เรื่องเหล้า เด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง )2

593 views
Skip to first unread message

เล็ก โยธา

unread,
Oct 27, 2009, 1:41:16 AM10/27/09
to engineer cmu

 

หลังจากได้เสนอตอนที่ 1  :  เทศน์นอกธรรมมาสถ์ไปแล้ว   

 

 ตอนที่ 2 .... ปราบเซียนตำราระดับเทพ?

 

           ผมก็เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไปเมื่อจบมัธยมปลายก็ต้องเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาสอบเรียนต่อ  ระหว่างที่รอการสอบประมาณ 2-3 เดือนช่วงที่ว่างก็จะไปเรียนกวดวิชากัน ชีวิตช่วงนี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่ได้จากบ้านมานาน ๆ เหมือนนกติดปีก        แรก ๆก็ไปพักกับญาติที่บางเขน  แต่แก๊ง ของผมมันเด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง  ) กันทั้งนั้น    จากที่ต้องกลับดึกบ่อย ๆ   ก็เริ่มที่จะไม่กลับบ้าง  โดยอ้างว่ากลับบ้านต่างจังหวัดบ้าง   ติววิชากันดึกดื่นบ้าง   สุดท้ายก็เลยไม่กลับเลย   .....ย้ายออกมาได้เป็นเด็กวังหลวงกับเขา  สมใจอยาก

 

           เพราะการจากบ้านใหม่ ๆ  มารับผิดชอบตนเอง  ไม่ต่างอะไรกับนก ที่หลุดออกจากกรง  เรื่องรับผิดชอบในเรื่องเงินน่ะ  ลืมไปได้เลย   ยิ่งไม่ต้องรับผิดชอบค่าอาหารเพราะกินฟรีที่วัดแล้วด้วยล่ะก้อ  เงินที่มีอยู่ก็เลยหมดไปกับการเที่ยวเตร่   โดยเฉพาะถ้าได้หลีสาวติด  และมีการนัดพาสาวดูหนัง ล่ะก้อ จะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมาก    วัยรุ่นสมัยนั้น    เสื้อจะต้องเป็นเสื้อยืดอเมริกันฟุตบอลผ้าเป็นรูเล็ก ๆ ตัวละ 800กว่าบาท  ( เกือบ 2,000 บาทสมัยนี้ )   กางเกงก็ต้องลีวายป้ายส้ม แบบตะเข็บคู่  , เข็มขัดหนังแบบสาน , หมวกแก๊ป ,แว่นตาเรแบนด์รุ่นแมคอาเธอร์  และรองเท้าผ้าใบคอนเวอร์ส  และจะต้องเป็นชุดนี้เท่านั้นสำหรับพวกเราชาววัง(หลวง )  สีและขนาดเหมือนกันเป๊ะทุกคน       เพราะเป็นชิ้นส่วนของชุดเก่งของแต่ละคนมารวมกัน  แต่มาผลัดกันใส่ สำหรับนัดใหญ่ (  นัดสาวดูหนังครั้งแรก .....First  Impression เท่านั้น          แต่ละคน  บางคนรูปร่างตรงกับชุดที่ใส่  ก็ดูดี   ใครที่เตี้ยหรืออ้ วนจะมีปัญหาที่สุด   บางคนพับขากางเกงเป็นแผงพับ ๆ   ชุดจะไม่สมส่วนช่างมัน.. อวดรวยไว้ก่อน  ทุเรศช่างมัน    ผู้หญิงสมัยไหนก็เหมือนกันทั้งนั้นชอบผู้ชาย  รวย   เรื่องหล่อและดีมันรุ่นพ่อเรา  รุ่นมิตร เพชรา  โน้น   

                              

        เรื่องเสื้อผ้าเสร็จก็เรื่อง  Pocket money  ก็สำคัญ ควักออกมาจ่ายต่อหน้าสาว ๆ    ต้องสร้างความประทับใจให้ได้   ......ต้องเป็นแบงค์ร้อย เท่านั้น ( สมัยนั้นแบงค์ 500, 1,000  และบัตรเครดิต  ยังไม่มี )  เราก็จะต้อง รวบรวมยืมเงินกัน  คนละ  สิบบาท    ยี่สิบ  สามสิบ  รวมให้เป็นร้อย  แล้วจะไปแลกกับ   เจ๊นิดหลังวัด ซึ่งยากที่จะได้แบงค์ใหม่ ๆ  เพราะเจ๊นิดแกขายปลาสด  แกจะทำปลาและมือแกจะเลอะเทอะ และคาวมาก     กลิ่นคาวก็จะติดแบงค์   ที่เราแลก     สาว ๆได้กลิ่น จะพาลเกลียดคนระดับเราได้     ก็ต้องมีการเอามาล้างมาตากแดดกัน  บางทีเผลอ ก็เสร็จ    เสียมวย    เด็กวัดคนอื่น   ที่มาจิ๊กไป      นัดนั้นก็ชวด     ถึงกลับ เป็นนัด บอด เลยนะ  

 

         สมัยก่อนการสอบเอ็นทรานสายวิทย์จะสอบเพียงวิชาหลัก 5 วิชา หลัก คือ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ อังกฤษ และคณิตย์ศาสตร์    สอบที่เดียวครั้งเดียว คะแนนเต็ม 500 คะแนน สอบได้เท่าไรก็เอาไปเทียบคะแนนกับแต่ละสาขาที่เราเลือก  วัดดวงกันครั้งเดียวจบไมเหมือนสมัยนี้ ( มันเก่งที่จะทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องโคตรยากและสับสน ได้)

 

         ในสมัยนั้นโรงเรียนกวดวิชา     ที่ดังๆจะมี  Math center ,  Home of  Engish    2 วิชานี้แหละที่ข้อสอบค่อนข้างยาก เด็กจะเรียน  2 วิชานี้มากที่สุด  เรียนทีละรอบ ๆ หนึ่ง   2,000 -3,000  คน โดยเฉพาะ เด็กนักเรียนสาว ๆ จะเรียนกันมากเพราะผู้หญิงมักจะอ่อนเลข     ด้วยเหตุนี้พวก    เราจึงสนใจที่จะเรียน Math center กันมากที่สุด

 

            หลังจากไปเป็นเพื่อน กับเพื่อนที่สมัครเรียน  คนแล้วคนเล่า และรอเงินเพื่อนที่ยืมและมันกลับบ้านไปเอาเงินที่บ้าน  ก็ไม่ยอมมาซะที   Cause  นี้ รอบนี้  ก็จะเต็มแล้ว    

 นี่ถ้าไม่ได้ลง เรียนรอบเดียวกับ.....น้องเปิ้ล  เด็กสตรีวัดระฆังล่ะก้อ   งานนี้   ต้องมีการชกกันแน่ ๆ     เมื่อรอไม่ไหว    ความรักเปี่ยมล้น  ......ก็เป็นจุกเริ่มของขบวนการปราบเซียน ที่เกริ่นไว้แต้ต้น

 

            เราเริ่มเห็นช่องว่าง ที่จะเรียนฟรี  เกิดจากการที่เราไปสมัคร เรียนให้เพื่อน     ซึ่งจะต้องจ่ายเงิน+แนบรูปคนสมัคร   แล้วก็ส่งให้ธุรการ เพื่อทำบัตรเข้าเรียน   เนื่องจากคนเยอะมาก

เป็นพันคน แล้วค่อนข้างวุ่นวาย    ธุรการจะไม่ค่อยได้สนใจหรอกว่ารูปมันจะต้องตรงกับตัวคนสมัครหรือเปล่า ?   ก้อเสร็จเราล่ะซี     ขบวบการซิกแซกก็เกิดขึ้น

 

           เริ่มที่เราไปสมัครแทนคนอื่น แล้วก้อเอารูปเราส่งไปแทน  ก็จะได้บัตรปลอมที่เป็นรูปเราแต่ชื่อในบัตรเป็นชื่อเพื่อนเรา    พอเราได้บัตรก็แจ้งบัตรหายทีหลัง    เมื่อจะทำบัตรใหม่ จะมีการตรวจสอบชื่ออย่างละเอียดจากใบเสร็จรับเงิน ( ซึ่งเป็นชื่อเพื่อนเราที่จ่ายเงิน )   โดยจะมีการดูบัตรประชาชน เพื่อกันการมั่วสวมสิทธิ์    ถึงจะทำบัตรให้ใหม่ ให้แต่ ก็ช้าไปล่ะ.... .ต๋อย   เสร็จเรา

