1) ชื่อหัวข้อ บทบาทพระสงฆ์กับการสร้างสันติภาพในกัมพูชา : กรณีศึกษาพระสงฆ์ผู้นำ
2) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
พระสงฆ์ในประเทศกัมพูชามีบทบาทสำคัญในทางการเมืองมาช้านานตั้งแต่ยุคฟูนันเรื่อยมา กษัตริย์ผู้ปกครองประเทศในแต่ละยุคให้ความอุปัฏถัมภ์พระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี บางพระองค์ทรงยึดแนวทางการบริหารประเทศตามแบบอย่างพระเจ้าอโศกมหาราชทุกประการ ยึดเอาแนวคำสอนจารึกเป็นศิลาจารึกให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดเจตนารมณ์ตามแบบอย่างพระองค์ แม้แต่ในยุคที่ศาสนาพราหมณ์ฮินดูเข้ามามีบทบาทสำคัญกว่าพระพุทธศาสนา ก็จะทรงให้ปุโรหิตที่ปรึกษานับถือพระพุทธศาสนาเพื่อคานอำนาจและนำหลักคำสอนมาช่วยเหลือสังคม ยุคที่พระพุทธศาสนาได้มีบทบาททางการเมืองมากที่สุดคือยุคล่าอาณานิคม ที่ประเทศตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ทั้งประชาชนและพระสงฆ์ได้ร่วมกันเดินขบวนต่อต้านและเรียกร้องประชาธิปไตยกลับคืนมา จากการถูกกดขี่และพยายามจะควบคุมปกครองพระสงฆ์ของฝรั่งเศส แสดงให้เห็นว่าในกัมพูชาพระสงฆ์มีบทบาทมากเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะผู้นำทางจิตใจของสังคมเมื่อบ้านเมืองแตกแยกเกิดสงครามคอมมิวนิสต์เข่นฆ่ากันเองของคนในชาติจนนำไปสู่ความวิบัติล่มจมของสถาบันกษัตริย์ ที่แตกแยกมีหลายขั้วอำนาจ ผู้ที่สามารถกอบกู้นำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตการณ์นั้นไปได้รับเอกราชคือมหากษัตริย์สมเด็จพระนโรดมสีหนุ ที่ได้ผนวชในพระพุทธศาสนาศึกษาหลักธรรมอย่างลึกซึ้ง นำเอาหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธมาปกครองบริหารประเทศ ถึงกับประกาศใช้นโยบาย "สังคมนิยมพระพุทธศาสนา" ซึ่งเป็นทางสายกลางมัชฌิมาปฏิปทา เป็นแนวทางการบริหารประเทศ ทรงมีแนวความคิดว่า อาณาจักรขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ ส่วนพุทธจักรขับเคลื่อนศีลธรรม พระสงฆ์ต้องมีบทบาททางการเมืองควบคู่ไปกับสถาบันทางการเมือง
แม้กัมพูชาจะเกิดวิกฤตทางการเมืองพระสงฆ์ถูกสังหารล้มตายไปมากกว่า ๙๓ เปอร์เซนต์ แต่กลับปรากฏว่า เมื่อสังคมกลับคืนสู่ภาวะรกติ คนในชาติได้ตระหนักรู้คุณค่าของพระพุทธศาสนาได้ช่วยฟื้นฟูใหม่ จัดให้มีการอุปสมบทพระภิกษุและสร้างระบอบการปกครองสงฆ์ในรูปแบบสังฆาธิปไตยขึ้นมาใหม่มีสังฆมนตรีสมเด็จพระสังฆราชสองพระองค์ทั้งมหานิกายและธรรมยุติ ทำหน้าที่เสมือนนักการเมืองลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก สิ่งเหล่านี้ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองของพระสงฆ์ในประเทศกัมพูชาไม่เหมือนประเทศใดในโลก เป็นประเด็นที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง สถาบันสงฆ์ได้รับเกียติยกย่องจากสังคมให้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคมควบคู่ไปกับสถาบันชาติ และกับสถาบันพระมหากษัตริย์กัมพูชา
3) วัตถุประสงค์การวิจัย
3.1. เพื่อศึกษาถึงพัฒนาการด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ในกัมพูชา
3.2. เพื่อศึกษารูปแบบปกครองและบริหารคณะสงฆ์แบบสังฆาธิปไตย(ระบบเลือกตั้งคณะสงฆ์โดยตัวแทนประชาชน)
3.3. เพื่อศึกษางานพระสงฆ์ด้านการเป็นผู้นำสู่การปฏิรูปสังคม
4) ปัญหาที่ต้องการทราบ
