ทุกวันนี้
มันแพงขึ้นตามสภาพความเป็นจริงหรือเปล่า

สิ่งที่คณะผู้ยื่นฟ้องและคนไทยทั้งประเทศตั้งข้อสงสัยที่สุดคือค่าการกลั่น...

น้ำมันยิ่งแพง ค่าการกลั่นแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ค่าการตลาด...ให้กันยังไง น้ำมันแพง บริษัทค้าน้ำมันรวย แต่ทำไม
ปั๊มถึงได้แข่งกันเจ๊ง

ที่สำคัญค่าการกลั่น ค่าการตลาด
มักจะถูกผู้ค้าน้ำมันหยิบยกเป็นข้ออ้างทวงบุญคุณจากประชาชน
บีบให้รัฐบาลปรับขึ้นราคาน้ำมันมาโดยตลอด

"ถ้าคิดกันแบบง่ายๆ ความจริงแล้วค่าการกลั่น ค่าการตลาดของธุรกิจน้ำมัน
ไม่แตกต่างไปจากธุรกิจผลิตสินค้าอื่นๆแต่อย่างใด"

ดร.สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด
บริษัทลานนารีซอร์สเซส นักวิชาการปิโตรเลียม
ผู้ได้ทุนรัฐบาลไทยเรียนจบปริญญาตรี-โท-เอก
ด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมโดยตรง...กล่าว

ค่าการกลั่นก็เปรียบได้กับค่าแปรรูปสินค้า แปรรูปอ้อยเป็นน้ำตาล
แปรรูปน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูป...ต้นทุนในการแปรรูปน้ำมันดิบเป็นเบนซิน
เป็นดีเซลมีเท่าไร ค่าการกลั่นก็ควรจะเท่านั้น

ค่าการตลาดก็เช่นกัน ก็เงินเปอร์เซ็นต์ เงินกำไร
ที่ทางบริษัทน้ำมันจ่ายให้กับปั๊ม
แบบเดียวกับบริษัทผลิตสินค้าอย่างอื่นจ่ายให้กับห้างร้านที่ขายปลีก
ให้ผู้บริโภคนั่นแหละ

ฟังคำอธิบายแล้ว ค่าการกลั่น ค่าการตลาด ไม่เห็นจะแปลกพิสดารตรงไหน
เหมือนธุรกิจทั่วไป...แล้วที่มันมีปัญหาวุ่นวายขายปลาช่อน
สับสนเสียจนชาวบ้านรู้สึกว่าตัวเองถูกเอาเปรียบนั่นเป็นเพราะอะไร

ดร.สีหศักดิ์ชี้ว่า
เป็นเพราะการคิดค่าการกลั่นต่างจากสินค้าอย่างอื่นตรง...

บริษัทน้ำมันคิดมาให้อย่างไร
หน่วยราชการไทยเชื่อว่ามันเป็นจริงอย่างที่เขาว่า

"หน่วยราชการไทยไม่มีข้อมูล
ไม่มีมาตรฐานในการคิดคำนวณว่าค่ากลั่นน้ำมันที่แท้จริงของโรงกลั่นแต่ละแห่งนั้นมีต้
นทุนเท่าไร

น้ำมันดิบกลั่นออกมาเป็นดีเซล เป็นเบนซิน เป็นน้ำมันก๊าด
น้ำมันเจ๊ทสำหรับเครื่องบิน เป็นก๊าซแอลพีจี
แต่ละตัวมีต้นทุนเท่าไรกันแน่ ตัวเลขที่แท้จริงเราไม่รู้

ตัวเลขที่ผู้ค้าน้ำมันบอกมาเป็นตัวเลขจริง หรือตัวเลขลวง
หน่วยราชการไทยที่รับผิดชอบไม่มีตัวเลขมาตรฐานเปรียบเทียบ เพราะที่ผ่านมา
ไม่มีการศึกษาวิจัยเรื่องต้นทุนค่าการกลั่นน้ำมันที่แท้จริงเลย"

ที่สำคัญไปกว่านั้น
ค่าการกลั่นที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้...คิดกันแบบรวบหัวรวบหาง....แล้วมัดมือชก

"เขาคิดแบบซื้อน้ำมันดิบมาในราคาเท่าไร เมื่อกลั่นเสร็จ
เอาผลผลิตที่ได้จากการกลั่นทุกอย่างไปเปรียบเทียบกับราคาขายในตลาดโลก
ซึ่งก็คือราคาที่สิงคโปร์

ผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้ทั้งหมดขายได้ในราคาเท่าไร
เอาราคานั้นไปหักลบกับราคาน้ำมันดิบที่ซื้อมา
ได้ผลลัพธ์ออกมาเท่าไรนั้นก็คือ ค่าการกลั่น"

เช่น ซื้อนํ้ามันดิบมาในราคาบาร์เรลละ 60 เหรียญสหรัฐฯ พอนำมากลั่น
ผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้ทั้งหมดเปรียบเทียบกับราคาในตลาดโลก ณ
วันที่กลั่นออกมา สมมติว่า รวมกันแล้วขายได้ 100 เหรียญ

เอา 100 ไปลบ 60...ค่าการกลั่นจะตกบาร์เรลละ 40 เหรียญ
ส่วนจะเป็นลิตรละเท่าไรให้เอา 159 หาร...1 บาร์เรล เท่ากับ 159 ลิตร

ฉะนั้น
ค่าการกลั่นที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้....ไม่ได้คิดจากต้นทุนที่แท้จริงของการกลั่น

ซ้ำร้าย...ค่าการกลั่นก็ไม่ได้คิดจากต้นทุนราคาน้ำมันดิบ ณ
วันที่ซื้อมาจริง

ประเด็นนี้ วิศวกรปิโตรเลียมระดับปริญญาเอกอธิบายว่า
ปกติแล้วการซื้อน้ำมันดิบมากลั่น
ประเทศไทยจะสั่งซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก
เพราะในละแวกแถวบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อินโดนีเซีย
ถูกสิงคโปร์กว้านซื้อไปหมดแล้ว

เราต้องไปซื้อไกล
กว่าน้ำมันดิบจะมาถึงโรงกลั่นในบ้านเราจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
ฉะนั้น การจะคิดค่า ก็ควรจะต้องคิดจากราคาน้ำมันดิบในวันที่ซื้อจริง

แต่เขากลับคิดราคาต้นทุนน้ำมันดิบ ณ ปัจจุบัน...ที่มักจะแพงกว่า

แม้ผู้ผลิตจะอ้างว่าราคาน้ำมันไม่แน่นอน มีความเสี่ยงสูง
มีขึ้นมีลงตลอดเวลาก็ตาม...แต่โดยส่วนใหญ่ราคาปัจจุบันจะแพงมากกว่าราคาในอดีต
เพราะมีขึ้นมากกว่าลง

ถ้าลงมากกว่าขึ้น...ราคาน้ำมันต้องลงไปอยู่ต่ำกว่าลิตรละ 20 บาท ไม่ใช่
30 บาทอย่างนี้

เมื่อเอาราคาน้ำมันดิบปัจจุบันมาคิด ทำให้ตัวเลขที่ทำมาเสนอหน่วยราชการ
ค่าการกลั่นจะออกมาต่ำกว่าความเป็นจริง

โชว์ตัวเลขให้พอเชื่อได้ว่า...ฉันไม่ได้เอาเปรียบ

แค่นั้นยังไม่พอ สิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้นั่นก็คือ...น้ำมันดิบที่ซื้อมา 1
ลิตร เวลากลั่นแล้วผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีปริมาตรมากกว่า 1 ลิตร

หลายคนอาจจะงง เป็นไปได้ยังไง?

ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์
เป็นวิทยาศาสตร์ล้วนๆเหมือนอย่างที่เราเรียนกันมา สสารทุกอย่างในโลกนี้
เมื่อโดนความร้อนแล้วโมเลกุลจะขยายตัว

การกลั่นน้ำมันต้องใช้ความร้อน...ร้อนในระดับที่ ดร.สีหศักดิ์บอกว่า...
น้ำมันดิบ 1 ลิตร กลั่นออกแล้วได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ลิตร

คิดดูก็แล้วกัน การคิดค่าการกลั่นตามสูตรแบบนี้
จะทำให้บริษัทน้ำมันโกยกำไรจากค่าการกลั่นมากมายขนาดไหน

นี่ยังไม่รวมกรณีโรงกลั่นรู้ข้อมูลภายในล่วงหน้า
โรงกลั่นโรงไหนจะหยุดซ่อม ซึ่งส่งผลให้น้ำมันสำเร็จรูปขาดตลาด มีราคาแพง
โรงกลั่นจะรีบสั่งซื้อน้ำมันดิบมากักตุน รอกลั่นขายตอนน้ำมันสำเร็จรูปแพง
ฟันกำไรค่าการกลั่นมโหระทึก

ฟังคำอธิบาย บริษัทค้าน้ำมันฟันกำไรจากค่าการกลั่นมหาศาล
แล้วทำไมยังเรียกร้องขอเพิ่มค่าการกลั่นอยู่อีก?

"นี่เป็นเทคนิคพื้นๆของบริษัทค้าน้ำมัน..." ดร.สีหศักดิ์ บอก

"ถึงจะได้ค่าการกลั่นมหาศาล
แต่เขามีเทคนิคที่สามารถนำค่าการกลั่นไปซุกไว้ตามที่ต่างๆไม่ให้เราได้รู้ทัน

วงการค้าน้ำมันสามารถนำกำไรจากค่าการกลั่นไปซุกได้ทั้งที่โรงกลั่นที่
จ็อบเบอร์หรือธุรกิจขนส่งน้ำมัน และซุกไว้ที่ปั๊มหรือค่าการตลาด
ขึ้นอยู่กับว่า เขาต้องการอะไร

ถ้าอยากได้เงินไปลงทุนสร้างขยายโรงกลั่น
ก็จะโชว์ตัวเลขว่าโรงกลั่นมีผลกำไรดี เพื่อจะได้ปั่นหุ้นเอาเงินมาลงทุน
ยิ่งสร้างตัวเลขให้รัฐบาลเชื่อว่า
ได้ค่าการกลั่นน้อยแล้วรัฐบาลเพิ่มค่าการกลั่นให้
หุ้นก็จะยิ่งพุ่งถล่มทลาย
เมื่อได้ดั่งใจก็เอาค่ากลั่นไปซุกไว้ในธุรกิจอื่นเพื่อหากำไรต่อ"

ค่าการตลาดก็เหมือนกัน ดร.สีหศักดิ์
ให้ข้อคิด...ทำไมน้ำมันแต่ละชนิดถึงได้ค่าการตลาดไม่เท่ากัน
ทั้งที่ให้เท่ากันก็ได้

เพราะน้ำมันไม่เหมือนสินค้าอย่างอื่นๆ ที่ให้ค่าตลาดไม่เท่ากัน จ่ายให้
มากกว่า เพื่อคนขายได้เชียร์ให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าของตัวเอง

ธุรกิจน้ำมัน...เคยเห็นไหมที่มีเด็กมาเชียร์น้ำมัน เหมือนเชียร์เบียร์

มีไหมที่เด็กปั๊มมาเชียร์คนขับรถให้เติม 95 ดีกว่า 91
หรือเชียร์ให้เติมดีเซลดีกว่าเบนซิน...ไม่มี

เพราะในความจริง รถใช้อะไรก็เติมอย่างนั้น
แต่ทำไมบริษัทค้าน้ำมันถึงให้ค่าการตลาดน้ำมันแต่ละชนิดไม่เท่ากัน...เพื่ออะไร?

จะเพื่อสร้างความสับสนงงงวยให้เกิดขึ้นในระบบ
และจะได้นำไปเป็นข้ออ้างขอขึ้นราคาไม่จบสิ้นหรือเปล่า?

ในเมื่อค่าการตลาด ค่าการกลั่นเป็นเช่นนี้...เลยมีคำถามว่า
หน่วยราชการไทยมีความสามารถที่จะรู้ให้ทันและปรับเปลี่ยนแก้ไขความไม่ถูกต้อง
ไม่เป็นธรรมได้หรือไม่

วิศวกรปิโตรเลียมระดับด็อกเตอร์ บอกเพียงแต่ว่า
ธุรกิจน้ำมันมีเงินเป็นแสนๆล้าน มีความสามารถที่จะจ่ายอะไรก็ได้

เลยทำให้นักการเมือง ข้าราชการและคนที่เกี่ยวข้อง
อยากแกล้งโง่...มากกว่าอยากฉลาดกันทั้งนั้น.

ปตท. พลังไทย เพื่อใคร(ฟระ)!!!
ความจริง

LiM

unread,
May 30, 2008, 3:29:41 AM5/30/08
to iThaiCyclones
อะนะ
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages