---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
จาก:
Ekkarat Teera-attakorn <ekka...@irpc.co.th>
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554, 7:00
หัวเรื่อง: ระวัง...โรงแรมเลว - Living Hill วังน้ำเขียว
ถึง: "
siamch...@yahoo.co.th" <
siamch...@yahoo.co.th>, "(
iibab...@hotmail.com)" <
iibab...@hotmail.com>, Surachai Sirilertsombut <
surachai.si@
irpc.co.th>, Boonleang Tuyram <
boonl...@irpc.co.th>, "(
suvi...@yahoo.com)" <
suvi...@yahoo.com>, Jaruwat Manapon <
jaru...@irpc.co.th>, "(
pcho...@celestica.com)" <
pcho...@celestica.com>, Narong Tumvijit <
naro...@irpc.co.th>, "พี่เบิ้ม (
wongvar...@gmail.com)" <
wongvar...@gmail.com>, Purimpat Techopatchaikron <
purim...@irpc.co.th>, "อาจารย์โก้ (Facili...@Emerson.com)" <
Facili...@emerson.com>, "(
narong...@pttphenol.com)" <
narong...@pttphenol.com>
ระวัง...โรงแรมเลว - Living Hill วังน้ำเขียว
ระวัง... นี่เป็นประสบการณ์ของคนที่เคยจองที่พักกับทางโรงแรม Living Hill วังน้ำเขียวมาแล้ว เรื่องมีอยู่ว่าทางโรงแรม Living Hill ได้ไปเปิดบูทที่เมืองทองธานีในเดือนพฤศจิกายน 2553 ซึ่งทางครอบครัวของข้าพเจ้ากำลังหาที่พักที่จะไปในวันปีใหม่พอดี จึงตัดสินใจจองที่พักกับทาง Living Hill เพราะทางเซลล์บอกว่าปีใหม่ยังมีบ้านว่างอยู่ ซึ่งจำนวนที่จะเข้าพักคือ ผู้ใหญ่ 12 คน เด็ก 2 คน เซลล์เลยบอกว่าให้จองเป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มี 3 ห้องนอน จะมีเตียงนอนพอดีคน นอนอย่างสบาย มีห้องนั่งเล่น ซึ่งราคาอยู่ที่ 18,000 บาทต่อคืน และมีค่าชาร์ตเนื่องจากเป็นเทศกาลปีใหม่ อีกคืนละ 3,000 บาท ซึ่งทางเราได้จองบ้านพักเป็นจำนวน 2 คืน คือเข้าพักวันที่ 1 - 3 มกราคม 2554 รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 42,000 บาท โดยที่ค่าใช้จ่ายทางเซลล์ให้ชำระในวันที่จองทั้งหมดเลย ซึ่งจำนวนเงินที่จ่ายไปนี้จะได้บ้านพักหลังใหญ่ จำนวน 2 คืน อาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น พร้อมกับกิจกรรมที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ คือ ธนู 2 ชั่วโมง รถ ATV 10 รอบ พายเรือ 5 รอบ
และเมื่อใกล้วันที่จะไปพัก คือ วันที่ 29 ธันวาคม 2553 ทางเราเห็นว่าทางโรงแรมไม่เห็นติดต่อกลับมา Confirm อะไรเลย จึงโทรไปเช็คดูปรากฏว่าทางเซลล์บอกว่าบ้านที่เราจะไปพักนั่นซ่อมไม่เสร็จ คนงานที่ซ่อมบ้านก็กลับบ้านกันหมด เลยไม่มีคนงานทำบ้าน ให้ทางเราเลื่อนเข้าพักเป็นวันที่ 2-4 มกราคม 2554 แทน แล้วมันใช่เรื่องมั้ยเนี่ยที่เราจะต้องเลื่อนวันเพราะเร าจองล่วงหน้าแล้ว ระบุวันอย่างชัดเจนแล้ว เงินก็จ่ายครบทุกบาททุกสตางค์แล้วจะมาให้เลื่อนได้อย่างไร คนมีงานทำน่ะคุณ แล้วถ้าทางเราไม่ติดต่อไปทางโรงแรมคิดจะโทรมา Confirm ลูกค้าก่อนมั้ย
ซึ่งทางเราก็ไม่ยอมที่จะเข้าพักในวันที่ 2-4 มกราคม 2554 เนื่องจากวันที่ 4 เราทุกคนจะต้องทำงาน เราจึงโทรไปคุยกับทางเซลล์เพื่อที่จะเรียกร้องเอาเงินคืน ซึ่งทางเซลล์ก็ไม่ยอมคืนเงินทำเป็นพูดว่าบัตรนี่ใช้ได้ถึงปี 2555 เหมือนประมาณว่ามาใช้บริการวันหลังก็ได้ ทางเราก็เริ่มโมโหเพราะเราตั้งใจจะไปเที่ยวในวันหยุดปีใหม่แล้วนี่อะไรกันมาเลื่อนเราหน้าด้านๆ แล้วมาบอกเอาวันที่ใกล้จะไปอยู่แล้ว ทางเราเลยให้เพื่อนที่เป็นตำรวจจัดการเคลียร์ให้ ทางเซลล์จึงหาทางออกให้โดยบอกว่าจะให้เข้าพักที่โครงการใหม่ซึ่งยังไม่เปิดให้จอง จะเปิดจองในเดือนมกราคม 2554 โดยคืนแรกจะได้เป็นบ้านพักหลังเล็กสำหรับพักได้ 4 คน จำนวน 3 หลัง ส่วนคืนที่สองจะได้เป็นบ้านหลังใหญ่ และเซลล์ก็บอกว่าบ้านที่ให้พักนี้จริงๆแล้วราคาแพงกว่าที่เราจองแต่ในเมื่อเป็นความผิดของโรงแรมเลยให้พักโดยที่จะไม่เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด ฟังดูดีน่ะ ทางเราถามก่อนเลยว่าเตียงนอนโอเคน่ะ ไม่ใช่พอไปถึงแล้วเป็นเตียงง่อยๆทางเซลล์บอกโอเค เตียงดีนอนสบาย และทางเราก็ได้ถามว่าอยู่ไกลจาก Living Hill มั้ย ทางเซลล์บอกว่านั่งรถจาก Living Hill ไปอีก 10 นาที **ขอย้ำว่า 10 นาที** เราจึงตัดสินใจยอมพักตามที่เซลล์บอก
เมื่อถึงวันเดินทางเราก็ติดต่อไปกับเซลล์ที่คุยกันไว้ ทางเซลล์ก็ได้นัดจุดนัดพบแล้วนำรถตู้มารับนำไปที่พัก พอได้เข้าไปในที่พักก็เข้าไปดูห้องนอน ก็ได้เห็นว่าที่จริงแล้วบ้านที่จัดให้เรานี้มีไว้สำหรับพัก 2 คนเท่านั้น อีก 2 คน ต้องใช้เตียงเสริม เราก็เริ่มฉุนนิดหน่อย พอเราขอผ้าเช็ดตัวเพิ่มทางผู้ดูแลที่พักเค้าก็บอกว่าให้ได้แค่หลังละ 2 ผืน รวม 3 หลัง ได้ทั้งหมด 6 ผืน แต่ใช้กัน 14 คน ไหวมั้ยหล่ะ...จะให้แบ่งกันใช้คนละด้านหรืองัย ทางเราก็เริ่มวีนกับผู้ดูแลบ้านพัก ซึ่งเราเพิ่งรู้ทีหลังว่าผู้ดูแลบ้านพักคนนั้นคือเจ้าของ เราจึงได้คุยกับเจ้าของบ้านพักว่ามาทั้งหมด 14 คน ทำไมถึงให้ผ้าเช็ดตัวแค่ 6 ผืน เจ้าของเค้าบอกว่าที่ตกลงกันไว้เค้าไม่ได้บอกว่ามาเยอะขนาดนี้ สรุปก็คือ ทาง Living Hill ส่งตัวเรามาพักที่นี่ โดยที่บอกกับเราว่าเป็นเครือเดียวกัน แต่งความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ เป็นคนละเจ้าของเลย เราจึงคุยให้เจ้าของที่พักฟังถึงปัญหาที่เราเจอ รวมถึงราคาบ้านพักที่เราต้องเสียไป ซึ่งเราก็บอกกับเจ้าของตรงๆว่าดูจากบ้านพักแล้วหลังนึงไม่น่าเกินสี่พัน เค้าก็ยอมบอกเราว่าที่จริงแล้วบ้านหลังนึงให้เช่าสามพันห้า รวมสามหลังเป็นเงิน 10,500 แต่ทาง Living Hill เก็บเราคืนละ 18,000+3,000 = 21,000 ต่อคืน แล้วทาง Living Hill ยังมีหน้ามาบอกกับเราอีกว่าบ้านที่จัดให้เราพักมีราคาสูงกว่าที่เราจอง โกหกหน้าด้านๆเลย ทางเจ้าของที่พักเลยบอกว่าให้เราไปตกลงกับทาง Living Hill ใหม่เองเพราะทางเค้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทาง Living Hill ส่งแขกมาเค้าก็รับไว้แต่ไม่รู้เรื่องราคาที่แขกจ่ายไป
เราเลยให้รถตู้ของ Living Hill พาเราไปพบเซลล์ที่บอกว่าจะมาดูแลเราที่นี่ เชื่อมั้ยค่ะว่าที่เซลล์บอกว่าที่พักที่เราได้กับ Living Hill ห่างกันแค่ 10 นาที แต่เอาเข้าจริง 10 นาทีแม้วอ่ะสิ เล่นนั่งรถไปเกือบชั่วโมง เกือบชั่วโมงนี่ไม่ได้รถติดน่ะค่ะ รถแล่นไปได้เรื่อยๆ เริ่มโกหกหลายเรื่องล่ะ
พอไปถึงที่ Living Hill เราของพบเซลล์ที่ติดต่อ เค้าบอกว่าเซลล์กลับไปแล้ว บ้าหรือเปล่าไหนบอกจะมาดูแลเรางัย นี่ยังไม่ทันเจอหน้าก็กลับซ่ะแล้ว เราเลยขอคุยกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ และเราก็เล่าถึงปัญหาที่เราเจอให้เค้าฟัง และเราก็ขอที่จะเอาเงินที่เราจองคืน โดยที่เราจะจ่ายค่าที่พักสองคืนที่เราพักเอง ซึ่งเราก็บอกเค้าไปว่าบ้านพักที่เราได้ราคาไม่ถึงที่เราจ่ายไปแน่นอน เค้าก็ทำหน้าเสียเพราะความจริงมันเป็นเช่นนั้น และเราก็บอกกับเค้าว่าจะให้นั่งรถ 1 ชั่วโมงมากินข้าว แล้วนั่งรถอีก 1 ชั่วโมงกลับที่พัก เราก็ไม่ไหวน่ะ วันๆนึงเสียเวลากับการเดินทางอยู่อย่างนี้ คิดดูเราต้องมากินอาหารกลางวันกับอาการเย็นที่ Living Hill วันละ 2 มื้อ เท่ากับมาวันนึงเราต้องเสียเวลาในการนั่งรถ 4 ชั่วโมง สองวันก็ปาเข้าไป 8 ชั่วโมงแล้ว อีกอย่างเรามีคนแก่ด้วยซึ่งไม่สะดวกแน่ๆ พอเราบอกไปเค้าก็เข้าใจและยอมคืนเงินเรามาแต่หักค่าใช้จ่ายให้เลย คือทาง Living Hill หักค่าที่พักที่เราพักสองคืนเลย เค้าบอกว่าค่าใช่จ่ายนี้เค้าได้จ่ายไปแล้ว แล้วยังเก็บค่ารถตู้ที่นำเรามาที่ Living Hill ด้วย ในราคา 1,000 บาท (แพงเวอร์ไปป่าว)
ซึ่งหลังจากที่เราเจรจาเสร็จก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาเราแล้วถามว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น เราจึงเล่าให้พี่เค้าฟัง แล้วพี่เค้าก็บอกกับเราว่าเค้าก็โดนเหมือนเรา ที่จริงแล้วพี่เค้าจองบ้านหลังใหญ่เหมือนกัน เข้าพักวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ออกวันที่ 2 มกราคม 2554 แต่พอมาถึงทางโรงแรมบอกว่าบ้านหลังใหญ่เข้าพักไม่ได้เจ้าของบ้านไม่ให้พักเจ้าของบ้านจะมาอยู่เอง (แล้วที่บอกว่าบ้านซ่อมไม่เสร็จก็ตอแหลอ่ะสิ)แล้วทางโรงแรมเลยจัดให้พวกที่เค้าไปพักเป็นห้องพักเล็กๆ อัดกันห้องละ 3 คน พวกพี่เค้ามาสิบกว่าคนเหมือนกัน แล้วพี่เค้าก็บอกว่าเนี่ยโดนค่ากาล่าดินเนอร์หัวละ 2,500 บาท แต่อาหารห่วยมาก ห้องพักก็แย่ พี่เค้ารู้สึกแย่กลับทริปปีใหม่นี้มาก หลังจากพูดคุยกันตามภาษาคนไทยที่โดนคนไทยหลอกกันเองสักพักก็แยกย้ายกลับที่พัก
พอมาถึงที่พักก็ได้ยินเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ทาง Living Hill หลอกลูกค้าโดยที่เอาบ้านหลังใหญ่มาล่อให้ลูกค้าจองพักในวันปีใหม่อีกแล้ว ซึ่งเคสนี้โดนหนักเลย โดนไป 70,000 กว่าบาท แล้วก็ไม่ได้พักที่ Living Hill แต่ได้มาพักที่โรงแรมข้างๆที่เราพักนั่นเอง ซึ่งทางเคสนี้เค้าบอกว่าเค้าโดนค่ากาล่าดินเนอร์หัวละ 5,000 บาท แต่ทาง Living Hill ไม่สนใจเค้าเลย และส่งตัวพวกพี่เค้ามาทางโรงแรมนี้ ซึ่งพอเจ้าของโรงแรมที่พี่เข้าพักรู้เรื่องที่พวกพี่เค้าโดนหลอก เจ้าของเค้าสงสารเลยซื้อ SEAFOOD มาทำให้พวกพี่เค้ากิน
ในตอนแรกก็คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเซลล์อย่างเดียวทางเจ้าของ Living Hill คงไม่รู้เรื่องอะไร แต่พอได้คุยกับทางเจ้าจองโรงแรมที่เราได้พักแล้วถึงรู้ว่าทาง Living Hill ได้จ้างเซลล์ให้เงินเดือน 50,000 บาทต่อคน เป็นจำนวนหลายคน ซึ่งเซลล์แต่ละคนพูดและขายห้องพักเก่งมาก เน้นขายห้องพักให้ได้มากๆ เอาบ้านหลังใหญ่มาล่อให้แขกสนใจและจอง แต่พอเอาเข้าจริงบอกบ้านพักไม่ได้ ที่เซลล์กล้าทำอย่างนี้ก็เป็นเพราะเจ้าของบงการอยู่เบื้องหลังอ่ะแหละ นี่แค่วันเดียวเจอเคสโดนหลอกไป 3 เคสแล้ว แล้วที่ไม่เจออีก หล่ะคิดดูจะเยอะขนาดไหน ถ้าใครคิดจะไปพักที่ Living Hill ขอให้ไตร่ตรองดูก่อนไม่งั้นคุณอาจจะเซ็งอย่างเรา
เที่ยวเมืองไทยแล้วโดนคนไทยหลอกกันเองอย่างนี้ ก็น่าเซ็งอยู่น่ะ รู้แบบนี้หนีไปเที่ยวเมืองนอกดีกว่า