พระพุทธศาสนากับศิลปะ

21,924 views
Skip to first unread message

kunnikar tangtulanont

unread,
Nov 28, 2012, 9:17:52 PM11/28/12
to imcu...@googlegroups.com

พระพุทธศาสนากับศิลปะ : จิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธในสังคมไทย

 

บทที่ ๑

บทนำ

.  ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

                มนุษย์เกี่ยวข้องกับศิลปะซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นในสังคมมนุษย์ทั้งในด้านผู้ชื่นชมศิลปะและจิตรกรผู้สร้างสรรค์ผลงาน  เมื่อศิลปะมีความจำเป็นเกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์  ดังนั้นคำถามเกี่ยวกับศิลปะจึงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะเป็นผู้หาคำตอบ  เพื่อแสดงทัศนะต่อคำถามที่เกี่ยวกับศิลปะในประเด็นต่าง ๆ  พระพุทธศาสนาก็มีอิทธิพลต่อศิลปะและวัฒนธรรมในสังคมไทย  การสืบทอดประสบการณ์ทางศิลปะก่อให้เกิดทัศนะทางคุณค่าหรือสุนทรียะ  ศิลปะในสังคมไทยมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา  ศิลปะในพระพุทธศาสนาไม่ได้เน้นถึงเรื่องความงามเป็นการเฉพาะ  แต่มีบางแง่มุมที่สัมพันธ์อยู่กับความจริง (reality)  และความดี (goodness)  พระพุทธศาสนากล่าวถึงธรรมะเป็นเรื่องหลัก  ซึ่งก็คือความจริงที่เป็นจริงและกฎเกณฑ์ธรรมชาติ (nature law)  กล่าวคือ  ความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย  การอิงอาศัยเกื้อกูลเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกันในธรรมชาติที่เป็นปรากฏการณ์  อาการต่าง ๆ นั้นมีความเป็นปกติธรรมดาของมันเอง  และมีความงามอยู่ในตัวเองแล้ว  เป็นความงามทางภววิสัย  เป็นสุนทรียภาพในลักษณะหนึ่ง[1]

                จิตรกรรมเป็นศิลปะที่สะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาของจิตรกรผู้สร้างสรรค์จินตนาการและแรงบันดาลใจ  พร้อมทั้งรวบรวมความรู้สาขาอื่น ๆ  มาใช้แล้วถ่ายทอดความคิดความรู้สึกออกมาเป็นภาพเขียน[2]  บอกเล่าเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา  วิถีชีวิตชุมชน  วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีในยุคนั้น ๆ  โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังซึ่งเป็นจิตรกรรมเนื่องในพระพุทธศาสนาที่มีแบบแผนสืบทอดกันมาเป็นประเพณีอันยาวนาน[3]  เกิดจากความพากเพียรและพลังศรัทธาในพระพุทธศาสนาของจิตรกรเอง  เพื่อชักชวนให้ผู้ชมที่ได้ฟังพระธรรมเทศนาแล้ว  เห็นภาพเขียนแสดงเรื่องตามที่ได้รับฟังมา  คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจะติดหูติดตาและติดอยู่ในใจ  ทำให้เกิดศรัทธาเลื่อมใสยิ่งขึ้น 

                ในคัมภีร์พระไตรปิฎกได้กล่าวถึงศิลปะในสาลิตตกชาดก  (อำมาตย์โพธิสัตว์เข้าไปเฝ้าพระราชากราบทูลลาไปเรียนศิลปะ)ว่า  ขึ้นชื่อว่าศิลปะแม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง  ก็สามารถให้สำเร็จประโยชน์ได้โดยแท้   ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรหมู่บ้านในทิศทั้ง    ที่คนง่อยได้แล้วเพราะการดีดมูลแพะ[4]   และในพาหิยชาดก (พระโพธิสัตว์กราบทูลคุณค่าแห่งศิลปะที่ควรศึกษา)ว่า  บุคคลควรศึกษาศิลปะทั้งหลายที่ควรศึกษา  ชนทั้งหลายที่พอใจในศิลปะเหล่านั้นยังมีอยู่  เพราะหญิงสาวบ้านนอกก็ยังทำพระราชาให้พอพระทัยด้วยความเอียงอายของเธอ[5]   และในมงคลสูตรข้อที่    พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า  ความเป็นผู้มีศิลปะนี้เป็นมงคลอันสูงสุด[6]

                ในคัมภีร์พระสุตตันตปิฎก  สังยุตตนิกาย  ได้กล่าวถึงจิตรกรรมฝาผนังว่า  พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย “... เปรียบเหมือนเมื่อมีน้ำย้อม  ครั่ง  ขมิ้น  สีเขียวหรือแดงอ่อน  ช่างย้อมหรือจิตรกรพึงเขียนรูปภาพสตรีหรือรูปภาพบุรุษ  ให้ได้สัดส่วนครบถ้วนลงบนแผ่นกระดานที่ขัดดีแล้ว  ฝาผนังหรือแผ่นผ้า... [7]  ในขันธวารวรรค  พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า  ภิกษุทั้งหลาย  แม้ภาพจิตรกรรมที่เขาเขียนไว้นั้น  จิตรกรก็คิดด้วยจิตนั่นเอง  จิตนั่นเองวิจิตรกว่าภาพจิตรกรรมที่เขาเขียนไว้นั้น [8]  ส่วนในขุททกนิกาย  เถรีคาถา  พระสุภาชีวกัมพวนิกาเถรีได้กล่าวว่า  ... เหมือนบุคคลได้เห็นภาพจิตรกรรมที่จิตรกรระบายด้วยหรดาลทำไว้ที่ฝาผนังในจิตรกรรมนั้น [9]    

                ดังนั้นงานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์จิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธในสังคมไทย  เรื่องราวที่เขียนสะท้อนแนวคิดที่กำหนดวิถีชีวิตและพฤติกรรมของคนในสังคมยุคนั้น ๆ นอกจากนี้การเกิดขึ้นของจิตรกรรมชิ้นนั้น ๆ  เกิดเพราะสาเหตุใด  ตลอดจนเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินตีความตามความเหมาะสมหรือถูกผิด  ซึ่งมีผลต่อเยาวชนและผู้ที่สนใจในพระพุทธศาสนา

 

. วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                .. เพื่อศึกษาจิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธ

                .. เพื่อศึกษาวิเคราะห์จิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธในสังคมไทย

                .. เพื่อหาเกณฑ์ตัดสินความถูกต้องตามหลักสุนทรียศาสตร์และจริยศาสตร์       

 

.  ขอบเขตของการวิจัย

                การศึกษาวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยค้นคว้าแนวความคิดเกี่ยวกับการสร้างงานจิตรกรรมฝาผนังของจิตรกรเชิงวิเคราะห์ในด้านความหมายของศิลปะ  คุณค่าของศิลปะ  และเกณฑ์การตัดสินทางสุนทรียศาสตร์และจริยศาสตร์

 

๑.๔  ปัญหาที่ต้องการทราบ

                ๑.๔.๑  ประวัติความเป็นมาของจิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธเป็นอย่างไร

                ๑.๔.๒  จิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธในสังคมไทยเป็นอย่างไร

                ๑.๔.๓  เกณฑ์ตัดสินความถูกต้องตามหลักสุนทรียศาสตร์และจริยศาสตร์เป็นอย่างไร

 

.  คำจำกัดความของศัพท์ที่ใช้ในการวิจัย

                ศิลปะ  หมายถึง  งานช่างฝีมือ  เป็นงานที่มนุษย์ใช้สติปัญญาสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความประณีตวิจิตรบรรจง

                คุณค่าของศิลปะ  หมายถึง  ลักษณะที่ควรจะเป็นหรือควรจะมีของศิลปะ

                จิตรกรรม  หมายถึง  ภาพวาดระบายสีบนพื้นแผ่นราบ  มีเส้นและสีเป็นหลักสำคัญประกอบอยู่ด้วยกันเป็นภาพ  โดยมีจิตรกรเป็นผู้กำหนดให้ทุกสิ่งทุกอย่างในภาพเป็นไปตามที่ต้องการ

                จิตรกรรมฝาผนัง  หมายถึง  ภาพที่เขียนขึ้นบนฝาผนังปูนหรือไม้   ซึ่งอาจรวมถึงเพดาน   เสา  บานประตูหน้าต่าง  และตัวไม้โครงสร้างอาคารอื่น ๆ

                จิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธ  หมายถึง  ภาพเขียนสีลงบนฝาผนังปูนหรือไม้  เล่าเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา  เพื่อเป็นการเชิดชูและจรรโรงพระพุทธศาสนา

               

.  ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

                ๑.๖.๑  พุทธทาสภิกขุ  ได้นำเสนอหนังสือเรื่อง  ศิลปะแห่งการใช้สติในทุกกรณี โดยกล่าวว่า  ศิลปะมีความหมายสำคัญอยู่ที่ความเป็นสิ่งที่ต้องใช้ฝีมือและความเพียรพยายามและความตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ  คือ  ศิลปะนอกจากจะทำยากแล้ว  ยังจะต้องทำให้สำเร็จประโยชน์จนถึงที่สุดในความมุ่งหมายแห่งเรื่องนั้น ๆ  ศิลปะยังผสมผสานกับหลักธรรมคำสั่งสอนตามหลักของพระพุทธศาสนาได้อย่างกลมกลืน  สามารถนำมาพัฒนาตนเองและสังคมให้มีความเป็นอยู่อย่างสงบได้ [10]  

                ๑.๖.๒  สมชาติ  มณีโชติ  ได้นำเสนอหนังสือเรื่อง  จิตรกรรมไทย โดยกล่าวว่า  จิตรกรรมฝาผนังเป็นศิลปะประจำชาติอีกแบบที่สามารถใช้เป็นประจักษ์พยานแสดงอายุ  กาลเวลา  และวัฒนธรรมของชาติ  ทำให้ทราบถึงวิวัฒนาการความเจริญของชาติไทยในยุคสมัยต่าง ๆ  ที่ถูกบรรจงถ่ายทอดเป็นเรื่องราวในจิตรกรรมฝาผนังที่เต็มไปด้วยความประสานกลมกลืนได้ดีเยี่ยม     ทำให้เกิดความยอดเยี่ยมในด้านสุนทรียรส[11] 

                ๑.๖.๓  สุชาติ  เถาทอง  ได้นำเสนอหนังสือเรื่อง  ศิลปะกับมนุษย์ โดยกล่าวว่า  จิตรกรรมฝาผนังไทยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการตกแต่งภายในโบสถ์วิหารให้เกิดความสวยงามแล้ว  คุณค่าอีกอย่างที่ได้รับ  คือ  เรื่องราวหลักพุทธธรรมบางประการที่พระสงฆ์เทศนา  สั่งสอนให้พุทธศาสนิกชนยึดถือนำไปปฏิบัติ  คำเทศนาเหล่านั้นยังปรากฏเป็นภาพเล่าเรื่องบนผนังภายในโบสถ์วิหารนั้นด้วย   เมื่อพระสงฆ์เทศนาให้ฟัง  หูย่อมได้ยิน  ตาก็มองเห็น  และหลังจากฟังเทศน์จบแล้ว  ความอันใดที่ได้จากพระเทศน์ยังขัดข้องใจ  ก็สามารถทบทวนกับภาพเขียนจนเข้าใจซาบซึ้งได้ [12]

                ๑.๖.๔  มโน  พิสุทธิรัตนานนท์  ได้นำเสนอหนังสือเรื่อง  สุนทรียวิจักษณ์ในจิตรกรรมไทย โดยกล่าวว่า  พุทธศาสนิกชนในสังคมไทย  เมื่อพูดถึงความดีก็จะพูดถึงความงามซึ่งให้ความรู้สึกสอดคล้องประสานกลมกลืนกัน  ส่วนความงามในแง่ที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับความจริงนั้น  ทางพระพุทธศาสนาจะพูดถึงธรรมะเป็นเรื่องหลัก  ธรรมะเป็นคำที่มีความหมายกว้าง  คือ  นอกจากจะหมายถึงความจริงและความดีแล้วยังรวมไปถึงความงามด้วย  ในครั้งพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าจะให้พระภิกษุสาวกไปประกาศพระศาสนา  พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า  จงประกาศ พระธรรมอันงดงามในเบื้องต้น  งามในท่ามกลาง  และงามในที่สุดตามที่พระองค์เองได้ทรงปฏิบัติ[13] 

                ๑.๖.๕  วิบูลย์  ลี้สุวรรณ  ได้นำเสนอหนังสือเรื่อง  จิตรกรรมไทย โดยกล่าวว่า  จิตรกรรมไทยเป็นภาพเขียนระบายสีที่ส่วนใหญ่สืบเนื่องมาจากความบันดาลใจ  ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา  เมื่อจิตรกรเกิดความซาบซึ้งในเรื่องทางพระพุทธศาสนา  พระพุทธประวัติ  วรรณคดี  นิทานชาดก  และจากคัมภีร์ต่าง ๆ  จนเกิดมโนภาพขึ้น  จึงได้คิดประดิษฐ์รูปแบบ  และวิธีที่จะถ่ายทอดเป็นงานจิตรกรรมไว้ตามผนังโบสถ์วิหาร  เพื่อช่วยเสริมสร้างบรรยากาศตกแต่งพุทธสถานให้เกิดความงดงาม  และช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยภาพไปด้วย  ดังนั้นจิตรกรรมไทยจึงเป็นศิลปะที่มีคุณค่าและคุณประโยชน์หลายด้าน  ก่อให้เกิดแง่คิดและความรู้สึกสร้างสรรค์ที่งดงามแก่จิตใจของประชาชน  และพุทธศาสนิกชนที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา[14]

                ๑.๖.๖  ศิลป  พีระศรี  ได้นำเสนอหนังสือเรื่อง  มรดกทางจิตรกรรม โดยกล่าวว่า  นักศึกษาและผู้สนใจควรจะได้ไปชมภาพจิตรกรรมเพื่อประดับความรู้และเจริญศรัทธา  ซึ่งจะทำให้ได้ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปะอันเป็นมรดกดั้งเดิมของตนยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะการได้พบเห็นบรรดาพระภิกษุสงฆ์  ซึ่งนอกจากท่านจะเป็นผู้รับผิดชอบในการบำรุงรักษาศิลปอันเป็นมรดกดั้งเดิมดังกล่าวนั้นยิ่งกว่าใคร ๆ  แล้ว  ท่านจะต้องได้รับการอบรมศึกษาความรู้ด้านศิลปะในมหาวิทยาลัยของท่านด้วย  เพราะท่านเป็นผู้มีส่วนช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในการบำรุงรักษาโบราณวัตถุ  โบราณสถาน  และศิลปวัตถุของชาติให้ธำรงอยู่ถาวรสืบไป[15]

                ๑.๕.๗  พระมหาอำพล  บุดดาสาร  ได้กล่าวถึงจิตรกรรมฝาผนังไว้ในวิทยานิพนธ์เรื่อง  การศึกษาวิเคราะห์พุทธปรัชญาและพุทธศิลป์จากภาพจิตกรรมฝาผนังเล่าเรื่องบาลีชาดก  วัด   เครือวัลย์วรวิหาร  ผลการวิจัยพบว่า  จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องบาลีชาดกวัดเครือวัลย์วรวิหารนั้นแฝงไว้ด้วยหลักธรรมพุทธปรัชญาทั้งในส่วนสัจธรรม  คือ  กฎว่าด้วยธรรมชาติของโลกและชีวิต  และกฎแห่งกรรม  จริยธรรมระดับต้น  ระดับกลาง  และระดับสูงสุด  ส่วนแนวคิดทางพุทธศิลป์นั้น  จิตรกรเขียนภาพขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการสอนธรรมที่อาจใช้แทนหนังสือที่หายากในสมัยนั้น  ซึ่งอาจเรียกได้ว่าห้องสมุดภาพชาดก[16]       

                ๑.๕.๘  พระมหาคชินท์  สุมงฺคโล (อินทร์มนตรี)  ได้กล่าวถึงจิตรกรรมฝาผนังไว้ในวิทยานิพนธ์เรื่อง การศึกษาเชิงวิเคราะห์เรื่องพุทธสุนทรียศาสตร์บนจิตรกรรมฝาผนังใน             วัดสุทัศนเทพวราราม  ผลการวิจัยพบว่า  จิตรกรรมฝาผนังในพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวรารามมีคุณค่าทางเรื่องราวและหลักธรรมเกี่ยวกับไตรสิกขา  ชักจูงในเรื่องเว้นชั่ว  ทำดี  ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา  เพื่อพัฒนาและยกระดับจิตสำนึกของผู้รับรู้ให้เป็นอิสระจากความทุกข์  และจูงใจให้ดำเนินไปสู่วิถีทางที่สงบสุข  ส่วนเรื่องสุนทรียศาสตร์นั้น  จิตรกรรม  คือ  การสร้างสรรค์กิจกรรมของมนุษย์ที่เกิดจากการขีดเขียนเส้นหรือระบายสีลงบนแผ่นผ้า  ฝาผนัง  เป็นต้น  โดยอาศัยเทคนิคทางการวาดภาพและฝีมือความชำนาญของจิตรกร  ทำให้เกิดเป็นรูปภาพตามจินตนาการ  ซึ่งมีคุณค่าและสัมผัสคุณธรรม  ความดีงามได้พร้อมกับให้พุทธธรรมปัญญาด้วย[17]