  

           สุดท้ายแก็งเด็กวัง หลวง 5-6 คนก็ได้เรียนฟรี   พร้อมกับน้องเปิ้ล  ดาวของสตรีวัดระฆัง อย่างเต็มภาคภูมิ ใจ  ( ในความชั่ว  ด้วยประการ  ฉะนี้  )

 

           เมื่อมีสิทธิ์เข้าห้องเรียน   เราก็ไม่ค่อยได้สนใจเรียนกันเท่าไร    อาจจะเป็น เพราะไม่มีตำราเรียน  มีแต่บัตรเข้าเรียนปลอมที่เหมือนจริง  ยังขาดตำรา       สมัยก่อน การถ่ายเอกสารแพงมาก แพงกว่าหนังสือเรียนเสียอีก       ( หนังสือจะเป็นโรเนียว )      ก็จะใช้การจด  Lecture  กัน ผลัดกันจด โดยมีกระดาษคาร์บอน เป็นชั้น ๆ  เขียนทีหนึ่ง ได้หลายชุด   ที่ต้องผลัดกันเพราะมัวแต่หลีสาว ๆ  กลุ่มน้องเปิ้ล    น่ะซี   ( การจด Lecture จะยากมากเพราะอาจารย์สอนไว เพราะมีเขียนในตำราอยู่แล้ว   จึงเป็นหน้าที่ที่หนักมาก  ต้องผลัดเวรกัน    จะชิ่งมาหลีสาวไม่ได้ )  

 

          อยู่มาวันหนึ่ง  ไอ้ปอดแหกของเพื่อน ๆ   ( ก็คนที่มันกลัว  ไม่ยอมโกงเข้าเรียนเพราะกลัวเขาจับได้  .....ต้องกล่อมกันนาน     เพราะเราเอาเงินค่าเรียนของมันมาเที่ยวกันหมด )    ก็สร้าง Surprise  กับเพื่อน ๆ  โดยเอาตำรามาให้ทุกคน  รูปเล่มเหมือนจริงทุกประการ 

 

                ก็สงสัยว่า  มันทำได้ไง ? ขนาดพวกเราที่ว่าอัจฉริยะ ยังคิดไม่ออก   เพิ่งมาถึงบางอ้อ ....

 

               เนื่องห้องธุรการจะเป็นลุกกกรงเหล็ก  เป็นซี่ ๆ   เหมือนกับคุก ไอ้ปอดมันเลยมาที่โรงเรียนตั้งแต่ 6 โมงเช้า ซึ่งโรงเรียนยังไม่เปิด  ไม่มีใคร   มันเอาไม้ ยาว ๆ  เสียบเหล็กปลายแหลม          ใช่ !  มัน จิ้มไปที่สันหนังสือที่เขากอง ๆ ไว้      แค่นี้ก็ได้หนังสือแล้ว      ตั้งแต่นั้นมา    เราก็ได้เป็นนักเรียนกวดวิชาเต็มขั้น  (  โรงเรียนกวด....วิชาโจร ? )    แต่ไม่ได้เรียนเป็นเรื่องเป็นราวเพราะไม่ต้องมีเวรจด lecture กันแล้ว ( ยิ่งเรียนไม่รู้เรื่องกันใหญ่ )                 ต้องนับถือ ความกล้า ของไอ้ปอด.....ที่เซียนอย่างเราที่ว่าแน่   ยังต้องยอม    

 

                       สมองไม่ต้องใช้       แม่ง  ..!  .  บ้า  บิ่น กว่ากูอีก    

 

 

เล็ก  โยธา

 

 

 

 



Windows Live: Keep your friends up to date with what you do online.

Songpol Wongskulwiwat

unread,
Oct 27, 2009, 2:51:30 AM10/27/09
to gea...@googlegroups.com
อืม...รู้ตัวเด็กดื้อสมัยนั้นแล้ว...
ต้องไปฟ้อง อ.สกนธ์ ผ่องพุทธคุณ แห่งค่าย Math Center
ที่ผมนั่งเรียนตั้งแต่คนเต็มห้อง จนเหลือแค่ไม่กี่คนเอง
ยังมีอีกหลายอาจารย์นะ อ.สำราญ ทั่งทอง สอนเคมี และ อ.ไพบูลย์ ?
พันธะเคมี ข้างๆ เซนต์คาเบรียล...เดี๋ยวนี้เสร็จ อ.อุ๊หมดแล้ว
ยังมี อ.นรินทร์ เนาวประทีป Physics Center
อ.ช่วง PU เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Applied Physics ให้ลูกๆมาสอน
หมอๆคนดังที่เป้นข่าว

พี่เล็กนี่ชอบเขียนเรื่องเก่าๆ ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆเลย
บ้านนอกเข้ากรุง... มีโอกาสจะเล่าให้ฟังบ้าง อ่านแล้วเพลินดี

พล

> เรื่องหล่อและดีมันรุ่นพ่อเรา รุ่นมิตร - เพชรา โน้น

> _________________________________________________________________


> Windows Live: Keep your friends up to date with what you do online.

> http://www.microsoft.com/middleeast/windows/windowslive/see-it-in-action/social-network-basics.aspx?ocid=PID23461::T:WLMTAGL:ON:WL:en-xm:SI_SB_1:092010
> >
>

KAMOL MAHAPOL

unread,
Oct 27, 2009, 10:23:15 AM10/27/09
to Gear14 CMU
   ทรงพล
                จำได้ไหม อ.สกนธ์ ผ่องพุทธคุณ ไปเปิดโรงเรียนที่เชียงใหม่ ชื่อ เชียงใหม่เทคโนโลยี   เรวัต  ไวเปีย(หน่อง)ดูเหมือนจะเป็น
   ญาติกับ อ.กนธ์  ชวนผมไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นั่น  ผมสอนอยู่ 2 เทอม จำไม่ได้แล้วว่าทรงพล สอนด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ เรวัต
   ไวเปีย อยู่ไหน ใครรู้บ้างครับ
                 กมล
 
> Date: Tue, 27 Oct 2009 13:51:30 +0700
> Subject: [Gear14] Re: เรื่องเหล้า เด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง )2
> From: songpo...@gmail.com
> To: gea...@googlegroups.com

Manop Kerdsong

unread,
Oct 27, 2009, 11:08:52 AM10/27/09
to gea...@googlegroups.com
คุณ กมล
ผมได้ข่าวคุณเรวัติ ไวเปีย ตอนนี้สอนอยู่ มหาวิทยาลัยนอร์ท ภาคเหนือ ผมเจอมันครั้งล่าสุด ก็เกือบ ๆ ปี แล้ว เบอร์โทรที่ให้ผมไว้ตอนนั้น 086-6187504
ถ้าติดต่อไม่ได้ ผมรู้จักบ้านน้องสาวแก แวะไปถามให้ได้
หลัง ๆ มานี้ ทราบจากน้องสาวว่าต้องทานยาระงับประสาทอยู่บ่อย ๆ 
วันหน้าถ้ามีข่าวคืบหน้าดีกว่านี้ จะมาเล่าให้ฟังครับ
 
มานพ  เกิดส่ง
  
 

From: kmah...@hotmail.com
To: gea...@googlegroups.com

Subject: [Gear14] Re: เรื่องเหล้า เด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง )2
Date: Tue, 27 Oct 2009 21:23:15 +0700
> </html

KAMOL MAHAPOL

unread,
Oct 27, 2009, 11:58:00 AM10/27/09
to Gear14 CMU
 ขอบคุณครับ มานพ ที่ส่งข่าวให้ทราบ
 
               กมล
From: man...@hotmail.com

To: gea...@googlegroups.com
Subject: [Gear14] Re: เรื่องเหล้า เด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง )2
Date: Tue, 27 Oct 2009 22:08:52 +0700
</html

น้ำ

unread,
Oct 28, 2009, 5:54:17 PM10/28/09
to Gear14
เขียนมาอีกนะเล็ก
จบได้สนุกดี

น้ำ

On Oct 27, 12:41 pm, เล็ก โยธา <panachai...@hotmail.com> wrote:
> หลังจากได้เสนอตอนที่ 1 : เทศน์นอกธรรมมาสถ์ไปแล้ว
>
> ตอนที่ 2 .... ปราบเซียนตำราระดับเทพ?
>

> ผมก็เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไปเมื่อจบมัธยมปลายก็ต้องเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาสอบ เรียนต่อ ระหว่างที่รอการสอบประมาณ 2-3 เดือนช่วงที่ว่างก็จะไปเรียนกวดวิชากัน ชีวิตช่วงนี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่ได้จากบ้านมานาน ๆ เหมือนนกติดปีก แรก ๆก็ไปพักกับญาติที่บางเขน แต่แก๊ง ของผมมันเด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง ) กันทั้งนั้น จากที่ต้องกลับดึกบ่อย ๆ ก็เริ่มที่จะไม่กลับบ้าง โดยอ้างว่ากลับบ้านต่างจังหวัดบ้าง ติววิชากันดึกดื่นบ้าง สุดท้ายก็เลยไม่กลับเลย .....ย้ายออกมาได้เป็นเด็กวังหลวงกับเขา สมใจอยาก
>
> เพราะการจากบ้านใหม่ ๆ มารับผิดชอบตนเอง ไม่ต่างอะไรกับนก ที่หลุดออกจากกรง เรื่องรับผิดชอบในเรื่องเงินน่ะ ลืมไปได้เลย ยิ่งไม่ต้องรับผิดชอบค่าอาหารเพราะกินฟรีที่วัดแล้วด้วยล่ะก้อ เงินที่มีอยู่ก็เลยหมดไปกับการเที่ยวเตร่ โดยเฉพาะถ้าได้หลีสาวติด และมีการนัดพาสาวดูหนัง ล่ะก้อ จะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมาก วัยรุ่นสมัยนั้น เสื้อจะต้องเป็นเสื้อยืดอเมริกันฟุตบอลผ้าเป็นรูเล็ก ๆ ตัวละ 800กว่าบาท ( เกือบ 2,000 บาทสมัยนี้ ) กางเกงก็ต้องลีวายป้ายส้ม แบบตะเข็บคู่ , เข็มขัดหนังแบบสาน , หมวกแก๊ป ,แว่นตาเรแบนด์รุ่นแมคอาเธอร์ และรองเท้าผ้าใบคอนเวอร์ส และจะต้องเป็นชุดนี้เท่านั้นสำหรับพวกเราชาววัง(หลวง ) สีและขนาดเหมือนกันเป๊ะทุกคน เพราะเป็นชิ้นส่วนของชุดเก่งของแต่ละคนมารวมกัน แต่มาผลัดกันใส่ สำหรับนัดใหญ่ ( นัดสาวดูหนังครั้งแรก .....First Impression เท่านั้น แต่ละคน บางคนรูปร่างตรงกับชุดที่ใส่ ก็ดูดี ใครที่เตี้ยหรืออ้ วนจะมีปัญหาที่สุด บางคนพับขากางเกงเป็นแผงพับ ๆ ชุดจะไม่สมส่วนช่างมัน.. อวดรวยไว้ก่อน ทุเรศช่างมัน ผู้หญิงสมัยไหนก็เหมือนกันทั้งนั้นชอบผู้ชาย รวย เรื่องหล่อและดีมันรุ่นพ่อเรา รุ่นมิตร - เพชรา โน้น

>
> เรื่องเสื้อผ้าเสร็จก็เรื่อง Pocket money ก็สำคัญ ควักออกมาจ่ายต่อหน้าสาว ๆ ต้องสร้างความประทับใจให้ได้ ......ต้องเป็นแบงค์ร้อย เท่านั้น ( สมัยนั้นแบงค์ 500, 1,000 และบัตรเครดิต ยังไม่มี ) เราก็จะต้อง รวบรวมยืมเงินกัน คนละ สิบบาท ยี่สิบ สามสิบ รวมให้เป็นร้อย แล้วจะไปแลกกับ เจ๊นิดหลังวัด ซึ่งยากที่จะได้แบงค์ใหม่ ๆ เพราะเจ๊นิดแกขายปลาสด แกจะทำปลาและมือแกจะเลอะเทอะ และคาวมาก กลิ่นคาวก็จะติดแบงค์ ที่เราแลก สาว ๆได้กลิ่น จะพาลเกลียดคนระดับเราได้ ก็ต้องมีการเอามาล้างมาตากแดดกัน บางทีเผลอ ก็เสร็จ เสียมวย เด็กวัดคนอื่น ที่มาจิ๊กไป นัดนั้นก็ชวด ถึงกลับ เป็นนัด บอด เลยนะ
>
> สมัยก่อนการสอบเอ็นทรานสายวิทย์จะสอบเพียงวิชาหลัก 5 วิชา หลัก คือ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ อังกฤษ และคณิตย์ศาสตร์ สอบที่เดียวครั้งเดียว คะแนนเต็ม 500 คะแนน สอบได้เท่าไรก็เอาไปเทียบคะแนนกับแต่ละสาขาที่เราเลือก วัดดวงกันครั้งเดียวจบไมเหมือนสมัยนี้ ( มันเก่งที่จะทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องโคตรยากและสับสน ได้)
>
> ในสมัยนั้นโรงเรียนกวดวิชา ที่ดังๆจะมี Math center , Home of Engish 2 วิชานี้แหละที่ข้อสอบค่อนข้างยาก เด็กจะเรียน 2 วิชานี้มากที่สุด เรียนทีละรอบ ๆ หนึ่ง 2,000 -3,000 คน โดยเฉพาะ เด็กนักเรียนสาว ๆ จะเรียนกันมากเพราะผู้หญิงมักจะอ่อนเลข ด้วยเหตุนี้พวก เราจึงสนใจที่จะเรียน Math center กันมากที่สุด
>
> หลังจากไปเป็นเพื่อน กับเพื่อนที่สมัครเรียน คนแล้วคนเล่า และรอเงินเพื่อนที่ยืมและมันกลับบ้านไปเอาเงินที่บ้าน ก็ไม่ยอมมาซะที Cause นี้ รอบนี้ ก็จะเต็มแล้ว
> นี่ถ้าไม่ได้ลง เรียนรอบเดียวกับ.....น้องเปิ้ล เด็กสตรีวัดระฆังล่ะก้อ งานนี้ ต้องมีการชกกันแน่ ๆ เมื่อรอไม่ไหว ความรักเปี่ยมล้น ......ก็เป็นจุกเริ่มของขบวนการปราบเซียน ที่เกริ่นไว้แต้ต้น
>
> เราเริ่มเห็นช่องว่าง ที่จะเรียนฟรี เกิดจากการที่เราไปสมัคร เรียนให้เพื่อน ซึ่งจะต้องจ่ายเงิน+แนบรูปคนสมัคร แล้วก็ส่งให้ธุรการ เพื่อทำบัตรเข้าเรียน เนื่องจากคนเยอะมาก
> เป็นพันคน แล้วค่อนข้างวุ่นวาย ธุรการจะไม่ค่อยได้สนใจหรอกว่ารูปมันจะต้องตรงกับตัวคนสมัครหรือเปล่า ? ก้อเสร็จเราล่ะซี ขบวบการซิกแซกก็เกิดขึ้น
>
> เริ่มที่เราไปสมัครแทนคนอื่น แล้วก้อเอารูปเราส่งไปแทน

> ...
>
> read more >>

น้ำ

unread,
Oct 28, 2009, 5:55:05 PM10/28/09
to Gear14
ดีใจที่ได้ข่าวเกี่ยวกับหน่องครับ

น้ำ

On Oct 27, 10:08 pm, Manop Kerdsong <mano...@hotmail.com> wrote:
> คุณ กมล
>
> ผมได้ข่าวคุณเรวัติ ไวเปีย ตอนนี้สอนอยู่ มหาวิทยาลัยนอร์ท ภาคเหนือ ผมเจอมันครั้งล่าสุด ก็เกือบ ๆ ปี แล้ว เบอร์โทรที่ให้ผมไว้ตอนนั้น 086-6187504
>
> ถ้าติดต่อไม่ได้ ผมรู้จักบ้านน้องสาวแก แวะไปถามให้ได้
>
> หลัง ๆ มานี้ ทราบจากน้องสาวว่าต้องทานยาระงับประสาทอยู่บ่อย ๆ
>
> วันหน้าถ้ามีข่าวคืบหน้าดีกว่านี้ จะมาเล่าให้ฟังครับ
>
> มานพ เกิดส่ง
>

> From: kmaha...@hotmail.com
> To: gea...@googlegroups.com
> Subject: [Gear14] Re: เรื่องเหล้า เด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง )2
> Date: Tue, 27 Oct 2009 21:23:15 +0700
>
> ทรงพล
> จำได้ไหม อ.สกนธ์ ผ่องพุทธคุณ ไปเปิดโรงเรียนที่เชียงใหม่ ชื่อ เชียงใหม่เทคโนโลยี เรวัต ไวเปีย(หน่อง)ดูเหมือนจะเป็น
> ญาติกับ อ.กนธ์ ชวนผมไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นั่น ผมสอนอยู่ 2 เทอม จำไม่ได้แล้วว่าทรงพล สอนด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ เรวัต
> ไวเปีย อยู่ไหน ใครรู้บ้างครับ
> กมล
>
>
>
> > Date: Tue, 27 Oct 2009 13:51:30 +0700
> > Subject: [Gear14] Re: เรื่องเหล้า เด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง )2

> > From: songpol.w...@gmail.com


> > To: gea...@googlegroups.com
>
> > อืม...รู้ตัวเด็กดื้อสมัยนั้นแล้ว...
> > ต้องไปฟ้อง อ.สกนธ์ ผ่องพุทธคุณ แห่งค่าย Math Center
> > ที่ผมนั่งเรียนตั้งแต่คนเต็มห้อง จนเหลือแค่ไม่กี่คนเอง
> > ยังมีอีกหลายอาจารย์นะ อ.สำราญ ทั่งทอง สอนเคมี และ อ.ไพบูลย์ ?
> > พันธะเคมี ข้างๆ เซนต์คาเบรียล...เดี๋ยวนี้เสร็จ อ.อุ๊หมดแล้ว
> > ยังมี อ.นรินทร์ เนาวประทีป Physics Center
> > อ.ช่วง PU เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Applied Physics ให้ลูกๆมาสอน
> > หมอๆคนดังที่เป้นข่าว
>
> > พี่เล็กนี่ชอบเขียนเรื่องเก่าๆ ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆเลย
> > บ้านนอกเข้ากรุง... มีโอกาสจะเล่าให้ฟังบ้าง อ่านแล้วเพลินดี
>
> > พล
>

> > On 27/10/2009, เล็ก โยธา <panachai...@hotmail.com> wrote:
>
> > > หลังจากได้เสนอตอนที่ 1 : เทศน์นอกธรรมมาสถ์ไปแล้ว
>
> > > ตอนที่ 2 .... ปราบเซียนตำราระดับเทพ?
>

> > > ผมก็เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไปเมื่อจบมัธยมปลายก็ต้องเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาสอบ เรียนต่อ

> ...
>
> read more >>

เล็ก โยธา

unread,
Oct 28, 2009, 10:15:28 PM10/28/09
to engineer cmu
ขอบคุณทุกแรงใจ เพื่อ เสริมแรงกาย
ขอบคุณ  ทุกๆคน - ทุก ๆท่าน - ทุก ๆ เพื่อน  - ทุกๆคำแนะนำ -  ทุก ๆ เรื่อง -  ทุก ๆmail - ทุก ๆ คำติ - ทุก ๆคำเตียน-  ทุก ๆคำชม-  ทุก ๆคำยอ-  ทุกๆ ฯลฯ   ทุก ๆ ครับ
นักเขียนทุกคน  ก็อยากได้รางวัล  SEE  RICE    กันทั้งนั่น   
 
( SEE  RICE  =  เห็นข้าว = มีข้าวกิน =  ไส้ไม่แห้ง = ไง ? )
 
เล็ก
 
งานไม่ทำแล้ว   เขียน  เขียน  เขียน  เพราะเรา  บ้ายอ
 
 

 
> Date: Wed, 28 Oct 2009 14:54:17 -0700
> Subject: [Gear14] Re: เรื่องเหล้า เด็กวังหลวง ( วังระฆัด-สนามหลวง )2
> From: ang...@gmail.com
> To: gea...@googlegroups.com
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages