Hawthorne Effect คืออะไร
The Hawthorne effect เป็นปรากฏการณ์ซึ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลหรือกลุ่มคน เปลี่ยนแปลงไปชั่วขณะ ในระหว่างที่มีการวิจัยหรือการกระทำจากสิ่งเร้าภายนอกองค์กรที่ถูกทำวิจัยนั้น (บางทีเรียกปรากฏการณ์นี้อีกอย่างว่า ปรากฏการณ์ตอบสนองต่ออุปสงค์จำเพาะ) ในกรณีที่เอามาใช้ในการบริหารองค์กร ความหมายจะสื่อว่า พฤติกรรมของสมาชิกในองค์กรนั้นหรือผลงานขององค์กรนั้นเปลี่ยนแปลงไปเมื่อมีเรื่องหรือประเด็นความสนใจใหม่ๆหรือการส่อว่ามีความสนใจใหม่มากขึ้นในบางประเด็น ในการศึกษาที่เรียกว่า Hawthorne studies พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้คนในองค์กรที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าใหม่ อย่างชัดเจน แม้ว่าสิ่งเร้าใหม่นั้น มิใช่เรื่องใหม่ในองค์กร คำว่า Hawthorne Works,[1] เป็นชื่อของงานวิจัยที่โรงงานที่ทำการศึกษาในระหว่างปี 1924 และ 1932.การศึกษานี้ทำในกลุ่มผู้ทำงานในโรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์ดั้งเดิมว่า จะศึกษาถึงอิทธิพลของแสงต่อประสิทธิภาพของคนงาน แต่ ....... ผลการศึกษากลับพบว่า ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงความเข้มของแสงเท่าใด หรือปรับสีของแสงในโรงงานอย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพผลผลิตของพนักงาน ก็จะเพิ่มขึ้นผู้ทำการศึกษา ได้เพิ่มเงื่อนไขสิ่งแวดล้อมเพื่อศึกษาใหม่ในโรงงานเดิม โดยครั้งใหม่นี้ใช้กลุ่มคนงาน ๕ กลุ่มที่อายุแตกต่างกัน แบ่งเพศเป็นเพศชาย กับเพศหญิง ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมการทำงานอื่นด้วย (ได้แก่ วิธีการจ่ายเงิน การให้พักครั้งละ ๕ นาที ๒ครั้งต่อกะโดยให้เลือกเวลาเอง ต่อด้วยการให้พัก ๑๐ นาที ๒ครั้งต่อกะงานโดยหัวหน้างานกำหนดเวลา ต่อด้วยให้หยุดพักครั้งละ ๕ นาทีเมื่อเวลาที่พนักงานเบื่องานถึงที่สุดในกะงานนั้นแต่ต้องบอกหัวหน้างานก่อน และพักได้ถึง ๖ ครั้งต่อกะ การปรับเปลี่ยนให้มีอาหารว่างกินระหว่างพัก การให้กลับบ้านก่อนเลิกกะ ๓๐ นาทีถ้าผลงานดี ผลการวิจัย กลับพบเช่นเดิมว่า ขณะทำการวิจัย ผลงานของพนักงานเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติ และเมื่อเลิกวิจัยผลงานก็ค่อยลดลงตามลำดับทุกกลุ่ม จึงมีการสรุปว่า การวิจัยเป็นสิ่งเร้าและมีอิทธิพลทางจิตวิทยาต่อองค์กรและพฤติกรรมองค์กร อย่างมาก มากกว่าสิ่งแวดล้อมทางกายภาพเช่น แสง เสียง ความร้อน หรือแม้แต่สวัสดิการ ผลงานของพนักงานก็จะดีขึ้นเองจากการสร้างปฏิทินกิจกรรมพิเศษโดยฝ่ายบริหาร ในระยะหลังบางทีจึงเรียก " Hawthorne effect” เป็น halo effect ก็มี บทความโดย : นายแพทย์ชูชัย ศรชำน
ตัวอย่างการปรับปรุงการทำงาน
เอกชนไทยไอเดียบรรเจิด พัฒนารถจักรยานแคระเอื้อต่อการเคลื่อนย้าย แถมยังใช้เป็นเครื่องออกกำลังกายประจำครัวเรือนได้ด้วย ขณะที่รูปแบบใช้งานไม่ต่างจากรถจักรยานคันใหญ่ และไม่ขัดต่อสรีระของร่างกาย
นายอมรชัย ชัยรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช.ฐิติชัย จำกัด เจ้าของไอเดีย 'จักรยานแคระ' เปิดเผยว่า รถจักรยานที่ใช้ทั่วไปมีขนาดใหญ่ ไม่สะดวกที่จะขนย้ายไปใช้ตามสถานที่ต่างๆ หรือถ้ามีก็จะเป็นรถจักรยานล้อเดียว แต่ก็มีปัญหาด้านการขับขี่ เพราะต้องฝึกการทรงตัวให้ดี ซึ่งเป็นเรื่องยาก จึงนำไปสู่แนวคิดการพัฒนารถจักรยานแคระขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว
นอกจากนี้ รถจักรยานแคระยังได้รับการออกแบบให้สัดส่วนมีความสมดุล หรือไม่ขัดต่อสรีระของร่างกาย อีกทั้งยังสามารถปรับระดับให้เหมาะกับขนาดความสูงของผู้ขี่ได้ด้วยมือเปล่า โดยสามารถปรับได้ตั้งแต่ 68-80 เซนติเมตร เช่น ระดับ 68 เซนติเมตรจะสูงเท่ากับรถจักรยานเด็ก 9-10 ขวบ แต่ถ้าระดับ 80 เซนติเมตรจะสูงคล้ายเสือภูเขา หรือรถจักรยานแม่บ้าน
สำหรับรถจักรยานแคระน้ำหนัก 9.3 กิโลกรัมคันนี้ สามารถรับน้ำหนักได้ 80 กิโลกรัม และมีขนาดกะทัดรัดชนิดที่ว่าใส่ท้ายรถได้มากถึง 3 คัน โดยไม่ต้องรื้อชิ้นส่วนออก แต่หากจะถอดชิ้นส่วนออกเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายเข้าไปอีก ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะประกอบยาก เพราะแต่ละชิ้นส่วนจะมีร่องล็อกที่ตายตัว
จุดเด่นอีกอย่างของสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้คือ ใช้เป็นรถจักรยานออกกำลังกายกับที่ ซึ่งจะต้องใช้งานคู่กับแท่นออกกำลังกาย ทั้งนี้ ปัจจุบันรถจักรยานแคระไม่ได้มีขายเฉพาะในประเทศเท่านั้น อมรชัยบอกว่าตอนนี้ส่งออกไปที่สวิตเซอร์แลนด์แล้ว และกำลังจะส่งไปยังประเทศอังกฤษด้วย ซึ่งขณะนี้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
ที่มา http://get.live.com/photogallery/overview