ปรากฎการณ์ "โลกร้อน" ทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวน พื้นที่ต่างๆ ประสบปัญหามากมาย ที่สงขลาก็เช่นกัน
ผลสำเร็จจากห้องแล็บ "มอ."
ที่ จ.สงขลา ริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทยเผชิญกับสภาวะความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศมาหลายปี จนเกิดปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชายหาด หมู่บ้านชาวประมง ตลอดจนสิ่งสาธารณูปโภคหลายใงถูกคลื่นทำลายหลายแห่งที่พื้นที่ดินถูกกลืนกลายเป็นทะเลไป
หาดสมิหลาแห่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.สงขลา เป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง นับจากปี 2545 ทำให้ชุมชนเก้าเส้ง หมู่บ้านชาวประมงริมหาดได้รับความเสียหาย ชายหาดถูกกลืน หากปล่อยไว้จะทำให้ถนนชลาทัศน์ ถนนเลียบชายฝั่งทะเลพังทลาย เทศบาลนครสงขลาจึงหาวิธีการต่างๆ ทั้งการสร้างกำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้ง สร้างกำแพงกันคลื่นแบบตาข่ายห่อหุ้มหิน แต่ยังคงเกิดปัญหากระทบไปถึงชายหาดในพื้นที่ข้างเคียงเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้กรมทรัพยากรธรณี ซึ่งมีภารกิจสำรวจและหาแนวทางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลสนับสนุนงบประมาณให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศึกษาวิจัยการบูรณาการชายฝั่งทะเลโดยใช้ปะการังเทียมป้องกันการกัดเซาะหาดสมิหลาในชื่อโครงการว่า สมิหลา สมาร์ต (Samila SMART Project) จำนวน 4 ล้านบาทเศษ
คณะผู้วิจัยนำโดย ผศ.พยอม รัตนมณี แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งเป้าหมายศึกษษไว้ 4 ข้อ คือ ประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง, ไม่ส่งผลกระมบทำให้เกิดการกัดเซาะพื้นที่ข้างเคียง, เป็นมิตรต่อระบบนิเวศทางทะเล, ไม่ทำลายภูมิทัศน์ชายหาด โดยใช้หาดสมิหลาเป็นพื้นที่โครงการนำร่อง
ผศ.พยอมกล่าวว่า แนวคิดในการศึกษาครั้งนี้มาจากปะการังเทียมที่ใช้สำหรับฟื้นฟูทรัพยากรประมง ประกอบกับมีรายงานการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ เกี่ยวกับการใช้ปะการังเทียมป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหลายฉบับ จึงนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ คลื่นลมและอุณหภูมิของประเทศไทยได้ออกแบบให้ปะการังเทียมมีลักษณะเป็นแท่งคอนกรีต ทรงโค้ง มีรูปรอบทิศทาง
ผศ.พยอมยังร่วมมือกับนักวิจัยอีกหลายสาขา อาทิ อาจารย์คะนึงนิต ลิ่มจิรขจร นักวิจัยด้านนิเวศทางทะเล รศ.ดร.อุดมผล พืชน์ไพบูลย์ นักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสำรวจข้อมูลด้านวิศวกรรมศาสตร์ เช่น ความลึกท้องทะเล แนวชายฝั่งทะเล ความลาดชันชายหาดสภาพความรุนแรงของการกัดเซาะชายฝั่งรวมถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆ บริเวณชายฝั่ง การเจาะชั้นดินสำรวจข้อมลด้านนิเวศทางทะเลประกอบด้วย การเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำการสำรวจทรัพยากรทางทะเล ความอุดมสมบูรณ์ของฝูงปลา การตรวจปะการัง
"โครงการลักษณะดังกล่าวนั้นยังไม่มีรายงานการศึกษาในประเทศไทย จึงต้องใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และปบบจำลองทางกายภาพ ประกอบด้วยรางจำลองคลื่น (Wabe Flume) และอ่างจำลองคลื่น (Wave Basin) ในห้องปฏิบัติการทดลองหรือห้องแล็บที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อศึกษาเสถียรภาพของปะการังเทียม การกรองคลื่นของปะการังเทียม ประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดเซาะ การเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งเนื่องจากการวางแนวปะการังเทียม แล้วนำผลวิจัยมาออกแบบรายละเอียด ขนาด รูปแบบ และการจัดวางปะการังเทียม พร้อมประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน" ผส.พยอมกล่าว
ผศ.พยอมกล่าวอีกว่า ขณะนี้การวิจัยในห้องปฏิบัติการแล้วเสร็จ ผลเป็นที่น่าพอใจปะการังเทียมกันคลื่นสามารถบรรเทาความรุนแรงของคลื่นได้ 60-70 เปอร์เซ็นต์ สามารถชะลออัตราการกัดเซาะในระดับที่น่าพอใจ ทั้งยังช่วยฟื้นฟูพื้นที่หาดทราย ไม่ทำลายหาดข้างเคียง เพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอรายงานผลการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และจะนำเสนอให้ประชาชนในพื้นที่ปราบเพื่อตัดสินใจว่าจะก่อสร้างโครงการนี้ต่อไปหรือไม่ คาดว่าจะใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 80 ล้านบาท สำหรับแนวหาดประมาณ 2 กิโลเมตร
"สำหรับการจัดวางนั้นได้รับความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่และชาวประมง เพื่อปรับรูปแบบกำหนดวางปะการังเทียมเว้นเป็นช่วงๆ เพื่อให้เป็นเส้นทางผ่านของเรือประมง วางปะการังเทียมห่างจากชายฝั่ง 250-400 เมตร ให้เกิดกิจกรรมสันทนาการบริเวณชายฝั่งเนื่องจากหาดสมิหลาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญปะการังเทียมจะไม่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ไม่ทำลายทัศนียภาพด้านการท่องเที่ยว และจะวางทุ่นแสดงแนวเขตเอาไว้อย่างชัดเจน หากประเมินแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจอาจจะทำวิจัยโครงการต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาตลอดแนวชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกต่อไป" ผศ.พยอมกล่าว
นายอุทิศ ชูช่วย นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวว่า โครงการวิจัยดังกล่าวนั้นเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งของหาดสมิหลา ขณะนี้อยู่ระหว่างขอสนับสนุนงบประมาณจากหลายส่วนโดยเฉพาะกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย แต่ต้องขึ้นอยู่ภายใต้ความเห็นด้วยของประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในชุมชน
โครงการศึกษาวิจัยการบูรณาการชายฝั่งทะเลโดยใช้ปะการังเทียมป้องกันการกัดเซาะหาดสมิหลา เป็นอีกงานวิจัยน่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะแม้ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการปะการังเทียมกันคลื่นจะลดพลังงานคลื่นได้มาก แต่ในความเป็นจริงจะสามารถต้านทานคลื่น และความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติได้แค่ไหน คงต้องรอลุ้นกันต่อไป ถ้าป้องกันการกัดเซาะชายหาดสมิหลาได้จริง นั่นหมายถึงว่าโอกาสที่ชายหาดในพื้นที่อื่นๆ จะได้รับการป้องกันภัยทางธรรมชาติเป็นไปได้สูงยิ่ง--จบ--
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน (10 ต.ค.51)