ทางลัด "เป๊ปซี่" สู้ศึกน้ำอัดลม ซื้อ รง.เก่า-จ้างเอเย่นต์อุดรอยรั่ว
ตลาดน็อนแอลกอฮอล์ไทยกว่าแสนล้านบาทจากนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ด้วยภาพการแข่งขันที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อผู้นำตลาดน้ำอัดลมเมืองไทยอย่าง "เป๊ปซี่" ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ต้องเพลี่ยงพล้ำในศึกชิง "เสริมสุข" บริษัทจัดจำหน่ายสินค้าในเครือเป๊ปซี่มาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี ปล่อยให้ "ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติกส์" เข้ามาเสียบเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเสริมสุขแทน เท่ากับปิดฉากบทบาทของ "เป๊ปซี่" ในเสริมสุข ที่มีมาอย่างยาวนานลง ความน่าสนใจจากนี้คือการหาพันธมิตรใหม่ของเป๊ปซี่ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ "บรรจุขวดและจัดจำหน่าย" แทนเสริมสุข เพื่อสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่สะดุด นับจากนี้จึงเป็นเส้นทางใหม่ของเป๊ปซี่ที่ต้องเลือก และเริ่มต้นบนทางเดินของตัวเอง นั่นหมายถึงการทุ่มงบฯมหาศาลในการสร้างฐานการผลิต และระบบการจัดจำหน่ายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญโดยเฉพาะระบบการจัดจำหน่ายที่ ซับซ้อน หลายช่องทาง ไม่เหมือนประเทศใด ๆ หากดูจากเวลาที่มีอยู่ระหว่างเสริมสุขกับเป๊ปซี่ สำหรับระยะเวลาสิ้นสุดสัญญา Exclusive Bottling Appointment (EBA) ในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า กว่า 1 ปีซึ่งถือว่ากระชั้นชิดพอสมควรกับการจะสามารถเซตอัพสิ่งต่าง ๆ ได้ทันเวลา เป็นภาคบังคับที่เป๊ปซี่ต้องเร่งมือให้เร็วที่สุด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจในไทยไม่เกิด "สุญญากาศ" จนกลายเป็นความเสียเปรียบในเชิงยอดขาย และส่วนแบ่งการตลาด เพราะอย่าลืมวันนี้ เป๊ปซี่ไม่เพียงมีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง "โค้ก" คู่แข่งในระดับโลก แต่ยังมี "บิ๊กโคล่า" เบอร์ 3 ที่คอยจ้องเสียบอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าทางเลือกของเป๊ปซี่จากนี้ อย่างที่มีการแถลงการณ์จากฝั่งเป๊ปซี่ คงจะไม่ใช่การหาพันธมิตร เพราะถือเป็นบทเรียนสำหรับเป๊ปซี่ จึงเป็นเรื่องแน่นอนว่าเป๊ปซี่จะใช้วิธีเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานเอง ซึ่งสเกลขนาดเป๊ปซี่นั้น จะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่มระบุว่า โจทย์ใหญ่ของเป๊ปซี่วันนี้มี 2 เรื่องใหญ่ คือการผลิตและระบบการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะการผลิตซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่อันดับแรก ซึ่งถือเป็นงานหินสำหรับ เป๊ปซี่พอสมควร โดยในแง่เครื่องจักรตั้งแต่สั่งซื้อจนติดตั้งเสร็จต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี หากจะย่นระยะเวลาก็คือการถอดเครื่องจักรจากโรงงานเป๊ปซี่ในประเทศอื่นมาทดแทนก่อน "แต่ที่ยากที่สุดคือเรื่องขวดแก้วที่จะเอามาบรรจุ ซึ่งในไทยมีบริษัทผลิต ขวดแก้วเพียง 2 โรงงานของทางเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และบางกอกกล๊าส ความเป็นไปได้จึงมี 2 ทางคือ ขอซื้อขวดแก้วจากเสริมสุขซึ่งก็คงเป็นไปได้ยาก หรือจะซื้อจากเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ บริษัทของคุณเจริญ สิริวัฒนาภักดี ก็คงเป็นไปได้ยากเช่นกัน อีกทางเดียวคือบางกอกกล๊าส แต่เท่าที่ทราบกำลังผลิตตอนนี้ค่อนข้างเต็มแล้ว" แหล่งข่าวยังแสดงความเห็นอีกว่า อีกทางเลือกคือซื้อโรงงานที่มีอยู่แล้วในไทยมาเป็นฐานผลิตซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น หรือทางลัดสำหรับเป๊ปซี่ ด้วยเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัด แต่ปัญหาคือโรงงานในไทยทผลิตเครื่องดื่มอัดลมได้นั้น วันนี้มีเพียงไม่กี่โรงงาน "หนึ่งในนั้นเท่าที่ทราบตอนนี้คือโรงงานของซานมิเกล ที่เคยผลิตน้ำอัดลมต้นทุนต่ำที่เน้นขายในต่างจังหวัดเมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งข่าวว่าขณะนี้ต้องการขายโรงงานดังกล่าว" อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวกล่าวว่า ปัญหาคือโรงงานแห่งนี้รูปแบบการผลิตคือขวดเพ็ต ซึ่งไม่ใช่ความต้องการของเป๊ปซี่ อีกทั้งสเกลการผลิตค่อนข้างน้อย ไม่สามารถครอบคลุมสเกลของเป๊ปซี่ได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อย่นระยะเวลา เป๊ปซี่ก็อาจเลือกใช้วิธีการจำหน่ายผ่านเอเย่นต์ไปก่อนในช่วงแรก ดีกว่าเสียเวลาสร้างระบบจัดจำหน่ายด้วยการลงทุนหน่วยรถของตัวเอง "การจ้างเอเย่นต์ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องหาผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้เข้ามาช่วย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต้องบอกว่า เป๊ปซี่ไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องการจัดจำหน่ายมาก่อน สิ่งเดียวที่เป๊ปซี่มีความแข็งแกร่งในวันนี้คือเรื่องของแบรนด์ และการตลาดที่แข็งแกร่ง" ความเปลี่ยนแปลงและความกระชั้นชิดในเรื่องของเวลานี้เอง ที่ทำให้บรรดา คู่แข่งต่างก็มองว่าช่วงจังหวะเวลานี้ คือโอกาสสำคัญที่สุดที่จะช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดไปจากผู้นำตลาดรายนี้ให้ได้ "ชนินทร์ เทียนเจริญ" ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อาเจ ไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย "บิ๊กโคล่า" เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันเป๊ปซี่มีความแข็งแกร่งที่สุดในช่องทางร้านค้าโชห่วยและร้านอาหารในรูปแบบขวดแก้ว หรือขวดคืน โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50% ทิ้งห่างโค้กที่มีส่วนแบ่งประมาณ 30% และบิ๊กโคล่าประมาณ 15% หากวัดในแง่ไซซิ่ง ขนาดที่ขายดีที่สุดในตลาดค้าปลีกทั่วไป หรือโอเพ่นเทรดวันนี้ก็คือ เป๊ปซี่ขวดแก้วขนาด 460 มิลลิกรัม ซึ่งแข็งแกร่งอย่างมาก "แน่นอนว่าถ้าช่วงแรกเป๊ปซี่ไม่สามารถเซตอัพเรื่องขวดแก้วได้ทัน จะเป็นโอกาสสำคัญของทั้งโค้ก และบิ๊กโคล่าทันทีที่จะเข้าไปทดแทนในตลาดนี้" จากนี้ตลาดน็อนแอลกอฮอล์จะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ สำหรับไทยเบฟเวอเรจ ต้องจับตา "น็อนแอลกอฮอล์" ตัวใหม่ ๆ ที่เชื่อว่าทางทีมงานของ "เจริญ สิริวัฒนภักดี" จะเข็นออกมาสู่ตลาดอีกมากมาย โดยอาศัยความแข็งแกร่งของเสริมสุขในการกระจายสินค้า ขณะเดียวกันก็ต้องดูว่าคู่แข่งโดยเฉพาะโค้ก จะสามารถฉกชิงความได้เปรียบในช่วงเวลานี้เพื่อขึ้นเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมเมืองไทย มูลค่า 36,000 ล้านบาท ได้สำเร็จหรือไม่ http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1316057741&grpid=&catid=11&subcatid=1100 Thanks & Regards,
|
เดิมพันศึกน้ำดำ"เสริมสุข"ชิงนำ"เอส" โค้กแจกล้านขวด-เป๊ปซี่เปิดตัวเอเย่นต์ทั่วปท. |
|
Thanks & Regards,
|
--- On Fri, 7/6/12, Thanapon Thanatipukanon <than...@yahoo.com> wrote: From: Thanapon Thanatipukanon <than...@yahoo.com> Subject: ทางลัด "เป๊ปซี่" สู้ศึกน้ำอัดลม ซื้อ รง.เก่า-จ้างเอเย่นต์อุดรอยรั่ว To: flex1...@googlegroups.com Cc: "Fiat" <i_lov...@hotmail.com>, "Paek" <t_oon...@hotmail.com> Date: Friday, July 6, 2012, 10:54 AM |
เดิมพันศึกน้ำดำ"เสริมสุข"ชิงนำ"เอส" โค้กแจกล้านขวด-เป๊ปซี่เปิดตัวเอเย่นต์ทั่วปท. |
![]() ศึกน้ำอัดลมเดือดช่วงโค้งสุดท้ายก่อน 1 พ.ย.วันสิ้นสุดสัญญาเป๊ปซี่-เสริมสุข ด้านเสริมสุขชิงออกทีเซอร์ "เอส" พร้อมส่งจดหมายถึงลูกค้าทั่วประเทศประกาศความพร้อมให้บริการ ด้านโค้กชิงตัดหน้า "เป๊ปซี่" จัดแถลงข่าวก่อน 1 วัน ทุ่มหลัก 100 ล. บุกไตรมาส 4 ปูพรมแจกโค้ก 1 ล้านขวดทั่วประเทศ หวังสร้างกระแส ขณะที่เป๊ปซี่เปิดตัว "เอเย่นต์" 28 รายทุกภาค ย้ำความมั่นใจมีของขายแน่นอน
ตลอดสัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นเร้าใจที่สุด ของตลาด "น้ำอัดลม" บ้านเราก็ว่าได้ เมื่อทั้ง 3 ค่ายโค้ก, เป๊ปซี่ และเสริมสุข ต้องชิงไหวชิงพริบกันทุกชั่วโมง เพื่อนับถอยหลังสู่วันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นวันสิ้นสุดสัญญาระหว่างเป๊ปซี่และเสริมสุข สัปดาห์นี้จึงทั้ง 3 จึงเตรียมประกาศ "ความพร้อม" ของตัวเอง รวมถึงแผนการรบเพื่อส่งสัญญาณไปถึงบรรดาลูกค้า พันธมิตร ที่เป็นทั้งร้านค้า ทั้งโมเดิร์นเทรด และเทรดดิชั่นนอลเทรด รวมถึงร้านอาหาร เป็นการช่วงชิงความได้เปรียบในจังหวะสำคัญ เพื่อสามารถ "ออกสตาร์ต" ได้แบบ "ติดปีก" ทันทีหลังเสียงลั่นไกสิ้นสุดลง
|
ขณะเดียวกันตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุด ใหม่ที่มี "แพนเค้ก" เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อตอกย้ำแบรนด์ โพซิชันนิ่ง "ต้องซ่า ต้องกล้า ต้องโค้ก" เพื่อมัดใจผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่น
เป๊ปซี่เปิดตัวเอเย่นต์ทั่วประเทศ
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 ตุลาคมในช่วงค่ำนั้น เป๊ปซี่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 60 ปี เป๊ปซี่อยู่คู่คนไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ "PEPSI : Yesterday, Today & Tomorrow" ในฐานะ "แบรนด์ในดวงใจ" สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 2495
แหล่ง ข่าวจากเอเย่นต์เป๊ปซี่เปิดเผยว่า
ในวันนั้นจะมีเอเย่นต์ของเป๊ปซี่ไปร่วมงาน โดยเป๊ปซี่จะประกาศความพร้อมด้วยการแนะนำเอเย่นต์ทั้ง 28 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 8 ราย ภาคกลาง 8 ราย อีสาน 6 ราย เหนือ 4 และใต้ 2 ราย พร้อมกันนี้ยังมีพันธมิตรหลักที่เป็นร้านอาหารค่ายหลัก ๆ อาทิ ยัมแบรนด์ส ที่มีเคเอฟซี และพิซซ่า ฮัท ฯลฯ
ซึ่งยังเป็นพันธมิตรอย่างเหนียวแน่น
กลยุทธ์ หลักในช่วงแรกจะใช้ "ไซซิ่ง" ในรูปแบบกระป๋อง และขวดเพ็ตในขนาดใหม่ออกมาแนะนำให้กับผู้บริโภค อาทิ 1.45 ลิตร ซึ่งเป็นขนาดสุดคุ้ม รวมถึงขนาด 410 มล. 440 มล. 445 มล. 505 มล. เป็นต้น โดยเน้นเข้ามาในช่องว่างของขนาดที่คู่แข่งรายอื่น ๆ ไม่มี
"เนื่อง
จากเป๊ปซี่ไม่มีขวดแก้ว ซึ่งเท่ากับยอดถึงครึ่งหนึ่งที่หายไป ดังนั้นจึงต้องมีการรุกหนักในแพ็กเกจจิ้งขวดเพ็ตและกระป๋อง โดยจะชูเมสเซจที่ว่าขนาดสุดคุ้ม ส่วนการประกาศความพร้อมด้านเอเย่นต์นั้นก็เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้ บริโภครับรู้ว่า หลังวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เป๊ปซี่ยังมีของขายแน่นอน" เอเย่นต์เป๊ปซี่ระบุ
แหล่งข่าวในวงการน้ำดำระบุว่า ขณะนี้สิ่งที่เป๊ปซี่ต้องพยายามมากที่สุดคือ การรักษาฐานลูกค้าเดิมของบริษัทไว้ให้ได้ โดยเฉพาะเชนร้านอาหารในศูนย์การค้า ซึ่งจะให้บริการในรูปแบบของ "เครื่องกดน้ำอัดลม" หรือโพสต์มิกซ์ ขณะที่ร้านอาหารรายย่อยทั่วไปอาจเสียเปรียบคู่แข่งเพราะต้องมีขวดแก้ว จำหน่าย รวมถึงร้านค้าในโมเดิร์นเทรด
"ขณะนี้เป๊ปซี่ต้องรักษาฐานเดิมที่มีอยู่ให้ได้ ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นเงื่อนไขอย่างไรก็ตาม"
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU1URTBPVFUzTmc9PQ==§ionid=
Lekky Yang ![]()