                ๑.๕.๙  ชาญวิทย์  สุขพร ได้กล่าวถึงจิตรกรรมฝาผนังไว้ในวิทยานิพนธ์เรื่อง พิพิธภัณฑ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังไทย  ผลการวิจัยพบว่า  จิตรกรรมเป็นศิลปกรรมอย่างหนึ่งซึ่งเกิดจากความเพียรและพลังแห่งแรงบันดาลใจ  จิตรกรต้องมีสมาธิและจินตนการในการสร้างสรรค์  ถ่ายทอดความคิดนี้ปรากฏออกมาเป็นภาพเขียนที่เต็มไปด้วยสุนทรียภาพ   สำหรับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ปรากฏในภาพจิตรกรรมไทยจะมีทั้งภาพที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา  เรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น  โครงการพิพิธภัณฑ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังไทยที่ได้ทำการศึกษานี้  มุ่งเน้นให้ผู้ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังในปัจจุบันได้มีการรับรู้เรี่องราวเนื้อหา  และคตินิยมทางพระพุทธศาสนาที่มีอยู่ในภาพได้ง่ายขึ้น  โดยนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่เป็นสื่อสมัยใหม่  เช่น  ภาพลาย  ภาพถ่าย  เลเซอร์  ทำให้ผู้ชมเสมออยู่ในเหตุการณ์และสถานที่ ๆ เกิดขึ้นจริง[18]

                ๑.๕.๑๐  ปรีย์ญาณี  ประสพเนตร  ได้กล่าวถึงจิตรกรรมฝาผนังไว้ในสารนิพนธ์เรื่อง จิตรกรรมฝาผนัง : มรดกสะท้อนความคิดทางวัฒนธรรม  กรณีศึกษาภาพจิตรกรรมฝาผนังใน  พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม  ผลการวิจัยพบว่า  จิตรกรรมฝาผนังเป็นผลงานทางวัฒนธรรมในบริบทสังคมไทย  ส่วนเนื้อเรื่องของจิตรกรรมนั้นเป็นการแสดงเรื่องราวของ        พุทธประวัติหรือประวัติของพระโพธิ์สัตว์  ๑๐  องค์ในชาติก่อนที่จะมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ  จิตรกรรมไทยนี้ถือเป็นสื่อที่มีเอกลักษณเฉพาะตัว  และลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดเนื้อหาหรือความหมายที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิด  ความเชื่อ  และโลกทรรศน์ต่าง ๆ  ในสังคมที่ผลงานจิตรกรรมเหล่านั้นได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้น  สำหรับในบริบทสังคมในสมัยรัตนโกสินทร์นั้น  จิตรกรรมถือเป็นสื่อทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่เอื้อและสนับสนุนความคิดในการจัดระเบียบทางสังคมที่มีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมกันของกลุ่มคนในสังคม  ซึ่งความคิดดังกล่าวนี้จะถูกให้เหตุผลด้วยคำอธิบายทางศาสนาโดยมีภาพจิตรกรรมเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความคิดอันเป็นนามธรรมนี้ให้กลายเป็นรูปธรรมขึ้นมา[19]

                ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีความสำคัญในการศึกษาวิเคราะห์จิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธในสังคมไทย  เพื่อตรวจสอบประเภทของเรื่องราวที่เขียนว่าเหมาะสมกับสภาพสังคมนั้น ๆ  และหาเกณฑ์ตัดสินความถูกต้องตามหลักจริยศาสตร์

 

. วิธีดำเนินการวิจัย

                การศึกษาวิจัยครั้งนี้  เป็นการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

                ๑.๗.๑  รวบรวมจากเอกสารชั้นปฐมภูมิ (Primary Sources) ได้แก่ คัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  พ.ศ. ๒๕๓๙.

                ๑.๗.๒  รวบรวมจากเอกสารชั้นทุติยภูมิ  (Secondary Sources) ได้แก่  อรรถกถา  ฎีกา  อนุฎีกา  และปกรณ์วิเสสต่าง ๆ  บทความ  ตำราวิชาการ  งานวิจัย  เอกสาร  ข้อมูลอิเลคทรอนิค ตลอดจนหนังสือ  สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ  ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับจิตรกรรมฝาผนัง           ๑.๗.๓  เก็บรวบรวมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เกี่ยวข้องจากสถานที่จริง  และบันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐาน                                   

                ๑.๗.๔  สัมภาษณ์ (Indept  interview)  นักวิชาการทางด้านศิลปะและโบราณคดี    ท่าน  และจิตรกรด้านทัศนศิลป    ท่าน

                ๑.๗.๕  รวบรวมเรียบเรียง  วิเคราะห์จากเอกสาร  และข้อมูลจากการสัมภาษณ์

                ๑.๗.๖  สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

 

. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

                .. ทำให้ทราบความเป็นมาของจิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธ

                .. ทำให้ทราบจิตรกรรมฝาผนังเชิงพุทธในสังคมไทย

                .. ทำให้ทราบเกณฑ์ตัดสินความถูกต้องตามหลักสุนทรียศาสตร์และจริยศาสตร์        


                [1] มโน  พิสุทธิรัตนานนท์,  สุนทรียวิจักษณ์ในจิตรกรรมไทย,  (กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์,

๒๕๔๗),  หน้า ๑๐๑.

                [2] กรมศิลปากร,  การดูแลรักษาศิลปโบราณวัตถุ,  (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, ๒๕๓๙),  หน้า ๑๔๓.

                [3] สันติ  เล็กสุขุม,  จิตรกรรมแบบประเพณีและแบบสากล,  (กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัย   สุโขทัยธรรมาธิราช),  หน้า ๑๖๑.

 

                [4] ขุ.ชา. (ไทย)  ๒๗/๑๐๗/๖๓๖.

                [5] ขุ.ชา. (ไทย)  ๒๗/๑๐๗/๖๓๖.

                      [6] ขุ.สุ. (ไทย)  ๒๕/๒๖๔/๗๘๔.

                [7] สํ.นิ. (ไทย)  ๑๖/๖๔/๑๒๔.

                [8] สํ.ข. (ไทย)  ๑๗/๑๐๐/๑๙๑.

                [9] ขุ.เถรี. (ไทย)  ๒๖/๓๙๕/๖๒๐.

                [10] พุทธทาสภิกขุ,  ศิลปะแห่งการใช้สติในทุกกรณี,  (กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภา, ๒๕๒๓),  หน้า ๑-.

                [11] สมชาติ  มณีโชติ,  จิตรกรรมไทย,  (กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๒๙),  หน้า ๒๑.

                [12] สุชาติ  เถาทอง,  ศิลปะกับมนุษย์,  (กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๒๙),  หน้า ๖๙.

                [13] มโน พิสุทธิรัตนานนท์,  สุนทรียวิจักษณ์ในจิตรกรรมไทย,  (กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์,

๒๕๔๗), หน้า ๖๕.

                [14] วิบูลย์  ลี้สุวรรณ, จิตรกรรมไทย,  (กรุงเทพมหานคร :  องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๒๓), หน้า  , ๔๙. 

                [15] ศิลป  พีระศรี, มรดกทางจิตรกรรม, (กรุงเทพมหานคร : กรมศิลปากรจัดพิมพ์ถวายพระภิกษุและสามเณรซึ่งมาชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเทศกาลเข้าพรรษา, ๒๕๐๑), หน้า ๙, ๑๕. 

                [16] พระมหาอำพล  บุดดาสาร, “การศึกษาวิเคราะห์พุทธปรัชญาและพุทธศิลป์จากภาพจิตรกรรม   ฝาผนังเล่าเรื่องบาลีชาดก  วัดเครือวัลย์วรวิหาร”, วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, (คณะศิลปศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,  ๒๕๔๖), บทคัดย่อ.

                [17] พระมหาคชินท์  สุมงฺคโล (อินทร์มนตรี), “การศึกษาเชิงวิเคราะห์เรื่องพุทธสุนทรียศาสตร์บนจิตรกรรมฝาผนังในวัดสุทัศนเทพวราราม, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย   มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๒), บทคัดย่อ.

                [18] ชาญวิทย์  สุขพร, “พิพิธภัณฑ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังไทย”, วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตร-                    มหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๗), หน้า ๑.

                [19]  ปรีย์ญาณี  ประสพเนตร, “จิตรกรรมฝาผนัง: มรดกสะท้อนความคิดทางวัฒนธรรม  กรณีศึกษาภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม”, สารนิพนธ์ศิลปศาสตรบัณฑิต, (ภาควิชามนุษยวิทยา  คณะโบราณคดี :  มหาวิทยาลัยศิลปกร, ๒๕๔๒), บทคัดย่อ.

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages