บทเรียนหนึ่งของการขับรถเร็วบนมอเตอร์เวย์ by Pornsan Panjathep
คืนวันหนึ่ง ผมขับตามหลังรถคันนี้ที่ความเร็ว 120 บนถนนมอเตอร์เวย์ แต่อยู่ดีๆรถเค้าก็เสียหลัก รถสะบัดกลิ้งไถลไปไกล ข้างรถเสียดสีกับถนน ภาพสะเก็ดไฟลุกเป็นทางยาวยังติดตาจนถึงตอนนี้... หลังจากตั้งสติหักหลบรถเค้าและจอดรถได้ ผมกับแฟนรีบลงไปช่วย เค้ามากัน 2 คน และโชคดีที่บาดเจ็บเล็กน้อย ... หลังจากกระบวนการช่วยเหลือจนกู้ภัยและตำรวจมา ซึ่งทำงานกันเร็วมาก ใช้เวลาประมาณ 8 นาทีนับจากแจ้งจนถึงจุดเกิดเหตุ ผมจึงขอตัว ระหว่างขับรถออกมาได้ข้อคิดเตือนใจหลายอย่าง เลยอยากแชร์ให้ฟัง - เข็มขัดนิรภัย ใส่เถอะครับ ไม่ว่าจะใกล้ไกลยังไง เค้าโชคดีที่คาดไว้ ความเร็วขณะนั้น รถไถลกลิ้งแบบนี้ ถ้าไม่คาดคงเจ็บกว่านี้เยอะ และใครจะคิดว่าจู่ๆจะมีเหตุแบบนี้กับตัว เพิ่งออกจากด่านจ่ายเงินไม่เกิน 5 นาที - ขับรถห่างจากคันหน้าเยอะๆครับ ต้องมากพอที่คุณคิดว่า เกิดเหตุอะไร คุณก็จะเห็นก่อนและตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทัน คุณมีเวลาคิดไม่เกิน 2 วินาที ว่าจะเอายังไง หักหลบทางไหน ความเร็ว 100 กม./ชม. เวลา 2 วินาทีคือระยะทางประมาณ 55 ม. คุณต้องขับห่างจากคันหน้ามากกว่านั้นเพราะกว่าคุณจะตัดสินใจอะไร รถวิ่งไปแล้ว 55 เมตร และต้องมีระยะเบรคกว่ารถจะหยุดเข้าไปอีก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ผมเจอเหตุแบบนี้ การขับห่างคันหน้าช่วยเราได้เยอะครับ - ไม่ว่าเกิดเหตุกับตัวเอง หรือลงไปช่วยผู้อื่น รักษา"สติ" ให้มั่น คิดให้ดีว่าควรทำอะไรก่อนหลัง - การโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินควรทำในทันที ประกันหรือเพื่อนฝูง รวมถึงถ่ายรูปแชร์ FB เอาไว้ทีหลัง เมมเบอร์โทรฉุกเฉินหลายๆเบอร์ (หลายเบอร์ผมโทรยังไงก็ไม่ติด) หรือถนนที่เราต้องขับเป็นประจำ จะมีเบอร์หน่วยช่วยเหลืออยู่ เช่น กู้ภัยมอเตอร์เวย์ 02-3720191 จส.100 > 1137 ตำรวจทางหลวง > 1193 สวพ.91 > 1644 บาดเจ็บรุนแรง > 1669 191 ยังใช้ได้เสมอครับ เมื่อคืนโทรติดเลยและประสานงานเร็วมาก เพราะหากมีผู้บาดเจ็บสาหัส เวลามีค่าทุกวินาที - โทรแจ้งเหตุข้อมูลชัดเจน เช่นเราอยู่ตรงไหน สังเกตง่ายๆข้างทาง เดี๋ยวนี้จะมีป้ายบอกจนถึงหลักย่อยร้อยเมตรบนถนนหลายๆเส้น เช่นเมื่อคืนข้อมูลที่โทรแจ้งคือ "เกิดเหตุรถคว่ำมอเตอร์เวย์ขาออก หลักกิโลที่ 33.8 มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย รถอยู่ 2 เลนขวาสุด ขณะนี้ได้ช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว" พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ พยายามรู้ตัวว่าเราอยู่ตรงไหน จุดสังเกตมีเยอะ เลขบนเสาทางด่วนที่เค้าพ่นสีไว้ ทุกตัวอักษรหรือเลขมีความหมาย ส่วนใหญ่นั่นก็คือหลักกิโลเช่นกัน หรือไม่ก็คือลำดับอ้างอิง ซึ่งสามารถบอกพิกัดได้ ยิ่งเราละเอียดเรื่องตำแหน่งเท่าไหร่ ทีมกู้ภัยก็จะทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น - ปิดท้ายจุดเกิดเหตุในระยะห่างพอสมควร เปิดไฟฉุกเฉิน หักกิ่งไม้ โบกไฟฉาย ป้องกันเหตุซ้ำซ้อน โชคดีที่มีพี่อีกคนรีบเอารถเค้าจอดปิดท้ายให้ ผมมีไฟฉายติดรถอยู่ก็ไปช่วยโบกให้รถชะลอและเบี่ยงเลน คนไปโบกเองก็ต้องระวังตัว ขนาดผมมีไฟฉาย LED ซึ่งแรงพอสมควร ยังมีรถโคตรมึนที่ขับตรงเข้ามาแบบไม่ชะลออยู่ 2 คัน เกือบจะต้องกระโดดหนี ไม่รู้มันเมารึเปล่า - ไฟฉาย มีดคัตเตอร์ ไฟแช็ค ของแข็ง เช่นค้อน หรือดัมเบลเล็กๆ ติดรถไว้ครับ มีประโยชน์มาก - ฝึกปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ก็ดีครับ คอยสอบถามผู้บาดเจ็บเป็นระยะๆ มีอาการชา ปวดหัว เจ็บบริเวณไหนรึเปล่า ส่วนใหญ่ตกใจ จะยังไม่เป็นอะไรเพราะร่างกายสร้างกลไกป้องกันตัว เวลากู้ภัยมาถึงจะได้มีข้อมูลเบื้องต้นเลย และถ้าไม่แน่ใจหรือมีเหตุจำเป็น อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง อาการบาดเจ็บบางอย่างอาจรุนแรงกว่าเดิม มีอะไรเพิ่มเติมก็แชร์กันได้นะครับ แต่อยากขอร้องว่าไม่ต้องไปเรื่องรถยี่ห้ออะไร หรือเรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง จับ "ประเด็น" ให้ดี และนำไปประยุกต์ใช้ครับ สุดท้าย อย่าประมาท ขับช้าลงซักนิด รถพร้อมกายพร้อมอยู่เสมอ มีสติอยู่กับตัว จะช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้ครับ ;)ดูเพิ่มเติม https://www.facebook.com/photo.php?fbid=513862425317454&set=a.323690197668012.67449.100000811046458&type=1 Thank you & Regards,
|