4.1. ระบบการศึกษาของพระสงฆ์ในกัมพูชาที่มีส่วนช่วยพัฒนาทั้งคณะสงฆ์และพัฒนาประเทศชาติได้อย่างไร
4.2.ความสัมพันธ์ระหว่างพระภิกษุสงฆ์ทั้งที่เป็นประมุขสงฆ์ ผู้นำ และพระภิกษุที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของสังคม กับนักการเมือง มีส่วนช่วยพัฒนาสันติภาพในกัมพูชาได้อย่างไร
4.3.พระสงฆ์ได้ใช้หลักธรรม แนวคิดทฤษฏีใดบ้าง ในการเชื่อมสัมพันธ์กับทั้งนักการเมือง ผู้บริหารประเทศ และสู่ประชาชนในฐานะพระสงฆ์นักการเมือง
5. รีวิวหนังสืออ้างอิง
ประวัติศาสตร์กัมพูชา, เป็นหนังสือแปลจากต้นฉบับอังกฤษ A History of Cambodia เป็นหนังสือวิชาการที่ได้รับการยอมรับและอ้างอิงมากที่สุดเล่มหนึ่ง
กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของกัมพูชาตั้งแต่ยุคแรกเมื่อสองพันกว่าปีมา ยุคพระนคร ยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ จากบันทึกของจูต้ากวน ความสัมพันธ์ไทยและเวียดนาม ตลอดจนฝรั่งเศสที่เข้าไปปกครอง จนมาถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในยุคสาธารณรัฐ และยุคเสื่อมสุด เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ และคอมมิวนิสต์เวียดนาม และเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา มีความสมบูรณ์ในแง่ประวัติศาสตร์ ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในแต่ละยุค
ข้อความที่บ่งบอกถึงพระสงฆ์เป็นแกนนำประท้วงทางการเมือง
"หนึ่งในจำนวนสงฆ์เหล่านี้ ได้แก่ พระเฮม เฌียว (Hem Chieu)ครูโรงเรียนสอนภาษาบาลีชั้นสูงในกรุงพนมเปญซึ่งถูกรวมอยู่ในกลุ่มต่อต้านฝรั่งเศส เมื่อท่านเสนอแผนทำรัฐประหารที่คลุมเคลือต่อกองกำลังอาสาสมัคร อาสาสมัครที่นิยมฝรั่งเศสนายหนึ่งได้รายงานชื่อท่านทำให้ท่านถูกจับกุมพร้อมด้วยพระสงฆ์อีกองค์หนึ่ง..พระเฮม เฌียว เป็นสมาชิกสำคัญของสถาบันสงฆ์ และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับกุมท่านโดยไม่อนุญาตให้ลาสิกขาบทตามจารีต นับว่าได้ลบหลู่พระสงฆ์อื่นๆ..ประชาชนมากกว่า ๑๐๐๐ คน และครึ่งหนึ่งเป็นพระสงฆ์ได้เดินขบวนไปตามถนนสายหลักของพนมเปญ มุ่งสู่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวพระเฮม เฌียว. หน้า 264
สรศักดิ์ จันทร์วัฒนกุล. ประวัติศาสตร์และศิลปะแห่ง อาณาจักร ขอมโบราณ. เล่ม๑. สำนักพิมพ์เมืองโบราณ
ผู้เขียนมีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และศิลปะอาณาจักรขอม จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอาจารย์สอนและมัคคุเทศก์นำเที่ยวเมืองพระนครในยุคบุกเบิก ๓๐ ปราสาทขอมในเมืองพระนคร.. มีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะโบราณสถาน ในแต่ละยุค การผสมกลมกลืนทางพระพุทธกับศาสนาพราหมณ์ ก่อให้เกิดปราสาทต่างๆขึ้น ดังข้อความ ใน "พุทธศาสนาในศิลปะขอม และสิ่งที่เกี่ยวข้อง" ว่า
ในอาณาจักรขอมโบราณมีหลักฐานว่าในยุคแรกๆ พุทธศาสนาได้รับความนิยมน้อยกว่าศาสนาพราหมณ์ ต่อมาได้รับกความนิยมมากขึ้น และเข้าไปแทนที่ศาสนาพราหมณ์ในตอนหลัง และยังได้พบว่าพุทธศาสนาเข้ามามี ๒ นิกาย คือ นิกายมหายาน (ได้รับความนิยมอย่างมากก่อช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๘) และนิกายเถรวาท (เข้ามาแทนที่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จนถึงปัจจุบัน) p178.
ลังภูมิ ละออ, ส่องเขมร ตระเวนกัมพูเจีย, เป็นสารคดีเชิงท่องเที่ยวโบราณสถาน ผู้เขียนมีความเข้าใจในด้านประวัติศาสตร์ทั้งไทยและกัมพูชาได้เป็นอย่างดี สามารถเชื่อมโยงประวัติของทั้งสองประเทศให้เห็นชัดเจนผ่านการนำเที่ยว โดยเฉพาะยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่ประเทศกัมพูชาตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศสยาม พระมหากษัตริย์ถูกจับเป็นเชลยได้รับการศึกษาตามแบบอย่างชาวสยาม และให้ไปปกครองประเทศของตน ดังข้อความว่า
ราชสำนักสยามเข้าไปจัดการปัญหาความวุ่นวายในกัมพูชาในปี พ.ศ. ๒๓๓๗ แล้วสถาปนา "นักองค์เอง" ขึ้นเป็น "สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดีศรีสุริโยพรรณ" ปกครองกัมพูชา"นักองค์เอง" ท่านนี้คือราชนิกุลเขมรที่มาอยู่ที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่พระเยาว์. p199
พระสุวรรณฐา อินฺทฺริยสํวโร (ลิ่ม), ศึกษาเปรียบเทียบการศึกษาของคณะสงฆ์ในประเทศไทย กับคณะสงฆ์ในประเทศกัมพูชา.วพ.
ท่านได้ทำวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) การศึกษาของคณะสงฆ์ไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน ๒)การศึกษาของคณะสงฆ์กัมพูชาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ๓)เปรียบเทียบการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยกับคณะสงฆ์กัมพูชาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่า สภาพการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยกับคณะสงฆ์กัมพูชาในอดีตมีการบริหารจัดการเหมือนกันทุกด้าน ผู้จัดการศึกษาคือพระสงฆ์ในระบบโรงเรียนวัด มีความผันแปรไปตามบริบทของยุคสมัย ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างคณะสงฆ์กับผู้ปกครองและประชาชนช่วยเหลือเกื้อกูล, การศึกษาของคณะสงฆ์ไทยกับกัมพูชาในปัจจุบันมีการแบ่งส่วนงานรับผิดชอบอย่างชัดโดยแบ่งออกเป็น ๒ สาย คือ ๑)ศึกษาทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อธำรงรักษาหลักคำสอนและศาสนาไว้มีแผนกนักธรรมบาลี กระทรวงธรรมการ และศาสนารับผิดชอบจัดการศึกษา ๒)การศึกษาทางโลก เป็นการศึกษามุ่งเน้นด้านวิชาการและการบริการรับใช้สังคมทั้งการศึกษาแผนกสามัญ พุทธิกศึกษาและการศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยกระบวนการบริหารจัดการศึกษาตามบทบัญญัติของมหาวิทยาลัยและกฏกระทรวงความแตกต่างกัน คณะสงฆ์ไทยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงโครงสร้างจัดการพัฒนาการให้เจริญมาโดยตลอด พร้อมกับขยายไปยังภูมิภาค มีวิทยาเขตต่างๆ สถาบันสมทบทั้งในและต่างประเทศ มีบุคคลากรทางการศึกษาพร้อมทุกด้าน
การศึกษาของคณะสงฆ์กัมพูชา ไม่มีความต่อเนื่องจากผลของสงครามกลางเมืองในประเทศ พระสงฆ์ที่เป็นผู้นำสงฆ์ถูกสังหารจับกุมทรมานจนสิ้นชีวิต จึงเหลือบุคคลากรทางการศึกษาจำนวนน้อย และจากสงครามนั้นได้ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาของชาติทั้งฝ่ายพุทธจักรและอาณาจักร์ หยุดดำเนินการศึกษาหลายปี และเริ่มฟื้นฟูขึ้นมาเรื่อย เริ่มขยายตัวไปตามจังหวัดต่างๆ
พระสุธีย สุวณฺณเถโร (ยนต์), การศึกษาของคณะสงฆ์ในราชอาณาจักรกัมพูชา,วพ.
กล่าวถึงประวัติศาสตร์ด้านการศึกษาของคณะสงฆ์กัมพูชามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้รับอิทธิพลทางการเมือง และได้มีบทบาททางการเมืองในแต่ละช่วง บางยุคพระสงฆ์ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และถูกสังหารล้มตายไปเป็นจำนวนมาก เมื่อฟื้นฟูคณะสงฆ์ได้พัฒนาทั้งการปกครองและการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยมีทั้งการศึกษาด้านพระพุทธศาสนานักธรรมบาลี และการศึกษาวิชาการสมัยใหม่ จัดการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา ได้รับการดูแลส่งเสริมจากภาครัฐ ซึ่งในปัจจุบันปัญหาส่วนใหญ่การขาดงบประมาณที่เพียงพอและบุคคลากรของพระสงฆ์เอง ระบบการปกครองคณะสงฆ์แบบใหม่ที่เป็นฐานทางการเมืองได้ทำให้พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองอย่างเปิดเผย โดยนักการเมืองได้ใช้พระพุทธศาสนาเป็นช่องทางหาเสียงและสร้างความชอบธรรมให้แก่ตน พระสงฆ์ที่เป็นผู้นำมักได้รับการแต่งตั้งจากนักการเมืองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและคัดค้าน