Groups
Groups
Sign in
Groups
Groups
NIDA FlexMBA12 Sec.1
Conversations
About
Send feedback
Help
อย่างนี้เองมันจึงต้องทุกข์อยู่ร่ำไป
3 views
Skip to first unread message
Torsak Viravanichai
unread,
Apr 24, 2012, 11:44:09 PM
4/24/12
Reply to author
Sign in to reply to author
Forward
Sign in to forward
Delete
You do not have permission to delete messages in this group
Copy link
Report message
Show original message
Either email addresses are anonymous for this group or you need the view member email addresses permission to view the original message
to
“ทุกข์” คือ ความยึดติดในกายและจิต(ว่าเป็นเรา เป็นของเรา)
ทุกข์ เกิดเมื่อสภาพที่มีอยู่เป็นอยู่ ไม่ตรงกับความอยาก(ตัณหา) ความปรารถนาแห่งตน เช่น อยากหาเงินให้ได้มากๆ แต่หาได้มากขึ้นนิดหน่อย ไม่อยากให้ของที่ซื้อมาใหม่พัง แต่ก็พัง อยากให้จิตสงบ แต่จิตไม่สงบ ไม่อยากให้มีความคิดนึกปรุงแต่ง แต่มันก็มี
ดังนั้น “เหตุแห่งทุกข์” ก็คือ ความอยาก(ตัณหา)
-----------------------------------------------------------------------------------
ทีนี้มาพูดถึงเรื่อง “ความดับแห่งทุกข์”
ดูเหมือนว่ามีสองทางเลือกในการดับทุกข์ คือ
๑.
ทำสภาพที่มีอยู่เป็นอยู่ให้ตรงกับความอยาก
๒.
ละความอยาก(ตัณหา) นั้น
ถ้าจะให้ตอบว่าทางไหนเป็นทางที่ถูกต้อง แทบทุกคนก็จะตอบได้ว่า คือ ทางเลือกที่ ๒
เนื่องจากการจะคอยทำสภาพที่มีอยู่เป็นอยู่ให้เป็นตามความอยากนั้นไม่ง่ายเลย เช่น อยากให้จิตสงบตลอดวัน ทั้งนี้เป็นเพราะทุกสรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง จิตเองจึงมีสงบบ้างมีไม่สงบบ้าง และนอกจากนั้น ถ้าไม่โกหกตนเอง คงทราบดีว่า ความอยากนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ได้คืบก็จะเอาศอกอยู่เรื่อยไป
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าแปลกใจว่า ทั้งๆ ที่ทราบว่าการละความอยากเป็นทางที่ถูกต้อง แต่คนทั่วไปมักกลับพยายามดิ้นรน เพื่อที่จะทำสภาพที่มีอยู่เป็นอยู่ให้เป็นไปตามความต้องการแห่งตน
อย่างนี้เองมันจึงต้องทุกข์อยู่ร่ำไป
องค์พุทธะจึงทรงแสดงไว้ใน
อริยสัจ๔
ว่า “ความดับแห่งทุกข์” ก็คือ การดับสิ้นไปแห่งตัณหา
ส่วน “ทางดับแห่งทุกข์” ก็คือ การประพฤติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหานั่นเอง ซึ่งพระองค์ได้ทรงแสดงไว้ในรูปแบบของอริยมรรคมีองค์แปด ทรงอธิบายว่าเมื่อมีสัมมาทิฏฐิแล้ว มรรคองค์อื่นย่อมมีเพียงพอไปเอง หรือที่เรียกว่า มรรคสมังคี
(พุทธวัจน
:
มรรค ๘ สมบูรณ์ เกิดขึ้นบริบูรณ์โดยทันที เมื่อเห็นองค์ประกอบของผัสสะตามเป็นจริง
)
สัมมาทิฏฐิ
ก็คือ เมื่อแจ้งตามความเป็นจริงว่าทุกสรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง(อนิจจัง) ทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก(ทุกขัง) และไม่ใช่ตัวตน(อนัตตา) ดังนั้นจึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ไม่ควรดิ้นรนตามตัณหา ยุติเจตนากรรม เลิกพยายามกระทำให้กายและจิตเป็นไปตามความต้องการแห่งตนนั่นเอง
ธรรมะที่เกี่ยวข้อง
:
เหตุแห่งทุกข์
ธรรมะที่เกี่ยวข้อง
:
การนอกเหนือวัฏฏะแห่งกรรมตามพุทธวัจน
“เรื่องการพ้นทุกข์ จะทำให้ยากมันก็ยาก จะไม่ให้ยากมันก็ไม่ยาก”
“ถ้ายังเจริญเหตุแห่งทุกข์ ย่อมไม่พ้นทุกข์อย่างแน่นอน”
เจริญพร
พระต่อศักดิ์ วชิรญาโณ
วัดร่มโพธิธรรม ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย 42190
www.rombodhidharma.com
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages