บทเรียนหนึ่งของการขับรถเร็วบนมอเตอร์เวย์ by Pornsan Panjathep

67 views
Skip to first unread message

Thanapon Thanatipukanon

unread,
May 1, 2013, 11:09:01 AM5/1/13
to flex1...@googlegroups.com, i_lov...@hotmail.com, t_oon...@hotmail.com
บทเรียนหนึ่งของการขับรถเร็วบนมอเตอร์เวย์ by Pornsan Panjathep
คืนวันหนึ่ง ผมขับตามหลังรถคันนี้ที่ความเร็ว 120 บนถนนมอเตอร์เวย์ แต่อยู่ดีๆรถเค้าก็เสียหลัก รถสะบัดกลิ้งไถลไปไกล ข้างรถเสียดสีกับถนน

ภาพสะเก็ดไฟลุกเป็นทางยาวยังติดตาจนถึงตอนนี้...

หลังจากตั้งสติหักหลบรถเค้าและจอดรถได้ ผมกับแฟนรีบลงไปช่วย เค้ามากัน 2 คน และโชคดีที่บาดเจ็บเล็กน้อย
...
หลังจากกระบวนการช่วยเหลือจนกู้ภัยและตำรวจมา ซึ่งทำงานกันเร็วมาก ใช้เวลาประมาณ 8 นาทีนับจากแจ้งจนถึงจุดเกิดเหตุ ผมจึงขอตัว ระหว่างขับรถออกมาได้ข้อคิดเตือนใจหลายอย่าง เลยอยากแชร์ให้ฟัง

- เข็มขัดนิรภัย ใส่เถอะครับ ไม่ว่าจะใกล้ไกลยังไง เค้าโชคดีที่คาดไว้ ความเร็วขณะนั้น รถไถลกลิ้งแบบนี้ ถ้าไม่คาดคงเจ็บกว่านี้เยอะ และใครจะคิดว่าจู่ๆจะมีเหตุแบบนี้กับตัว เพิ่งออกจากด่านจ่ายเงินไม่เกิน 5 นาที

- ขับรถห่างจากคันหน้าเยอะๆครับ ต้องมากพอที่คุณคิดว่า เกิดเหตุอะไร คุณก็จะเห็นก่อนและตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทัน คุณมีเวลาคิดไม่เกิน 2 วินาที ว่าจะเอายังไง หักหลบทางไหน

ความเร็ว 100 กม./ชม. เวลา 2 วินาทีคือระยะทางประมาณ 55 ม. คุณต้องขับห่างจากคันหน้ามากกว่านั้นเพราะกว่าคุณจะตัดสินใจอะไร รถวิ่งไปแล้ว 55 เมตร และต้องมีระยะเบรคกว่ารถจะหยุดเข้าไปอีก

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ผมเจอเหตุแบบนี้ การขับห่างคันหน้าช่วยเราได้เยอะครับ

- ไม่ว่าเกิดเหตุกับตัวเอง หรือลงไปช่วยผู้อื่น รักษา"สติ" ให้มั่น คิดให้ดีว่าควรทำอะไรก่อนหลัง

- การโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินควรทำในทันที ประกันหรือเพื่อนฝูง รวมถึงถ่ายรูปแชร์ FB เอาไว้ทีหลัง เมมเบอร์โทรฉุกเฉินหลายๆเบอร์ (หลายเบอร์ผมโทรยังไงก็ไม่ติด) หรือถนนที่เราต้องขับเป็นประจำ จะมีเบอร์หน่วยช่วยเหลืออยู่ เช่น

กู้ภัยมอเตอร์เวย์ 02-3720191
จส.100 > 1137
ตำรวจทางหลวง > 1193
สวพ.91 > 1644
บาดเจ็บรุนแรง > 1669
191 ยังใช้ได้เสมอครับ เมื่อคืนโทรติดเลยและประสานงานเร็วมาก

เพราะหากมีผู้บาดเจ็บสาหัส เวลามีค่าทุกวินาที

- โทรแจ้งเหตุข้อมูลชัดเจน เช่นเราอยู่ตรงไหน สังเกตง่ายๆข้างทาง เดี๋ยวนี้จะมีป้ายบอกจนถึงหลักย่อยร้อยเมตรบนถนนหลายๆเส้น เช่นเมื่อคืนข้อมูลที่โทรแจ้งคือ "เกิดเหตุรถคว่ำมอเตอร์เวย์ขาออก หลักกิโลที่ 33.8 มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย รถอยู่ 2 เลนขวาสุด ขณะนี้ได้ช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว" พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ

พยายามรู้ตัวว่าเราอยู่ตรงไหน จุดสังเกตมีเยอะ เลขบนเสาทางด่วนที่เค้าพ่นสีไว้ ทุกตัวอักษรหรือเลขมีความหมาย ส่วนใหญ่นั่นก็คือหลักกิโลเช่นกัน หรือไม่ก็คือลำดับอ้างอิง ซึ่งสามารถบอกพิกัดได้ ยิ่งเราละเอียดเรื่องตำแหน่งเท่าไหร่ ทีมกู้ภัยก็จะทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น

- ปิดท้ายจุดเกิดเหตุในระยะห่างพอสมควร เปิดไฟฉุกเฉิน หักกิ่งไม้ โบกไฟฉาย ป้องกันเหตุซ้ำซ้อน โชคดีที่มีพี่อีกคนรีบเอารถเค้าจอดปิดท้ายให้ ผมมีไฟฉายติดรถอยู่ก็ไปช่วยโบกให้รถชะลอและเบี่ยงเลน

คนไปโบกเองก็ต้องระวังตัว ขนาดผมมีไฟฉาย LED ซึ่งแรงพอสมควร ยังมีรถโคตรมึนที่ขับตรงเข้ามาแบบไม่ชะลออยู่ 2 คัน เกือบจะต้องกระโดดหนี ไม่รู้มันเมารึเปล่า

- ไฟฉาย มีดคัตเตอร์ ไฟแช็ค ของแข็ง เช่นค้อน หรือดัมเบลเล็กๆ ติดรถไว้ครับ มีประโยชน์มาก

- ฝึกปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ก็ดีครับ คอยสอบถามผู้บาดเจ็บเป็นระยะๆ มีอาการชา ปวดหัว เจ็บบริเวณไหนรึเปล่า ส่วนใหญ่ตกใจ จะยังไม่เป็นอะไรเพราะร่างกายสร้างกลไกป้องกันตัว เวลากู้ภัยมาถึงจะได้มีข้อมูลเบื้องต้นเลย

และถ้าไม่แน่ใจหรือมีเหตุจำเป็น อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง อาการบาดเจ็บบางอย่างอาจรุนแรงกว่าเดิม

มีอะไรเพิ่มเติมก็แชร์กันได้นะครับ แต่อยากขอร้องว่าไม่ต้องไปเรื่องรถยี่ห้ออะไร หรือเรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง

จับ "ประเด็น" ให้ดี และนำไปประยุกต์ใช้ครับ

สุดท้าย อย่าประมาท ขับช้าลงซักนิด รถพร้อมกายพร้อมอยู่เสมอ มีสติอยู่กับตัว จะช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้ครับ ;)
ดูเพิ่มเติม
 
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=513862425317454&set=a.323690197668012.67449.100000811046458&type=1
 
 
Thank you & Regards,
 

 Lekky Yang 

Thanapon Thanatipukanon

unread,
Aug 11, 2013, 10:57:44 AM8/11/13
to flex1...@googlegroups.com, i_lov...@hotmail.com, t_oon...@hotmail.com

วีรกรรมของแม่



ผมทำงานเป็นพนักงานดับเพลิงอยู่ในนครนิวยอร์ค

...บางครั้งอาชีพนี้ก็ทำให้หดหู่ใจ
... เพราะคราใดที่ย่านธุรกิจหรือบ้านถูกไฟเผาผลาญ คุณจะพลอยหัวใจสลายไปด้วย

พนักงานดับเพลิงเจอเรื่องน่าสะพรึงกลัวมานักต่อนัก และบางครั้งก็ต้องเจอความตาย

...แต่วันที่ผมเจอเจ้าแมว สการ์เล็ต เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะมันเป็น เรื่องของชีวิตและความรัก

...

วันนั้นเป็นวันศุกร์...
เรารุดออกไปดับไฟตามที่ได้รับแจ้งเมื่อตอนเช้าตรู่ว่ามีไฟไหม้ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง
ระหว่างที่เตรียมอุปกรณ์อยู่นั้น... ก็ได้ยินเสียงแมวร้อง
แต่ผมหยุดมือไม่ได้ ต้องดับไฟก่อนแล้วจึงจะหาแมวได้

ไฟไหม้ครั้งนี้ลุกลามใหญ่โตมาก
เราจึงมีหน่วยงานอื่นๆมาช่วยสนับสนุนด้วย ทั้งฝ่ายตะขอเกี่ยวและบันได
เราได้รับแจ้งว่า ทุกคนในอาคารหลังนี้ออกมาได้โดยปลอดภัยแล้ว
ผมเองก็หวังเช่นนั้น
เพราะที่ปั๊ม มีแต่เปลวไฟเต็มไปหมด ใครขืนเข้าไปผม้ภัยคงจะไม่รอดแน่
กว่าจะดับไฟได้ก็คงกินเวลานานมาก และต้องใช้กำลังคนมากมาย

...

ถึงตอนนี้มีเวลามองหาแล้วว่าเสียงแมวมาจากไหน
ควันไฟยังพวยพุ่งออกมาจากตัวปั๊มเต็มไปหมด
ผมมองอะไรไม่ค่อยเห็น ได้แต่เดินตามเสียงแมวร้องไปเรื่อยๆ

...

จนถึงบริเวณบาทวิถีห่างจากหน้าปั๊มราวๆ 5 ฟุต เห็นจะได้
ก็เห็นลูกแมวตัวเล็กๆท่าทางอกสั่นขวัญแขวนสามตัวกอดกันกลมและส่งเสียงร้องกันระงม
พอมองไปผมก็เจออีกสองตัว อยู่บนถนนตัวหนึ่ง
ส่วนอีกตัวอยู่อีกฝั่งถนนหนึ่ง

แมวพวกนี้คงจะติดอยู่ในอาคารเป็นแน่ เพราะขนมันถูกไฟลนเสียจนโกร๋น
ผมตะโกนขอลังสักใบและมีนักมุงหามาให้ใบหนึ่ง
ผมจับลูกแมวทั้งห้าตัวใส่ในลัง และอุ้มลังไปพักไว้หน้าระเบียงบ้านหลังหนึ่งแถวนั้น
ผมมองหาแม่แมวสังหรณ์ว่า
แม่แมวคงจะเข้าไปในปั๊มที่ไฟกำลังไหม้และทยอยคาบลูกออกมาวางไว้บนบาทวิถีทีละตัว

ลองคิดดูก็แล้วกันว่าต้องวิ่งเข้าไปในกองไฟที่กำลังลุกโชติช่วงถึงห้าครั้งห้าครา
จากนั้นก็ต้องพยายามให้ลูกแมวไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ไกลอาคารออกไปทีละตัวๆเช่นกัน
แต่แม่แมวดูเหมือนจะยังขนลูกออกมาไม่หมด

...แล้วแม่แมวไปอยู่เสียที่ไหน??

ตำรวจคนหนึ่งชี้บอกว่า เห็นแมวเข้าไปในที่ร้างตรงที่ผมเจอลูกแมวสองตัวสุดท้าย

...

แม่แมวอยู่ที่นั่นจริงๆ มันนอน ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
แผลไฟไหม้ดูสาหัส ตาเป็นแผลพองจนลืมไม่ขึ้น
อุ้งเท้าดำเพราะถูกไฟลน ขนถูกไฟลามเสียจนเห็นหนัง บางแห่งจะเห็นเนื้อแดงเหวอะหวะ
ตัวอ่อนปวกเปียกจนเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้

ผมเดินไปหามันช้าๆค่อยๆพูดกับมันเบาๆ มันคงจะเป็นแมวป่า
ผมไม่อยากให้มันตกใจ

...เมื่อผมอุ้มมันขึ้นมา แม่แมวร้องอย่างเจ็บปวด
กลิ่นขนและเนื้อหนังของมันส่งกลิ่นเหม็นไหม้ มันไม่กระดุกกระดิก
มันพยายามลืมตาจะมองผม แต่ลืมไม่ขึ้น
ดูมันเหนื่อยอ่อนเต็มประดา ได้แต่ซุกเข้าอ้อมแขนของผม
ผมตื้นตันน้ำตาคลอหน่วยเมื่อรู้สึกว่าแม่แมวไม่กลัวผม ไว้ใจผม
ผมตั้งใจว่าจะช่วยชีวิตแม่แมวผู้กล้าหาญและลูกทั้งห้าตัวของมัน
ชีวิตของพวกมันขึ้นอยู่กับผม ผมค่อยๆวางแม่แมวลงในลังรวมกับลูกๆ
แม่แมวตาบอดยังอุตส่าห์ใช้จมูกแตะลูกแมวแต่ละตัวจนทั่ว
เพื่อให้แน่ใจว่าทุกตัวปลอดภัย มันเบาใจที่ลูกของมันอยู่ครบทุกตัว
แม้ตัวมันเองจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม
แมวทั้งหมดต้องได้รับการเยียวยารักษาโดยด่วน

...

ผมนึกถึงบ้านสงเคราะห์!แห่งหนึ่งชื่อ สันนิบาต!นอร์ทชอร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลองไอส์แลนด์
ผมเคยนำสุนัขถูกไหม้ไฟอาการสาหัสไปให้ที่นั่นรักษาแผลเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน องค์กรนี้ช่วยได้แน่
ผมโทรศัพท์ไปแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่ากำลังพาแม่แมวและลูกแมวถูกไฟลวกอาการสาหัสไปให้รักษา
ผมไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า ยังสวมชุดดับเพลิงที่มีคราบควันไฟอยู่เต็ม
แล้วบึ่งรถบรรทุกของผมไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อไปถึงก็เห็นสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่สองชุดเตรียมตัวรับแมวอยู่แล้วที่ลานจอดรถ
พวกเขารีบนำแมวทั้งหมดเข้าไปในห้องพยาบาล
ทีมหนึ่งรักษาแม่แมวอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งและอีกทีมหนึ่งดูแลลูกแมวอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง

ผมรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็นกำลังจากการดับไฟ และพยายามไม่เข้าไปเกะกะในห้องพยาบาล
ผมไม่ค่อยหวังเท่าไหร่ว่าแมวเหล่านี้จะรอดชีวิต แต่ถึงอย่างไรก็ทิ้งมันไม่ลง

...

หลังจากรออยู่ครู่ใหญ่ สัตวแพทย์ก็บอกผมว่า
เขาจะต้องเฝ้าอาการแม่แมวและลูกของมันทั้งคืน แต่ไม่มั่นใจนักว่าตัวแม่จะรอดหรือเปล่า

...

วันรุ่งขึ้นผมกลับไปอีก รอแล้วรอเล่า
กำลังจะเลิกล้มความหวังแล้วสัตวแพทย์ก็เดินเข้ามาบอกข่าวดีกับผมว่า
ลูกแมวรอดแล้ว แล้วแม่แมว ผมกลัวคำตอบเหลือเกิน
ยังบอกไม่ได้ครับ ขอดูก่อน

ผมไปที่นั่นทุกวันเพื่อรอฟังอาการ แต่ละวันก็ได้ยินคำตอบซ้ำๆคือ
ต้องรอดูก่อน

...





10. neyriney (0)



11-08-2007, 13:48:32 [Edit message] [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ประมาณหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง
ผมไปที่สถานสงเคราะห์!อีกครั้งด้วยความรู้สึกหดหู่ นึกในใจว่า
ถ้าแม่แมวไม่ตาย ป่านนี้ก็รู้แล้วล่ะ
จะมีอาการ่อแร่อย่างนี้ไปอีกนานเท่าไร

แต่ทันที่ผมเดินเข้าไป สัตวแพทย์ก็ยิ้มรับและยกนิ้วให้สัญญาณผมว่า
แม่แมวไม่เพียงแต่รอดพ้นจากขีดอันตรายเท่านั้น
อีกหน่อยมันจะมองเห็นได้อีกด้วย

...

เอาละ ในเมื่อแม่แมวอุตส่าห์รอดมาได้อย่างนี้ ...ก็ต้องตั้งชื่อให้มันเสียหน่อย
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตั้งชื่อว่าแม่สการ์เลตแปลว่า

..."แดงก่ำ"...

เพราะผิวที่แดงเถือกของมัน

ผมสะท้อนใจที่ได้เห็นแม่แมวเจอหน้าลูกๆอีกครั้ง
เพราะรู้ดีว่ามันต้องกัดฟันต่อสู้ขนาดไหนกว่าจะรอดมาได้

...แล้วทายซิว่าสิ่งแรกที่แม่แมวทำคืออะไร??

...มันนับลูกอีกครั้ง โดยใช้จมูกแตะลูกแมวทีละตัวๆให้มั่นใจว่าลูกๆ
อยู่กันปลอดภัยโดยครบถ้วน มันยอมเสี่ยงภัยเพื่อลูก ไม่ใช่ครั้งเดียว
แต่ถึงห้าครั้ง และได้ผลด้วย ลูกๆของมันรอดชีวิตทั้งหมด!

อาชีพอย่างผมนี่มีโอกาสได้เห็นวีรกรรมกล้าหาญอยู่ทุกวัน
แต่ที่แม่แมวพิสูจน์ให้เห็นในวันนั้น เป็นสุดยอดวีรกรรม
เป็นวีรกรรมที่มาจากความรักของแม่โดยแท้

ที่มาhttp://www.bloggang.com/mainblog.php?id=peka&month=18-07-2012&group=7&gblog=3



 Thank
you &
Regards,
 






 Lekky
Yang 
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages