เรื่องราวดีๆ จะเก็บไว้ให้ที่นี่ครับ http://goodonmorning.blogspot.com/ ยกเลิกรับเมล ส่งเมลเปล่าไปที่ goodmorningma...@googlegroups.com สมัครรับเมล ส่งเมลเปล่าไปที่ goodmorningm...@googlegroups.com
(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki)
สิ่งที่ได้รับขึ้นทะเบียนแล้ว
1. พ.ศ. 2546 - ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง (The King Ram Khamhaeng Inscription)
2. พ.ศ. 2552 - เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เอกสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสยาม - (Archival Documents of King Chulalongkorn's Transformation of Siam)
3. พ.ศ. 2554 - จารึกวัดโพธิ์ ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (องค์การยูเนสโกได้รับรองจารึกเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551 และต่อมาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 ทางยูเนสโกยังได้รับรองสิ่งดังกล่าวนี้จำนวน 1,440 ชิ้น เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกในทะเบียนนานาชาติ)
..............................................
จารึกวัดโพธิ์ มรดกความทรงจำแห่งโลก : ศิลปกรรมทรงคุณค่า คู่สังคมไทย
… เสียดายเพียงอย่างเดียวที่ไม่มีวิชาการเป็นนักการเมืองที่ดี ให้คนบางคนมาเรียน
นอกจากนี้ ความรู้อันเป็นสรรพศาสตร์ด้านต่างๆถูกจารึกไว้แผ่นศิลาประดับอยู่ตามศาลาราย ซึ่งการบันทึกนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยเตือนความทรงจำแล้ว ยังมีความหมายสำคัญต่อการถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เข้าใจ ได้นำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกด้วยลายลักษณ์อักษร ภาพถ่าย หรือสื่ออื่นใดก็ตาม ล้วนมีคุณค่าอย่างยิ่ง
บันทึกเหล่านี้ถูกเก็บไว้หลายแห่ง เช่นที่ศาลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ ส่วนศาลารายด้านทิศตะวันออกทั้ง 2 หลังเปิดสอนการแพทย์และการนวดแผนโบราณจนถึงปัจจุบัน สำหรับการสอนนวดมีทั้งแบบท่าฤษีดัดตน และการนวดประคบด้วยสมุนไพร
ตามรอยศิลปกรรมทรงคุณค่า .. จารึกวัดโพธิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ เป็นวัดเก่าแก่ มีประวัติมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และในรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ขึ้น ด้วยทรงทอดพระเนตรเห็นสิ่งก่อสร้างต่างๆทรุดโทรมเป็นอันมาก พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้พระอารามเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับประชาชนทั่วไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นำองค์ความรู้จากปราชญ์ของไทยและสรรพศิลปะวิทยาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตำราการแพทย์ โบราณคดี วรรณกรรม โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ฯลฯ จารึกลงบนแผ่นหินอ่อน ประดับไว้ตามบริเวณผนัง เสาพระระเบียง รอบพระอุโบสถ พระวิหาร วิหารคด และศาลารายรอบพระมณฑปภายในวัด ความรู้ที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาปัจจุบันรวมเรียกว่า “ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ” โดยแบ่งออกเป็นหมวดต่างๆ อันได้แก่ หมวดพระพุทธศาสนา หมวดวรรณคดีร้อยกรอง หมวดวรรณคดีร้อยแก้ว หมวดอักษรศาสตร์ รวมทั้งหมวดเวชศาสตร์ ดังปรากฏเป็นที่ทราบกัน ด้วยความล้ำค่าของจารึกวัดพระเชตุพนฯ ที่นอกจากจะเป็นแหล่งสรรพวิชาอันบ่งบอกถึงภูมิปัญญาไทย เป็นต้นเค้าที่ที่บอกถึงการศึกษาของไทยแต่ครั้งโบราณ ทั้งทางด้านสาขาวิชาอักษรศาสตร์ การแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ฯลฯ สาขาการแพทย์ ว่าด้วยตำรายาแก้โรคและตำราการนวด การใช้ภาพเขียนหรือสาธิต ประกอบรวมทั้งรูปหล่อของฤๅษี ซึ่งล้วนเป็นการเสริมความเข้าใจของผู้ศึกษา ทางด้านสาขาช่าง ภาพจิตรกรรมฝาผนัง รวมทั้งงานศิลปะแขนงอื่นๆ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นศิลปะชั้นครู เป็นสถานศึกษาของประชาชนไทยที่สำคัญ …
จากการที่คณะกรรมการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก ได้ประกาศยกย่องและมีมติรับรองการขึ้นทะเบียน ศิลาจารึกพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) เป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลก ศาสตราจารย์ คุณหญิง แม้นมาส ชวลิต ประธานคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ให้ความรู้ว่า ความทรงจำของโลก เป็นแผนงานที่ยูเนสโกกำหนดขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางภูมิปัญญาของโลกไม่ว่าจะบันทึกไว้ในรูปใด จะเป็นสิ่งพิมพ์ ใบลาน ลายมือเขียน รูปภาพ หรือสื่ออีเล็กโทรนิกส์ ฯลฯ ล้วนมีคุณค่า เป็นแหล่งรวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ที่มีความหมายสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมา ศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนับเป็นเอกสารชิ้นแรกที่ได้รับการประกาศยกย่องขึ้นเป็นมรดกแห่งความทรงจำแห่งโลก “ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชถือได้ว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญที่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนก่อนที่โลกจะมีการกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง พ่อขุนรามคำแหงทรงกล่าวถึงเรื่องนี้มาเมื่อ 700 กว่าปีที่แล้ว และจากจารึกทำให้เข้าใจถึงการปกครอง การค้าขาย การติดต่อฯลฯ ถือเป็นเอกสารที่มีความสมบูรณ์และมีความสำคัญครบพร้อมตามหลักเกณฑ์การคัดเลือก และก่อนที่ยูเนสโกจะประกาศขึ้นทะเบียน ที่ผ่านมาได้มีการศึกษา อ่าน ตีความมาก่อนแล้ว และเมื่อมีแผนงานด้านนี้เกิดขึ้น ก็ได้เสนอ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกแห่งความทรงจำโลก” จารึกวัดโพธิ์เป็นการรวบรวมหลักฐานลายลักษณ์อักษรภาษาไทยที่สำคัญไว้บนแผ่นหินอ่อนจำนวน 1,360 แผ่น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้จารึกสรรพวิชาความรู้ไทยไว้ที่ผนังพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาราย วิหารคดภายในวัด ซึ่งดร. ประจักษ์ วัฒนานุสิทธิ์ เลขานุการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก กล่าวเพิ่มเติมว่า “พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีสายพระเนตรยาวไกลในทุกๆด้าน ทั้งในด้านการค้า การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ โดยรวบรวมความรู้ แล้วโปรดให้จารึกไว้ที่ผนังวัดโพธิ์ ซึ่งนอกจากตำรานวดวัดโพธิ์ที่เป็นที่รู้จักกล่าวขานทั่วโลก เนื้อหายังมีทั้งศาสนา วิชาการหลายสาขา ตลอดจนความรู้ภูมิปัญญาไทย ฯลฯ ซึ่งทรงมุ่งหวัง ให้ยั่งยืนและเผยแพร่ให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ ”
มรดกความทรงจำแห่งโลก" (Memory of the World) คือมรดกเอกสารที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร (Documentary Heritage) ที่เกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมแห่งโลก แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของความคิด การค้นพบ และผลงานของสังคมมนุษย์ เป็นมรดกตกทอดจากสังคมในอดีต ให้แก่สังคมปัจจุบัน ที่จะสืบสานส่งต่อให้แก่สังคมในอนาคต จารึกวัดโพธิ์นี้มีดีอะไร ถึงได้รับการรับรองให้ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำแห่งโลก
วัดโพธิ์เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จนกลายเป็นวัดสำคัญก็ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ในแผ่นดินรัตนโกสินทร์ ในส่วนของจารึกวัดโพธิ์นั้น ถูกสร้างขึ้นในการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่อีกครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็นแหล่งความรู้ของมหาชนโดยไม่เลือกชนชั้น เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีหนังสือ ไม่มีโรงเรียน การเล่าเรียนส่วนใหญ่จะมีสอนให้อยู่ตามวัดต่างๆ หรือตามบ้านผู้ดีมีสกุลเท่านั้น ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมและเลือกสรรตำรับตำราวิชาความรู้ต่างๆ มาจารึกไว้บนแเผ่นศิลา โดยแต่ละหมวด แต่ละเรื่องจะจารึกไว้บนศิลารูปแบบต่างๆ ... เช่นแผ่นศิลารูปไข่จารึกเรื่องตำรายา แผ่นศิลารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเป็นชุดๆละ 3 แผ่น จารึกเรื่องสุภาษิต แผ่นศิลารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง จารึกโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เป็นต้น ... แผ่นศิลาเหล่านี้ประดับไว้ในบริเวณผนังวัดโพธิ์ ทำให้คนทุกชนชั้นสามารถมาหาความรู้จากวัดโพธิ์ได้ทั่วถึงกัน เพราะใครก็ตามก็สามารถเข้ามายังวัดได้ วัดโพธิ์จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย"
หมวดการสร้างและปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน ที่มีจารึกเรื่องทรงสร้างวัดพระเชตุพนครั้งรัชกาลที่ 1 เรื่องประวัติของพระพุทธเทวปฏิมากร พระพุทธโลกนาถ โคลงดั้นเรื่องปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน เป็นต้น “ .. ศุภมัสดุพระพุทธศักราชล่วงแล้วสองพันสามร้อยสามสิบแปดพระวษา ณ วันจันทร์เดือนสิบเบดแรมแปดค่ำปีระกานักสัตว์เอกศกสมเด็จพระบรมธรรมมฤกมหาราชาธิราชพระเจ้ารามาธิบดียรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ผ่านพิภพไอศววรยาธิปัดถวัลราช กรุงเทพทวาราวะดีศรีอยุธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานี บุรียรมย์อุดมพระราชมหาสถาน เสดจ์ทอดพระเนตร์เหนวัดโพธารามเก่าชำรุดปรักหักพังเปนอันมากทรงพระราชศรัทธาจะปติสังขรณ์ ส้างให้บูรรณงามขึ้นกว่าเก่า ซึ่งที่เปนลุ่มดอนห้วยคลองสระบ่อร่องคูอยู่นั้น ทรงพระกรุณาให้เอาคนสองหมื่นเศศขนดินมาถทเตมแล้ว รุ่งขึ้นปีหนึ่งสองปีกลับยุบลุ่มไปจึงให้ซื้อมูลดินสิ้นพระราชทรัพย์ สองร้อยห้าชั่งสิบห้าตำลึงจึ่งให้ปราบที่พูนมูลดินเสมอดีแล้ว ครั้นณะวันพฤหัศบดีเดือนเดือนสิบสองแรมสิลเบดค่ำปีฉลูนักสัตว์เบญจะศกให้จับการปัติสังขรณะส้างพระอุโบสถมีกำแพงแก้วกระเบื้องปุระล้อมรอบพื้นมนกำแพงแก้ว แลหว่างพระระเบียงชั้นในชั้นนอกก่ออิฐห้าชั้นแล้วดาดปูน กระทำพระระเบียงล้อมสองชั้นผนังพระระเบียงข้างในประดับกระเบื้องปุระ ผนังพระระเบียงเขียนเปนลายแย่งมุมพระระเบียงนั้นเปนจตุระมุขทุกชั้น มีพระวิหารสี่ทิศบันดาหลังคาพระอุโบสถพระวิหารพระระเบียงนั้นมุงกระเบื้องเคลือบสีเขียวเหลืองทั้งสิ้น …”
แผ่นจารึกเบื้องหน้าฉัน ทำจากแผ่นหินอ่อนกว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร อายุกว่า 200 ปี จารึกเรื่องราวเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรเห็นวัดโพธาราม อันเป็นชื่อเดิมของวัดโพธิ์ แห่งนี้ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและชำรุดปรักหักพังอย่างมาก พระองค์จึงทรงมีพระราขชศรัทธาที่จะบูรณปฏิสังขรณ์ “ณ วันจันทร์เดือนสิบเบดแรมแปดค่ำปีระกานักสัตว์เอกศก” และ “ครั้นณะวันพฤหัสบดีเดือนสิบสองแรมสิบเบดค่ำปีฉลูนักสัตว์เบญจศก” ตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2336 ให้จัดการปฏิสังขรณ์สร้างะระอุโบสถ ใช้เวลาทั้งสิ้น 7 ปี 5 เดือน 28 วัน จึงสถาปนาพระอารามสำเร็จ และโปรดให้ตั้งการฉลองพระอาราม ณ วันศุกร์ เดือน 5 แรม 12 ค่ำ ปีระกา ตรีศก จุลศักราช 1163 ตรงกับวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2344 การเฉลิมฉลองพระอาราม นอกจากพระราชพิธีทางพระพุทธศาสนาแล้ว ในจารึกเรื่องการสร้างวัดพระเชตุพน ครั้งรัชกาลที่ 1 นี้ยังบอกเล่าเรื่องการละเล่นเฉลิมฉลองต่างๆในงาน “แล้วให้ตั้งโรงฉ้อทานเลี้ยงสมณะชีพราหมณะอนาประชาราษฎรทังปวงแลมีดขนอุโมงค์โรงใหญ่ หุ่นละครมอญระบำมงครุ่ม คุลาตีไม้ปรบไก่งิ้วจีนญวนหกขะเมนไต่ลวดลอดบ่วงรำแพนนอนหอกดาบโตฬ่อแก้วแลมวย เพลากลางคืนประดับไปด้วยประทีปแก้วระย้าโคมพวงโคมรายแลดอกไม้เพลิงคืนละสองร้อยพุ่มระทาใหญ่แปดระทาพละประทัดเพนียง ดอกไม้ม้าดอกไม้กระถางดอกไม้กลต่างต่างแลมังกรฬ่อแก้วญวนรำโคมเปนที่โสรมนัศบูชาโอฬารกวิเศศ” นี่คือส่วนหนึ่งของบันทึกความทรงจำ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดให้ทรงจารไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และจดจำ
หมวดพระพุทธศาสนา มีจำนวน 310 แผ่น จำนวน 12 เรื่อง ได้แก่จารึกเรื่องพระสาวกเอตทัคคะ 41 องค์ ติดไว้ที่เชิงผนังหน้าต่างระหว่างพระอุโบสถ เนื้อหาอธิบายถึงประวัติของพระเถระแต่ละรูป เหตุที่ออกบวช และคุณสมบัติพิเศษของพระเถระแต่ละองค์ เช่น พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ ฯลฯ จารึกเรื่องพระสาวิกาเอตทัคคะ 13 องค์ ที่อยู่เชิงผนังหน้าต่างพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ นอกจากนี้ยังมีจารึกเรื่องมหาวงษ์ อุบาสกเอตทัคคะ อุบาสิกาเอตทัคคะ พาหิรนิทาน ทศชาติชาดก อรรถกถาชาดก ญาณ 10 นิรยกถา และเปรตกถา หมวดเวชศาสตร์ จำนวน 608 แผ่น มี 9 เรื่อง ได้แก่ ตำรายา แผนเส้น แผนปลิง แม่ซื้อ ลำบองราหู โองการปัดพิษแสลง อาธิไท้โพธิบาท และโคลงภาพฤาษีดัดตน
หมวดวรรณคดีและสุภาษิต จำนวน 341 แผ่น มี 11 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ติดอยู่ตามระเบียงของพระอุโบสถ ได้แก่ โคลงกลบท โคลงภาพจำหลักเรื่องรามเกียรติ์ (เป็นแผ่นหินอ่อนอยู่รอบพระอุโบสถ) โคลงโลกนิติ (จารึกไว้ที่ผนังด้านนอกศาลาทิศพระมณฑป) เพลงยาวกลบท ตำราฉันท์มาตราพฤติ ตำราฉันท์วรรณพฤติ ฉันท์พาลีสอนน้อง (อยู่ที่ผนังด้านในศาลาหน้าพระมหาเจดีย์ทิศใต้) ฉันท์กฤษณาสอนน้อง (อยู่ที่ผนังด้านในศาลาหน้าพระมหาเจดีย์หลังเหนือ) ฉันท์อัษฎาพานร สุภาษิตพระร่วง และนิทาน 12 เหลี่ยม (จารึกไว้ที่คอสอง เฉลียงศาลาล้อมพระมณฑปทิศตะวันตก ปัจจุบันศาลานี้เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บของมีค่าของวัด) หมวดทำเนียบ จำนวน 124 แผ่น มี 3 เรื่อง ได้แก่ ทำเนียบหัวเมืองและผู้ปกครองเมือง ทำเนียบสมณศักดิ์ และโคลงภาพคนต่างภาษา ซึ่งจารึกอยู่ตามผนังเฉลียงสกัดศาลารายรอบวัด เพื่ออธิบาย ลักษณะ อุปนิสัย บ้านเมืองชาวต่างประเทศที่ชาวสยามคุ้นเคย หมวดประวัติ จำนวน 21 แผ่น มี 2 เรื่อง ได้แก่ ประวัติการบูรณปฏิสังขรณ์แต่ละอาคาร และจารึกชื่อเฉพาะต่างๆ ได้แก่ วิหารทิศ พระมหาเจดีย์ฯ และสถูป นอกจากนี้ยังพบว่ามีต้นฉบับหนังสือสมุดไทยที่ร่างเตรียมไว้เพื่อที่จะจารึกลงบนแผ่นศิลา แต่ยังไม่ได้จารึกให้ปรากฏเป็นหลักฐานเช่น เรื่อง สำเนาจาฤกแผ่นศิลาว่าด้วยการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน สำเนาพระราชดำริว่าด้วยการทรงสร้างพระพุทธไสยาศนวัดพระเชตุพน และพระราชกฤษฎีการาชานุสาสน์ วัดพระเชตุพน เป็นต้น
สำหรับจารึกเหล่านี้ บางชิ้นตัวอักษรก็ลบเลือนไปมาก บางอันก็ยังพออ่านเห็น บางอันก็อ่านได้ชัดเจน จารึกที่ไม่ควรพลาดชมก็เช่น จารึกเรื่องทรงสร้างวัดพระเชตุพน ในรัชกาลที่ 3 ซึ่งติดอยู่ที่มุมหลังพระวิหารทิศตะวันออก เป็นเรื่องราวในการปฏิสังขรณ์วัดโพธิ์ครั้งใหญ่ในรัชกาลที่ 3 จารึกเพลงยาวกลบทและกลอักษรก็น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบโคลงกลอน เพราะจะได้เห็นรูปแบบโคลงแปลกๆ ที่เหมือนกับการถอดรหัส คล้ายปริศนาอักษรไขว้ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแต่งโคลงสี่รูปแบบพิเศษที่ซ่อนคำไว้ในรูปแบบต่างๆ โดยคนอ่านจะต้องคิดเอาคำเหล่านี้ที่คนแต่งแต่งไว้มาหาวิธีเรียงร้อยคำเหล่านั้นให้อ่านออกมาเป็นโคลงสี่สุภาพที่ได้สัมผัสคล้องจอง หรือจะเป็นโคลงฤาษีดัดตนที่ผนังศาลารายรอบวัด ก็สามารถนำไปลองทำเพื่อแก้อาการปวดเมื่อยด้วยตนเองก็ได้เช่นกัน --------------------------------- ขอบคุณ : เนื้อความบางส่วนจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และหนังสือจารึกวัดโพธิ์ มรดกความทรงจำโลก Note : หากสนใจบทความเกี่ยวกับวัดโพธิ์ที่เผยแพร่ไปแล้ว ตาม Link มาเลยนะคะ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร : โอ้วัดโพธิ์เป็นวัดกษัตริย์สร้าง ไม่โรยร้างรุ่งเรืองดังเมืองสวรรค์ (1) http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/01/03/entry-2 |
คำถาม 'มรดกความทรงจำแห่งโลก'
|
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ได้ริเริ่มจัดตั้งแผนงานมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World: Mมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาของโลก ที่เป็นเอกสาร วัตถุที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลาย ทั้งในด้านของวัฒนธรรม และความคิดริเริ่มของมนุษยชาติ หรือข้อมูลข่าวรต่างๆ ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ โดยได้เชิญชวนให้ประเทศสมาชิกของยูเนสโก จัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก เพื่อพิจารณาสำรวจและจดทะเบียนมรดกความทรงจำของชาติ ที่ควรจะได้อนุรักษ์ สืบทอดเรียนรู้ และเผยแพร่ให้กว้างขวางในยุคของเทคโนโลยี ข้อมูลสารสนเทศที่ทันสมัย ซึ่งหากมีมรดกความทรงจำชิ้นใดมีคุณค่าควรแก่การจดทะเบียนในระดับภูมิภาคและ ระดับโลก ให้ดำเนินการเสนอไปยังยูเนสโกเพื่อพิจารณาตัดสินและประกาศขึ้นทะเบียนใน ระดับที่เหมาะสมต่อ
กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นความสำคัญของเอกสารมรดก การอนุรักษ์และเผยแพร่ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต เป็นประธาน และคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์และ เผยแพร่ เอกสาร หนังสือ สื่อโสตทัศน์ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทำหน้าที่พิจารณาสำรวจ และจัดทำทะเบียนมรดกความทรงจำของชาติอนุรักษ์ สืบทอดเรียนรู้ ขึ้นทะเบียนและเผยแพร่สู่สาธารณชน ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบและหน้าที่มาโดยลำดับ และปฏิบัติหน้าที่มาจนถึงปัจจุบัน
คณะกรรมารแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ได้เสนอเอกสารมรดกของชาติและองค์การยูเนสโกได้พิจารณารองให้เอกสารมรดก ของไทยขึ้นเป็นเอกสารมรดกความทรงจำของโลกในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และในรล้ว จำนวน ๓ รายการ คือ
1. ศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ ๑ ขึ้นทะเบียนในทะเบียนนานาชาติเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๖
2. เอกสาร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิรูปการบริหารการปกครองประเทศ สยาม พ.ศ. ๒๔๑๑-๒๔๕๓ ขึ้นทะเบียนในทะเบียนนานาชาติเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อ ๒๗ ก