ชัยยง ขำเปี่ยม ปฏิเสธขึ้นไปนั่งที่ปรึกษาอินทรีเพื่อนตำรวจ หลัง โค้ชวัง ธวัชชัย กำลังจะเข้ามาเสียบแทน โดดหนีย้ายไปกุมบังเหียน บุรีรัมย์ เอฟซี ในดิวิชั่น 2 เรียบร้อย ยันไม่ได้งอลผู้ใหญ่ แต่ไม่อยากทิ้งความรู้ไปโดยไร้ประโยชน์ ชังยง ขำเปี่ยม ที่เพิ่งพา อินทรีเพื่อนตำรวจ ขึ้นมาจากดิวิชั่น 1 ในปี 2009 และจบด้วยอันดับ 11 ของศึกสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกปีล่าสุด ประกาศอำลาสโมสรอย่างเป็นทางการเรียยร้อยแล้ว หลังตกเป็นข่าวมาตลอดว่าเก้าอี้กำลังจะถูกเสียบแทนโดย ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล เฮดโค้ชหนุ่มของพัทยา โดยแหล่งข่าวรายงานว่า อดีตนายทวารทีมชาติไทย ได้รับการทาบทามจาก บุรีรัมย์ เอฟซี ทีมดังในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ที่กำลังลงเล่นในรอบแชมเปี้ยนลีก เพื่อให้ทิ้งทีมที่เขารับใช้มานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ ไปรับงานในฐานะกุนซือใหญ่อย่างเต็มตัว แทนตำแหน่งที่ปรึกษาที่ตำรวจเสนอให้ ขณะที่ บุรีรัมย์ เอฟซี ยังมีปัญหาเรื่องตำแหน่งเฮดโค้ชมาตลอด นับตั้งแต่ วรวรรณ ชิตะวณิช ที่มารับงานได้เกมเดียวก่อนถูก แทมปิเนส โรเวอร์ส สโมสรในเอสลีกสิงคโปร์ดึงตัวกลับไปเนื่องจากยังไม่หมดสัญญาที่ทำไว้ถึงสิ้น ปี ส่วน อนุรักษ์ ศรีเกิด ซึ่งทำมาตั้งแต่ต้นฤดูกาลก็ลาออกไปอยู่กับ อุบล ไทเกอร์ ทำให้ภาระหนักตกไปอยู่กับ อรรถพล ปุษปาคม คนเดียวต้องดูแลทั้ง พีอีเอ และ เอฟซี ส่วน "โค้ชยง" ก็ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริงโดยเจ้าตัวออกจากสโมสรอินทรีเพื่อนตำรวจตั้งแต่ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาและ กำลังเดินทางไปดูงานที่ บุรีรัมย์ ในวันนี้(4 พ.ย.) ทั้นที แต่ยังปฏิเสธว่าสาเหตุที่แยกทางกับ"โปลิศ"ไม่ใช่เพราะสโมสรปล่อยข่าวเอา "โค้ชวัง"มาทำแทน "ผมอยากใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนโค้ชมาตลอดให้เป็นประโยชน์มากกว่า การไปรับงานที่บุรีรัมย์น่าจะเป็นทางออกที่ดี ผมอยากสัมผัสเกมการแข่งขันในหลายๆระดับ หลังเคยทำทีมตำรวจมาตั้งแต่ดิวิชั่น 1 และไทยลีก ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ที่ได้คุมทีมในลีกภูมิภาคบ้าง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับทีมตำรวจไม่ได้มีปัญหาแน่นอน เราพูดคุยกันเข้าใจเป็นอย่างดี" อย่างไรก็ตาม อดีตโค้ชตำรวจ ก็ยอมรับว่าคงเร็วเกินไปหากเขาจะไปที่ บุรีรัมย์ เอฟซี แล้วนั่งกุนซือใหญ่ในรอบแชมป์เปียนส์ลีกทันที เพราะยังไม่รู้จักทีมเท่าที่ควร อันดับแรกน่าจะไปร่วมแจมกับ อรรถพล ปุษปาคม ซึ่งทำงานอยู่ก่อนแล้ว โดยการเริ่มงานอย่างเต็มตัวน่าจะเป็น ฤดูกาล 2011 เครดิต : Writen By : Extra Post Date : 04/11/2010 13:42 น. ติดตามข่าวฟุตบอลลีกไทยอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://welovethaileague.blogspot.com/ |