ฟ้อง A I A ประสบการณ์ในชีวิตของข้าพเจ้า ที่ต้องจดจำ ข้าพเจ้า ไม่มีความรู้ เรื่องคอมพิวเตอร์มากนัก จึงขอให้น้องช่วยลงข้อความ กรณีที่ข้าพเจ้าต่อสู่คดี กับ บริษัท AIA ให้ประชาชนได้ทราบ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ เป็นกรณีศึกษา เพื่อให้ประชาชนได้รับ ประโยชน์ จากคดี ที่ข้าพเจ้าฟ้อง บริษัท AIA ข้าพเจ้า จึงขอสรุป เรื่องของ คดีนี้เพื่อประชาชน จะได้ศึกษา เป็นกรณีตัวอย่าง และจะได้มีความระมัดระวังในการตัดสินใจ ที่จะทำประกันชีวิต เมื่อ 21 ปีที่แล้ว ในวันที่ 4 สิงหาคม 2532 ตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับ ข้าพเจ้า เป็นการประกันชีวิต แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE วงเงินประกันชีวิต 300,000.- บาท ข้าพเจ้า จะต้องชำระเบี้ยประกันชีวิต เป็นรายปีทุกๆ ปีละ 20,301 บาท ระยะเวลา 21 ปี รวมเป็นเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต ที่ต้องชำระทั้งหมด จำนวน 426,321 บาท ซึ่งมากกว่า วงเงินประกันชีวิตถึง 126,321 บาท ( 426,321 – 300,000 = 126,321 บาท ) โดยตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA นำแผ่นพับ แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE ขนาด กระดาษ A4 มีลักษณะเป็นแผ่นพับสี 3 ตอน ติดต่อกัน รวม 6 หน้า มาประกอบการเสนอขายประกันชีวิตให้กับ ข้าพเจ้า เมื่อกรมธรรม์ประกันชีวิตของข้าพเจ้า ครบกำหนดสัญญา 21 ปี ข้าพเจ้า ได้รับเงินครบกำหนดสัญญา น้อยกว่าที่ตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับ ข้าพเจ้า ตามแผ่นพับ แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE ที่ข้าพเจ้า ใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องศาล เป็นคดีนี้ ทันทีที่ปัญหานี้ เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าๆ บอกกับลูกสาวว่า ปัญหา ที่เกิดขึ้นกับพ่อ ครั้งนี้ คงจะไม่ได้เกิดขึ้นกับพ่อเพียงคนเดียว แต่ปัญหานี้ คงจะเกิดขึ้นกับประชาชนที่ถูกเสนอขายประกันชีวิตเช่นเดียวกันกับพ่อ ทั่วประเทศ ปัญหานี้ จึงถือได้ว่าเป็นวิกฤต ทางการเงินของประชาชนเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เป็นปัญหาระดับประเทศ เพราะ เป็นเรื่องที่กระทบถึงเงินออม เพื่อความมั่นคงในชีวิตของประชาชน ในเมื่อพ่อ เป็นคนแรกที่รู้ถึงปัญหานี้ และ มองเห็นผลของความร้ายแรงของปัญหานี้ก่อนคนอื่น พ่อ จะต้องยอมเหนื่อยยากทุกอย่าง เพื่อหาข้อยุติของปัญหานี้ ในแนวทางที่ถูกต้องยุติธรรมให้ได้ ด้วยจิต และ วิญญาณ ของความเป็นคนไทย ที่จะต้องลุกขึ้นมา ปกป้อง ความเป็นธรรมให้กับคนไทย บรรพบุรุษ ของไทยเรานั้น ยอมพลีชีพของตนเอง มาแล้วทุกยุคทุกสมัย เพื่อรักษาประเทศชาติ และปกป้องคนไทย เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข พ่อ จึงต้องเป็นคนหาข้อยุติของปัญหานี้ ในทางกฎหมาย เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานในกรณี ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ รายละเอียด เรื่องการฟ้อง บริษัท AIA ขอให้ประชาชน หาอ่านดูจาก เรื่องที่มีคนนำไปลงในอินเตอร์เน็ตไว้แล้ว ทั้ง 3 เรื่อง ครั้งแรก ข้าพเจ้า คิดที่จะฟ้อง ตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA เป็นจำเลย ร่วมกับ บริษัท AIA เพราะ เรื่องของการขายประกันชีวิต ให้กับ ข้าพเจ้า นั้น มี ผู้ที่รู้เรื่องนี้ และ เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อยู่ 3 คน คือ 1. บริษัท AIA 2. ตัวแทนขายประกันชีวิต ของ บริษัท AIA ที่มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า 3. ตัวข้าพเจ้าเอง ใน เมื่อ บริษัท AIA ปฏิเสธ การจ่ายเงินครบกำหนดสัญญา ให้ครบตามที่ ตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า เรื่องนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ แต่ เมื่อ ข้าพเจ้าคิดว่า การฟ้อง บริษัท AIA ของข้าพเจ้าครั้งนี้ เป็นการฟ้อง กรณีที่สัญญาประกันชีวิตครบกำหนดสัญญา แล้วข้าพเจ้าได้รับเงินไม่ครบตามที่ตัวแทนขายประกันชีวิต มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า ตามแผ่นพับ แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE ข้าพเจ้า เห็นว่า เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่าง ข้าพเจ้าจึงควรที่จะฟ้อง บริษัท AIA เป็นจำเลย เพียงคนเดียว ตามหลักฐานที่มีอยู่ คือ แผ่นพับ แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE และที่ ข้าพเจ้า จะไม่ฟ้อง ตัวแทนขายประกันชีวิตเป็น จำเลย ร่วมด้วย และ จะไม่เรียกตัวแทนขายประกันชีวิต มาเบิกความเป็นพยาน ฝ่ายโจทก์ ด้วย นั้น ก็เพราะ ข้าพเจ้า ต้องการสร้างมาตรฐานต่ำที่สุด ในทางพยานหลักฐาน เพื่อที่จะดูว่า ผลของคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ถ้า ผลของคำพิพากษา ออกมาให้ข้าพเจ้า เป็นฝ่ายชนะคดี ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะสามารถเดินตามคดีของข้าพเจ้า ได้ง่ายขึ้น เพราะ เป็นที่รู้กันดีว่า ตัวแทนขายประกันชีวิตนั้น น้อยคนนัก ที่จะอยู่ในอาชีพนี้ได้ยาวนาน และการหาที่อยู่ของตัวแทนขายประกันชีวิต หรือการหาตัว ของตัวแทนขายประกันชีวิต หลังจากที่ระยะเวลาผ่านมา 20 กว่าปี แล้ว นั้น ไม่ใช่ เรื่องง่าย รวมทั้งตัวแทนขายประกันชีวิต บางคน ก็อาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้ ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้า จึงต้องการต่อสู้คดี ด้วยมาตรฐานที่ต่ำที่สุด เพื่อประชาชนจะได้เดินตามได้ง่ายขึ้น ถ้าข้าพเจ้าเป็นฝ่ายชนะ คดี แต่ พอสืบพยานกันจริง ๆ บริษัท AIA ขอออกหมายเรียก ตัวแทนขายประกันชีวิตที่ขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า มาเบิกความ เป็นพยานฝ่าย จำเลย เมื่อถึงวันนัด ไม่มีตัวแทน มาเบิกความ ทนายของ บริษัท AIA แถลงศาลว่า ยังหาตัวแทนไม่พบ ขอเลื่อนคดี ศาลอนุญาตให้เลื่อนคดี และ พูดว่าต้องการรู้ความจริงในเรื่องนี้ นัด ต่อมา เพื่อให้ความจริงกระจ่าง ข้าพเจ้า จึงไปตามหาตัวแทนขายประกันชีวิต ที่มาขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า ถึงที่ทำงานของตัวแทน ด้วยตนเอง ซึ่ง ข้าพเจ้า จำได้ว่า เมื่อ 21 ปี ก่อน ขณะนั้นตัวแทน ทำงานอยู่ที่ รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง จนได้พบตัวแทน และขอให้มาเบิกความเป็นพยานจำเลย ตามหมายเรียกพยานบุคคล ที่ ทนายของบริษัท AIA จำเลย ขอออกหมายเรียกพยานไว้ ซึ่งตัวแทน ก็มาเบิกความ ตามวันที่ ข้าพเจ้า แจ้งให้ทราบ จนการสืบพยานจำเลย เสร็จสิ้น เท่ากับว่า คดีของ ข้าพเจ้า นั้น การสืบพยาน มีข้าพเจ้าซึ่งเป็นโจทก์ บริษัท AIA จำเลย และ ตัวแทนขายประกันชีวิตที่มาขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า มาเบิกความ ครบทั้ง 3 คน ที่รู้เรื่องนี้ จึงถือได้ว่าคดีของ ข้าพเจ้า ที่ฟ้อง บริษัท AIA นั้น จากความตั้งใจเดิม ที่จะสร้างมาตรฐานต่ำที่สุด ในการต่อสู้คดี กลับกลายเป็นมาตรฐานที่สูง ไปโดยปริยาย โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งใจไว้แต่แรก ประชาชน ที่ต้องการจะเรียกร้องความเป็นธรรม โดยการฟ้องศาล จึงควรที่จะรู้เรื่องนี้ไว้ จะได้เป็นประโยชน์ ในการตัดสินใจฟ้องคดี ข้าพเจ้า ฟ้อง บริษัท AIA เป็นจำเลย ที่ศาลแขวงพระนครใต้ เป็นคดีผู้บริโภค คดีหมายเลขดำที่ ผบ. 2592 / 2553 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2553 ทุน ทรัพย์ในการฟ้องคดีนั้น ข้าพเจ้า ฟ้องเรียกเงินครบกำหนดสัญญาส่วนที่ขาด เป็นเงินจำนวน 36,000.- บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ทวงถามจนถึงวันฟ้อง คิดเป็นเงิน 214.52 บาท ค่าคัดหนังสือรับรอง และค่าถ่ายเอกสาร รวม 480.- บาท ค่าเดินทางไปดำเนินคดีกับค่าเสียเวลา และ โอกาสในการประกอบอาชีพของโจทก์ วันละ 600 บาท ประมาณ 7 วัน คิดเป็นเงิน 4,200.- บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 40,894.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 40,680.- บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลย จะชำระเสร็จสิ้น ที่ ข้าพเจ้า ไม่ได้เรียกร้องค่าทนายความ ก็เพราะคดีนี้ ข้าพเจ้า ต่อสู่คดีด้วยตนเอง ถ้าประชาชน จ้างทนายความต่อสู้คดีให้ ก็สามารถเรียกร้องค่าทนายความได้ด้วย บริษัท A I A จำเลย ให้การต่อสู้คดีว่า “ แผ่นพับในการเสนอขายประกันชีวิตแก่โจทก์นั้น เอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารของจำเลย ” “ ทางจำเลย ได้ดำเนินการจ่ายเงินผลประโยชน์ให้แก่โจทก์ ครบถ้วนและถูกต้องตามสัญญาทุกประการแล้ว ” ในส่วนของการต่อสู้คดี และ การสืบพยาน นั้น มีรายละเอียดเป็นจำนวนมาก จึงไม่ขอกล่าวถึงในขณะ นี้ คดี นี้ ศาลแขวงพระนครใต้ มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ ผบ. 2728 / 2554 คำพิพากษา คดีนี้ มีจำนวนถึง 23 หน้า จึงมีรายละเอียด ตามคำพิพากษาของศาล เป็นจำนวนมาก ไม่สามารถที่จะนำรายละเอียด ตามคำพิพากษา มาเผยแพร่ได้ทั้งหมด รวมทั้ง สรุปเหตุผลตามคำพิพากษาด้วย เพราะ ถ้าประชาชน ไม่รู้รายละเอียดตามคำพิพากษาทั้งหมด แล้วข้าพเจ้า นำแต่ สรุป เหตุผล ตามคำพิพากษามาเผยแพร่ให้ ประชาชนทราบ ประชาชนก็อาจจะตีความกันไปเอง ตามแต่จะคิด ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ตอนท้ายของคำพิพากษาของศาล ศาล พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 40,894.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 40,680 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ เมื่อ เปรียบเทียบ จำนวนเงินที่ข้าพเจ้า เป็นโจทก์ ฟ้อง บริษัท A I A จำเลย กับ คำพิพากษาของศาลแล้ว ศาลพิพากษาให้ บริษัท A I A จำเลย ชำระเงินให้ ข้าพเจ้า ซึ่งเป็น โจทก์ เต็มตามฟ้อง แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด เพราะ บริษัท A I A จำเลย ได้ยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลแขวงพระนครใต้ และ ศาล ได้นำ อุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย มาส่งให้กับข้าพเจ้า ในวันที่ 21 มีนาคม 2555 นี้ อุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย มีทั้งหมด 16 หน้า ซึ่ง หนึ่งในเหตุผล ของการอุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย ข้อหนึ่ง ที่น่าสนใจ ก็คือ อุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย ในหน้าที่ 11 บรรทัดที่ 1 วรรคที่ 2 ถึงบรรทัดที่ 3 วรรคแรก มีข้อความว่า “ อีกทั้งคดีนี้ทางจำเลย ก็ปฏิเสธความถูกต้องของเอกสารหมาย จ. 2 ( หมายถึงแผ่นพับ แบบ สะสมทรัพย์ 21 TMAE ที่โจทก์ ยื่นเป็นพยานเอกสารในศาลของโจทก์ ) นี้มาตั้งแต่ต้น ทั้งตัวโจทก์เอง ก็ไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันว่าจำเลย เป็นผู้จัดทำเอกสารดังกล่าวขึ้นมาแต่อย่างใด ” ทำให้คิดถึง เรื่อง ทางการเมืองในอดีต เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่อง ที่พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นำเสนอข้อมูลให้ประชาชนทราบว่า โครงการของรัฐบาลโครงการหนึ่ง น่าเชื่อว่า จะมีการทุจริต ถ้าข้าพเจ้า จำไม่ผิด เท่าที่จำได้ ผู้นำฝ่ายรัฐบาล ออกมากล่าวทำนอง ว่า “ ถ้าฝ่ายค้าน มีใบเสร็จรับเงิน ก็ให้นำมาให้ดู จะจัดการให้ ” คำ พูดนี้ เมื่อออกอากาศ ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประชาชน เป็นจำนวนมาก มีความรู้สึก ขำ ในคำพูดดังกล่าว และงงว่า การทุจริต จะมีใบเสร็จรับเงิน ได้อย่างไร และ คำว่า “ มีใบเสร็จ หรือ เปล่า ” ก็ถูกนำมาใช้ เป็นคำพูดที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์ การทุจริตโครงการต่าง ๆ ต่อมาอีกระยะหนึ่ง เมื่อ ข้าพเจ้า ทำคำแก้อุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย เสร็จแล้ว ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษา ออกมาอย่างไร ก็จะได้บรรทัดฐานในกรณีนี้ ซึ่งประชาชน ควรที่จะได้ทราบ ถึงผล ของคำพิพากษา ของศาลอุทธรณ์ ต่อไป อย่างน้อย คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ในคดีของ ข้าพเจ้า นี้ ก็คงจะเป็นกำลังใจให้กับประชาชนได้บ้าง ในการที่จะรียกร้องความเป็นธรรม ในการฟ้องศาล เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าคำพิพากษาของศาลในคดีนี้ จะออกมาอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้า น้อมรับคำพิพากษา นั้น และ ผลของคำพิพากษา ก็จะเป็นประโยชน์ กับประชาชน ถ้าคำพิพากษาของ ศาล เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว พิพากษาให้ข้าพเจ้า เป็นฝ่ายชนะคดี ผลของคำพิพากษา ก็จะสร้างกำลังใจ ให้กับประชาชน ที่ต้องการจะเรียกร้องความเป็นธรรม โดยการฟ้องศาล ได้ แต่ก็ ยังไม่ถือว่า ข้าพเจ้า ทำหน้าที่ ของคนไทย ตอบแทนคุณของประเทศชาติ ด้วยการปกป้อง เงินออม เพื่อความมั่นคงในชีวิต ของประชาชน ที่ควรจะได้รับตามความเป็นจริง ได้สำเร็จ ข้าพเจ้า จะปกป้องประชาชนได้สำเร็จ ก็ต่อเมื่อ ประชาชนได้รับเงิน ครบกำหนดสัญญา ไม่น้อยกว่า ที่ตัวแทนขายประกันชีวิต มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับประชาชน โดยที่ไม่ต้องฟ้องเป็นคดี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เรื่องนี้ เป็นเรื่องของการออมเงิน เพื่อความมั่นคงในชีวิต และ เรื่องนี้ มีประชาชน เป็นจำนวนมาก ที่ได้รับ ผลกระทบ จึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนในวงกว้าง บทเรียนที่ ข้าพเจ้า ได้รับ จากการทำประกันชีวิตครั้งนี้ นั้น ก็คือ เมื่อตอนที่ตัวแทนขายประกันชีวิต มาขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า เมื่อ 21 ปี ก่อน นั้น ข้าพเจ้า มีความคิดว่า การที่ข้าพเจ้า ตัดสินใจทำประกันชีวิต ในครั้งนั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และ ข้าพเจ้า คิดว่า ข้าพเจ้า เป็นคนฉลาด ที่ตัดสินใจทำประกันชีวิตไว้ แต่อีก 21 ปี ผ่านมา หลังจากที่ข้าพเจ้า ผ่านการต่อสู้คดี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม แล้ว ในปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้า มีความคิดว่า ตัวข้าพเจ้า เป็นคนที่โง่ที่สุด ที่ตัดสินใจทำประกันชีวิต เมื่อ 21 ปี ที่แล้ว ประเด็นสำคัญ ในการต่อสู้คดีนี้ นั้น อยู่ที่ว่า การต่อสู้คดีนี้ นั้น เป็นการต่อสู้คดีกัน ด้วยความสัตย์จริง ทั้งหมด หรือ ไม่ ความเป็นจริง ในเรื่องที่เป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้ นั้น เป็นอย่างไร ย่อมรู้อยู่แก่ใจของทุกฝ่ายดี สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า คนโกหก ทั้งที่รู้อยู่ ทำชั่วได้ทุกชนิด ข้าพเจ้า ขอฝากบทธรรมนี้ไว้ เพื่อเป็นการเตือนใจ ถ้าท่านเชื่อ เรื่อง ผลของกรรม เงิน ที่ประชาชน หามาได้ จากหยาดเหงื่อแรงงาน ในการทำงานที่สุจริต และออมเงินนั้น เพื่อความมั่นคงในชีวิต ไม่ว่าประชาชน จะออมเงิน ในรูปแบบใดก็ตาม เงินออมของประชาชนนั้น เป็นเงิน ที่บริสุทธิ์ ใครก็ตาม รวมทั้ง ผู้ที่ช่วยเหลือ ผู้ที่สนับสนุน และ ผู้ที่ดำเนินการ เบียดบัง เอาเงินออมของประชาชน ที่บริสุทธิ์ ที่ประชาชน ออมเงินไว้ เพื่อความมั่นคงในชีวิต นั้น ไปโดยไม่ชอบ ผล ของการทำกรรมนี้ นั้น มีผลมาก เป็นกรรมใหญ่ เป็นกรรมหนัก และ ผลของกรรมนี้ จะส่งผล ตามตอบสนอง ผู้ที่ร่วมทำกรรมนี้ ทุกคน ต่อไป ทั้งในชาตินี้ และ ใน ทุกภพ ทุกชาติ ทรงกฤษณ ศรีสุขวัฒนา จากคุณ : gungging [FriendFlock] [Bloggang] เขียนเมื่อ : 22 มี.ค. 55 13:32:35 ผมเอากระทู้มาลงให้อ่านเพื่อ 1.ยกย่องคุณงามความดี และความกล้าหาญของคุณ ทรงกฤษณ ศรีสุขวัฒนา 2.เพื่อเป็นอุทาหรณ์ในการทำประกันชีวิตเอกสารทุกอย่างต้องอยู่ครบ และอาจไม่ได้เป้นดั่งวาดหวังไว้ 3.ในใบเสนอประกันชีวิตจะสังเกตดูให้ดีว่าไม่มีใบประทับตรา ของ AIA ซึ่งทำให้บริษัท AIA ใช้อ้างในการต่อสู้ว่าไม่ใช่ของบริษัท ผมก็เจอเป็นใบแบบนี้ ดังนั้นเพื่อนๆ พึงระวัง เพราะไม่นานนี้ผมก็เห็นการฟ้องร้องกับบริษัทประกันชีวิตรายหนึ่งซึ่งเป็นบริ ษัทของคนไทย ซึ่งเงื่อนไขการฟ้องเหมือนกันคือ ไม่ทำตามสัญญา กำลังอยู่ในขั้นศาล ผมชอบบทความส่งท้ายของคุณ ทรงกฤษณ ศรีสุขวัฒนา เงิน ที่ประชาชน หามาได้ จากหยาดเหงื่อแรงงาน ในการทำงานที่สุจริต และออมเงินนั้น เพื่อความมั่นคงในชีวิต ไม่ว่าประชาชน จะออมเงิน ในรูปแบบใดก็ตาม เงินออมของประชาชนนั้น เป็นเงิน ที่บริสุทธิ์ ใครก็ตาม รวมทั้ง ผู้ที่ช่วยเหลือ ผู้ที่สนับสนุน และ ผู้ที่ดำเนินการ เบียดบัง เอาเงินออมของประชาชน ที่บริสุทธิ์ ที่ประชาชน ออมเงินไว้ เพื่อความมั่นคงในชีวิต นั้น ไปโดยไม่ชอบ ผล ของการทำกรรมนี้ นั้น มีผลมาก เป็นกรรมใหญ่ เป็นกรรมหนัก และ ผลของกรรมนี้ จะส่งผล ตามตอบสนอง ผู้ที่ร่วมทำกรรมนี้ ทุกคน ต่อไป ทั้งในชาตินี้ และ ใน ทุกภพ ทุกชาติ http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/...I11866627.html http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=29849&s=ad50ad2ff3f8c54511d1cbcfe9532b90&p=244327#post244327 Thank you & Regards,
|