กลุ่มงานเภสัชกรรม จะปรับเปลี่ยนการจ่ายยา EPO ผู้ป่วยสิทธิ UC ใหม่ โดยจะเริ่มดำเนินการในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐
เดิม การจ่ายยาถูกจ่ายที่หน่วยไตเทียม แล้ว ห้องยาบันทึก EPO (โครงการ) และจำนวน ซึ่งไม่มีราคา ในโปรแกรมจ่ายยาผู้ป่วยนอก
โดยแนวทางใหม่ให้ดำเนินการดังนี้
๑. อายุรแพทย์โรคไต เขียนคำสั่งใช้ยา EPO พร้อมระบุชื่อการค้า วิธีใช้ และจำนวน ในใบสั่งยา (หัวใบสั่งยาระบุ "ไตเทียม")
๒. เภสัชกร บันทึกคำสั่งใช้ยา EPO ในโปรแกรมจ่ายยา เหมือนกับยาอื่นๆที่ถูกจ่ายจากห้องยา ทั้งนี้ให้เลือก code ยาให้ถูกต้อง ตามชื่อการค้า ซึ่งมีใช้ ๒ ชื่อการค้า ตามที่ระบุในใบสั่งยา
๓. ออกฉลากยา EPO เพื่อให้เจ้าหน้าที่ จัดยา EPO และ อุปกรณ์การฉีดยา
๔. เภสัชกรตรวจสอบยา EPO ที่จ่ายให้ถูกต้อง พร้อม อุปกรณ์การฉีดยา และกำกับดูแลให้ผู้ป่วยนำกระติกมารับยาแช่เย็นตามระบบ Cold chain เพื่อคงคุณภาพของยา EPO ระหว่างเดินทาง
*** การจ่ายยา EPO สิทธิ UC จะเป็น vial ต้องจ่ายพร้อมอุปกรณ์ ส่วน สิทธิ เบิกได้ หรือจ่ายเงิน จะเป็น syringe พร้อมฉีด ***
เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้
๑. ภก. กฤช ดำเนินการออก code ยา EPO ทั้งสองชื่อการค้าในโปรแกรมจ่ายยาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน แล้วแจ้งให้เภสัชกรทราบ
๒. ภญ.จินตนา ประสานหน่วยไตเทียม ให้เริ่มการสั่งยา EPO โดยระบุชื่อการค้า พร้อมวิธีใช้ และจำนวนให้ชัดเจน
๓. ให้เภสัชกร เริ่มทำการบันทึกตามแนวทางใหม่ แต่ยังไม่ต้องจ่ายยา EPO เพื่อเก็บเป็นข้อมูลในประวัติการจ่ายยาของผู้ป่วย แต่ หน่วยไตเทียมยังจ่ายยาพร้อมอุปกรณ์อยู่จนกว่าถึงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐
๔. เภสัชกรงานคลังเวชภัณฑ์รับโอนยา EPO พร้อมอุปกรณ์ฉีดยา ซึ่ง ภญ.จินตนาดูแลอยู่เข้าคลังเวชภัณฑ์ยาให้เรียบร้อยก่อนวันดำเนินการ
๕. ห้องจ่ายยา ER และ ห้องจ่ายยา Unit dose เบิกยา EPO พร้อมอุปกรณ์ฉีดยา สำหรับสิทธิ UC ไปสำรองไว้จ่ายที่ห้องจ่ายยา ก่อนวันดำเนินการ
๖. การจ่ายยา EPO ยังใช้ระเบียบเดิม คือ จ่ายแบบผู้ป่วยนอกเท่านั้น เพราะต้องเบิกคืนยาตามระบบยา จ.๒ ดังนั้นหากผู้ป่วยมา Admit ให้แจ้งผู้ป่วยนำยา EPO ที่ได้รับมาเอง และ เมื่อจำหน่าย ไม่ต้องจ่ายยาให้ผู้ป่วยมารับตามนัดเดิม หากถึงนัดพอดีให้ส่งผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่หน่วยไตเทียมแล้วจ่ายยาตามระบบผู้ป่วยนอก
กลุ่มงานเภสัชกรรม