ประวัติ กูเต็นเบิร์ก
กูเต็นเบิร์กเป็นนักขุดทองและช่างพิมพ์ชาวเยอรมัน เป็นผู้ประดิษฐ์ตัวเรียงพิมพ์โลหะ ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือ คัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับกูเต็นเบิร์ก หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม “คัมภีร์ไบเบิ้ล 42 บรรทัด” ในบรรดาผลงานของเขา ผลงานที่น่าจะสร้างชื่อที่สุดคือการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ตัวเรียงพิมพ์โลหะ การประดิษฐ์คิดค้นนี้ได้นำมาซึ่งการพัฒนาขั้นตอนของการพิมพ์ให้มีความรวดเร็วขึ้นโดยใช้น้ำมัน เครื่องพิมพ์ที่ทำด้วยไม้ น็อต และเครื่องสำหรับคั้นองุ่นเพื่อทำเหล้าองุ่น และตัวเรียงพิมพ์โลหะนี้ได้นำมาเป็นต้นฉบับคือว่างานประดิษฐ์นี้ได้ล้มล้างวิธีการพิมพ์แบบเก่ากูเต็นเบิร์กเกิดในเมืองโมนซ์ ประเทศเยอรมัน เป็นบุตรคนสุดท้องของตระกูลพ่อค้าชนชั้นกลาง มีบิดาชื่อ Friele Gensfleish zur Laden และมีภรรยาชื่อ Else Wyrich ผู้ซึ่งเป็นบุตรสาวของเจ้าของร้านค้า ส่วนปีเกิดของกูเต็นเบิร์กนั้นยังไม่แน่ชัด คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1394 และ 1404 ที่น่าจะเป็นไปได้คือ 1400 ในสมัยนั้นผู้ที่มีอันจะกินในเมืองโมนซ์นิยมตั้งชื่อตามบ้านที่ครอบครอง และในช่วงปี 1411 เกิดจลาจลมีการอบพยพ และ ครอบครัวกูเต็นเบิร์กย้ายไปที่เมือง Eltville am Rhein ที่ซึ่งมารดาของเขาเป็นเจ้า และ ของเขาได้เข้าศึกษาที่ University of Erfurt โดยใช้ชื่อ Johannes de Alta villa ต่อมาบิดาของเขาเสียชีวิตลงในปี 1419 กูเต็นเบิร์กต้องเป็นผู้สืบทอดกิจการ และ ไม่มีการระบุแน่ชัดว่าภายในระยะ 15 ปีต่อ กูเต็นเบิร์กทำอะไร
จนกระทั่งปี 1444 กูเต็นเบิร์ก ยังอาศัยอยู่ในเมือง Strasbourg แถบ St.Arbogast แถวชานเมือง ยังไม่แน่ชัดว่าที่นี้เขาทำอะไร หรือสถานที่นี้เขาสามารถคิดค้นตัวเรียงพิมพ์โลหะขึ้นมาได้ กระทั่งปี 1448 เขากลับมายังเมืองโมนซ์ เขาได้เงินจากน้องเขย Arnold Gelthus สันนิษฐานว่าเพื่อใช้สิ่งพิมพ์ ในปี 1450 สิ่งพิมพ์เริ่มมีบทบาท มีการพิมพ์บทกลอนของเยอรมัน เป็นไปได้มีการพิมพ์ครั้งแรกกันที่เมืองนี้ กูเต็นเบิร์กได้ทำการยืมเงิน 800 g. จาก Fust ต่อมา Peter Schoefler ได้แต่งงานกับน้องสาวของ Fust และเข้าร่วมกิจการนี้ด้วยกัน โรงงานของกูเต็นเบิร์กตั้งอยู่ในเมือง Hof Humbrecht ซึ่งเป็นสมบัติของญาติห่างๆ ของเขาเอง ไม่ทราบแน่ชัดว่ากูเต็นเบิร์ก รับงานการพิมพ์คัมภีร์มาเมื่อใด ไม่มีใครรู้ และ ในปี 1455 กูเต็นเบิร์กได้ตีมพิมพ์คัมภีร์ไบเบิ้ล 42 บรรทัด ซึ่งเป็นที่รุ้จักกันในนาม “คัมภีร์ไบเบิ้ลกูเต็นเบิร์ก” พิมพ์ออกมา 180 ชุด ลงบนกระดาษและหนังลูกวัวในปี 1455 กูเต็นเบิร์กกับ Fust ทะเลาะกันและ Fust ได้เรียกร้องเงินทั้งหมดของเขาคืน และเงินนั้นได้ลงทุนไปกับการพิมพ์คัมภีร์ไบเบิ้ล ทำให้เขาไม่มีเงินจะคืน Fust ได้ยื่นฟ้องกับ Archbishop’s count ผลการตัดสินได้ให้สิทธิการดูแลกิจการทั้งหมดแก่ Fust
กูเต็นเบิร์กลมละลาย มีหลักฐานปรากฏว่าเขาได้ตั้งโรงพิมพ์เล็กๆ ขึ้นมาในปี 1459
ในปี 1462 เกิดกรณีพิพาทระต่อมาหว่าง Archbishop เมือง Mainz กูเต็นเบิร์กได้ถูกเนรเทศ เข้าย้ายไปอยู่ที่เมือง Eltville ที่ซึ่งเขาได้ถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ในเรื่องการพิมพ์ให้กับน้องชาย Bechtermunzeในปี 1465 กูเต็นเบิร์กได้รับยศ Hofman จาก Archbishop Van Nasse ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าหลังจากนั้นกูเต็นเบิร์กได้ย้ายกลับ Mainz หรือไม่ กูเต็นเบิร์กเสียชีวิตลงในปี 1468 ต่อมาโบสถ์และสุสานของเขาได้ถูกทำลาย และ ในปี 1504 เขาได้ถูกจารึกเป็นผู้คิดค้นตัวเรียงพิมพ์โลหะ ซึ่งปรากฏในหนังสือของ Professor Iwo Wittig
Hawthorne effect
Hawthorne เป็นเวลาและการเคลื่อนไหวเป็นปัญหาหนึ่งผลกระทบในโรงงานแต่ไม่ใช่บุคคล สิ่งนี้ในแก่นสารที่จริงไม่เกี่ยวกับลูกจ้าง/เครื่องมือแต่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมภายในโรงงาน ถ้าสภาพแวดล้อมภายในโรงงานไม่ดีงานที่ออกมาอาจจะไม่ตรงตามเป้าที่ว่างไว้ และการทำงานต้องแบ่งให้เข้ากับคนที่เหมาะสม กับงานนั้น ถ้าแบ่งงานกันแล้ว ทำงาน ชิ้นงานที่ออกมาไม่ดีดูว่าควรปรับปรุงตรงไหน เราก็มาทำการปรับปรุงแก้ไข ควรปรับปรุงที่ คนงานหรือว่าเครื่องจักร ถ้าเป็นคนงานควรจะทำอย่างไร ฝึกอบรมหรือไม่ ถ้าเป็นเครื่องจักร ควรจะทำอย่างไร เครื่องจักรมีน้อย หรือ ชำรุด/เสีย ตรงไหน เป็นต้น ผู้สังเกตการณ์ก็น่าจะรู้ว่าเกิดความเสียหายตรงไหน ควรปรับปรุงตรงไหน และ Hawthorne จะแสดงจุดที่เสียให้ทำการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เช่น ใช้วัสดุ/อุปกรณ์/วิธีในการทำมากเกิดไปควรตักอันที่ไม่จำเป็นต้องใช้ออก ให้เหลือเวลาทำงานน้อยในแต่ละชิ้น ให้งานที่ออกมาคงเหมือนรูปแบบเดิม/สภาพเดิม การทำวิธีนี้ เป็นการทำ ใน 1 ชิ้นงานให้เหลือเวลาน้อยที่สุดเพื่อจะได้จะให้ชิ้นงานเพิ่มขึ้นในการทำงานแต่ละวัน...