Fwd: ระวัง...โรงแรมเลว - Living Hill วังน้ำเขียว

1 view
Skip to first unread message

wongvaris

unread,
Feb 15, 2011, 5:17:45 AM2/15/11
to


---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
จาก: Ekkarat Teera-attakorn <ekka...@irpc.co.th>
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554, 7:00
หัวเรื่อง: ระวัง...โรงแรมเลว - Living Hill วังน้ำเขียว
ถึง: "siamch...@yahoo.co.th" <siamch...@yahoo.co.th>, "(iibab...@hotmail.com)" <iibab...@hotmail.com>, Surachai Sirilertsombut <surachai.si@irpc.co.th>, Boonleang Tuyram <boonl...@irpc.co.th>, "(suvi...@yahoo.com)" <suvi...@yahoo.com>, Jaruwat Manapon <jaru...@irpc.co.th>, "(pcho...@celestica.com)" <pcho...@celestica.com>, Narong Tumvijit <naro...@irpc.co.th>, "พี่เบิ้ม (wongvar...@gmail.com)" <wongvar...@gmail.com>, Purimpat Techopatchaikron <purim...@irpc.co.th>, "อาจารย์โก้ (Facili...@Emerson.com)" <Facili...@emerson.com>, "(narong...@pttphenol.com)" <narong...@pttphenol.com>



ระวัง...โรงแรมเลว - Living Hill วังน้ำเขียว





ระวัง... นี่เป็นประสบการณ์ของคนที่เคยจองที่พักกับทางโรงแรม Living Hill วังน้ำเขียวมาแล้ว  เรื่องมีอยู่ว่าทางโรงแรม Living Hill ได้ไปเปิดบูทที่เมืองทองธานีในเดือนพฤศจิกายน 2553  ซึ่งทางครอบครัวของข้าพเจ้ากำลังหาที่พักที่จะไปในวันปีใหม่พอดี  จึงตัดสินใจจองที่พักกับทาง Living Hill  เพราะทางเซลล์บอกว่าปีใหม่ยังมีบ้านว่างอยู่  ซึ่งจำนวนที่จะเข้าพักคือ ผู้ใหญ่ 12 คน  เด็ก 2 คน  เซลล์เลยบอกว่าให้จองเป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มี 3 ห้องนอน จะมีเตียงนอนพอดีคน  นอนอย่างสบาย  มีห้องนั่งเล่น  ซึ่งราคาอยู่ที่ 18,000  บาทต่อคืน และมีค่าชาร์ตเนื่องจากเป็นเทศกาลปีใหม่ อีกคืนละ 3,000 บาท  ซึ่งทางเราได้จองบ้านพักเป็นจำนวน 2 คืน  คือเข้าพักวันที่ 1 - 3 มกราคม 2554  รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 42,000 บาท  โดยที่ค่าใช้จ่ายทางเซลล์ให้ชำระในวันที่จองทั้งหมดเลย  ซึ่งจำนวนเงินที่จ่ายไปนี้จะได้บ้านพักหลังใหญ่ จำนวน 2 คืน อาหารเช้า  อาหารกลางวัน อาหารเย็น  พร้อมกับกิจกรรมที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้  คือ ธนู 2 ชั่วโมง รถ ATV 10 รอบ  พายเรือ 5 รอบ

และเมื่อใกล้วันที่จะไปพัก คือ วันที่ 29 ธันวาคม 2553  ทางเราเห็นว่าทางโรงแรมไม่เห็นติดต่อกลับมา Confirm อะไรเลย  จึงโทรไปเช็คดูปรากฏว่าทางเซลล์บอกว่าบ้านที่เราจะไปพักนั่นซ่อมไม่เสร็จ  คนงานที่ซ่อมบ้านก็กลับบ้านกันหมด  เลยไม่มีคนงานทำบ้าน ให้ทางเราเลื่อนเข้าพักเป็นวันที่ 2-4 มกราคม 2554 แทน  แล้วมันใช่เรื่องมั้ยเนี่ยที่เราจะต้องเลื่อนวันเพราะเร าจองล่วงหน้าแล้ว ระบุวันอย่างชัดเจนแล้ว  เงินก็จ่ายครบทุกบาททุกสตางค์แล้วจะมาให้เลื่อนได้อย่างไร  คนมีงานทำน่ะคุณ  แล้วถ้าทางเราไม่ติดต่อไปทางโรงแรมคิดจะโทรมา Confirm ลูกค้าก่อนมั้ย

ซึ่งทางเราก็ไม่ยอมที่จะเข้าพักในวันที่ 2-4 มกราคม 2554  เนื่องจากวันที่ 4 เราทุกคนจะต้องทำงาน  เราจึงโทรไปคุยกับทางเซลล์เพื่อที่จะเรียกร้องเอาเงินคืน  ซึ่งทางเซลล์ก็ไม่ยอมคืนเงินทำเป็นพูดว่าบัตรนี่ใช้ได้ถึงปี 2555  เหมือนประมาณว่ามาใช้บริการวันหลังก็ได้  ทางเราก็เริ่มโมโหเพราะเราตั้งใจจะไปเที่ยวในวันหยุดปีใหม่แล้วนี่อะไรกันมาเลื่อนเราหน้าด้านๆ  แล้วมาบอกเอาวันที่ใกล้จะไปอยู่แล้ว   ทางเราเลยให้เพื่อนที่เป็นตำรวจจัดการเคลียร์ให้  ทางเซลล์จึงหาทางออกให้โดยบอกว่าจะให้เข้าพักที่โครงการใหม่ซึ่งยังไม่เปิดให้จอง  จะเปิดจองในเดือนมกราคม 2554  โดยคืนแรกจะได้เป็นบ้านพักหลังเล็กสำหรับพักได้ 4 คน  จำนวน 3 หลัง  ส่วนคืนที่สองจะได้เป็นบ้านหลังใหญ่  และเซลล์ก็บอกว่าบ้านที่ให้พักนี้จริงๆแล้วราคาแพงกว่าที่เราจองแต่ในเมื่อเป็นความผิดของโรงแรมเลยให้พักโดยที่จะไม่เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด  ฟังดูดีน่ะ  ทางเราถามก่อนเลยว่าเตียงนอนโอเคน่ะ ไม่ใช่พอไปถึงแล้วเป็นเตียงง่อยๆทางเซลล์บอกโอเค เตียงดีนอนสบาย  และทางเราก็ได้ถามว่าอยู่ไกลจาก Living Hill มั้ย ทางเซลล์บอกว่านั่งรถจาก Living Hill ไปอีก 10 นาที **ขอย้ำว่า 10 นาที**  เราจึงตัดสินใจยอมพักตามที่เซลล์บอก

เมื่อถึงวันเดินทางเราก็ติดต่อไปกับเซลล์ที่คุยกันไว้  ทางเซลล์ก็ได้นัดจุดนัดพบแล้วนำรถตู้มารับนำไปที่พัก  พอได้เข้าไปในที่พักก็เข้าไปดูห้องนอน  ก็ได้เห็นว่าที่จริงแล้วบ้านที่จัดให้เรานี้มีไว้สำหรับพัก 2 คนเท่านั้น  อีก 2 คน ต้องใช้เตียงเสริม  เราก็เริ่มฉุนนิดหน่อย  พอเราขอผ้าเช็ดตัวเพิ่มทางผู้ดูแลที่พักเค้าก็บอกว่าให้ได้แค่หลังละ 2 ผืน  รวม 3 หลัง ได้ทั้งหมด 6 ผืน แต่ใช้กัน 14 คน  ไหวมั้ยหล่ะ...จะให้แบ่งกันใช้คนละด้านหรืองัย  ทางเราก็เริ่มวีนกับผู้ดูแลบ้านพัก  ซึ่งเราเพิ่งรู้ทีหลังว่าผู้ดูแลบ้านพักคนนั้นคือเจ้าของ    เราจึงได้คุยกับเจ้าของบ้านพักว่ามาทั้งหมด 14 คน ทำไมถึงให้ผ้าเช็ดตัวแค่ 6 ผืน  เจ้าของเค้าบอกว่าที่ตกลงกันไว้เค้าไม่ได้บอกว่ามาเยอะขนาดนี้  สรุปก็คือ  ทาง Living Hill ส่งตัวเรามาพักที่นี่ โดยที่บอกกับเราว่าเป็นเครือเดียวกัน  แต่งความเป็นจริงแล้วไม่ใช่  เป็นคนละเจ้าของเลย  เราจึงคุยให้เจ้าของที่พักฟังถึงปัญหาที่เราเจอ  รวมถึงราคาบ้านพักที่เราต้องเสียไป  ซึ่งเราก็บอกกับเจ้าของตรงๆว่าดูจากบ้านพักแล้วหลังนึงไม่น่าเกินสี่พัน  เค้าก็ยอมบอกเราว่าที่จริงแล้วบ้านหลังนึงให้เช่าสามพันห้า  รวมสามหลังเป็นเงิน  10,500  แต่ทาง Living Hill เก็บเราคืนละ 18,000+3,000  = 21,000 ต่อคืน  แล้วทาง Living Hill  ยังมีหน้ามาบอกกับเราอีกว่าบ้านที่จัดให้เราพักมีราคาสูงกว่าที่เราจอง    โกหกหน้าด้านๆเลย  ทางเจ้าของที่พักเลยบอกว่าให้เราไปตกลงกับทาง Living Hill ใหม่เองเพราะทางเค้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย  ทาง Living Hill ส่งแขกมาเค้าก็รับไว้แต่ไม่รู้เรื่องราคาที่แขกจ่ายไป

เราเลยให้รถตู้ของ Living Hill พาเราไปพบเซลล์ที่บอกว่าจะมาดูแลเราที่นี่  เชื่อมั้ยค่ะว่าที่เซลล์บอกว่าที่พักที่เราได้กับ Living Hill ห่างกันแค่ 10 นาที  แต่เอาเข้าจริง 10 นาทีแม้วอ่ะสิ  เล่นนั่งรถไปเกือบชั่วโมง  เกือบชั่วโมงนี่ไม่ได้รถติดน่ะค่ะ  รถแล่นไปได้เรื่อยๆ   เริ่มโกหกหลายเรื่องล่ะ
พอไปถึงที่ Living Hill เราของพบเซลล์ที่ติดต่อ  เค้าบอกว่าเซลล์กลับไปแล้ว บ้าหรือเปล่าไหนบอกจะมาดูแลเรางัย  นี่ยังไม่ทันเจอหน้าก็กลับซ่ะแล้ว  เราเลยขอคุยกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ  และเราก็เล่าถึงปัญหาที่เราเจอให้เค้าฟัง  และเราก็ขอที่จะเอาเงินที่เราจองคืน  โดยที่เราจะจ่ายค่าที่พักสองคืนที่เราพักเอง  ซึ่งเราก็บอกเค้าไปว่าบ้านพักที่เราได้ราคาไม่ถึงที่เราจ่ายไปแน่นอน  เค้าก็ทำหน้าเสียเพราะความจริงมันเป็นเช่นนั้น  และเราก็บอกกับเค้าว่าจะให้นั่งรถ 1 ชั่วโมงมากินข้าว  แล้วนั่งรถอีก 1 ชั่วโมงกลับที่พัก เราก็ไม่ไหวน่ะ  วันๆนึงเสียเวลากับการเดินทางอยู่อย่างนี้  คิดดูเราต้องมากินอาหารกลางวันกับอาการเย็นที่ Living Hill วันละ 2 มื้อ  เท่ากับมาวันนึงเราต้องเสียเวลาในการนั่งรถ 4 ชั่วโมง  สองวันก็ปาเข้าไป 8 ชั่วโมงแล้ว  อีกอย่างเรามีคนแก่ด้วยซึ่งไม่สะดวกแน่ๆ  พอเราบอกไปเค้าก็เข้าใจและยอมคืนเงินเรามาแต่หักค่าใช้จ่ายให้เลย  คือทาง Living Hill  หักค่าที่พักที่เราพักสองคืนเลย  เค้าบอกว่าค่าใช่จ่ายนี้เค้าได้จ่ายไปแล้ว  แล้วยังเก็บค่ารถตู้ที่นำเรามาที่ Living Hill ด้วย ในราคา 1,000 บาท (แพงเวอร์ไปป่าว)

ซึ่งหลังจากที่เราเจรจาเสร็จก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาเราแล้วถามว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น  เราจึงเล่าให้พี่เค้าฟัง  แล้วพี่เค้าก็บอกกับเราว่าเค้าก็โดนเหมือนเรา  ที่จริงแล้วพี่เค้าจองบ้านหลังใหญ่เหมือนกัน  เข้าพักวันที่ 31 ธันวาคม 2553  ออกวันที่ 2 มกราคม 2554  แต่พอมาถึงทางโรงแรมบอกว่าบ้านหลังใหญ่เข้าพักไม่ได้เจ้าของบ้านไม่ให้พักเจ้าของบ้านจะมาอยู่เอง (แล้วที่บอกว่าบ้านซ่อมไม่เสร็จก็ตอแหลอ่ะสิ)แล้วทางโรงแรมเลยจัดให้พวกที่เค้าไปพักเป็นห้องพักเล็กๆ  อัดกันห้องละ  3  คน  พวกพี่เค้ามาสิบกว่าคนเหมือนกัน  แล้วพี่เค้าก็บอกว่าเนี่ยโดนค่ากาล่าดินเนอร์หัวละ 2,500  บาท  แต่อาหารห่วยมาก  ห้องพักก็แย่  พี่เค้ารู้สึกแย่กลับทริปปีใหม่นี้มาก  หลังจากพูดคุยกันตามภาษาคนไทยที่โดนคนไทยหลอกกันเองสักพักก็แยกย้ายกลับที่พัก

พอมาถึงที่พักก็ได้ยินเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ทาง Living Hill  หลอกลูกค้าโดยที่เอาบ้านหลังใหญ่มาล่อให้ลูกค้าจองพักในวันปีใหม่อีกแล้ว  ซึ่งเคสนี้โดนหนักเลย  โดนไป 70,000 กว่าบาท  แล้วก็ไม่ได้พักที่ Living Hill  แต่ได้มาพักที่โรงแรมข้างๆที่เราพักนั่นเอง  ซึ่งทางเคสนี้เค้าบอกว่าเค้าโดนค่ากาล่าดินเนอร์หัวละ 5,000  บาท  แต่ทาง Living  Hill ไม่สนใจเค้าเลย  และส่งตัวพวกพี่เค้ามาทางโรงแรมนี้  ซึ่งพอเจ้าของโรงแรมที่พี่เข้าพักรู้เรื่องที่พวกพี่เค้าโดนหลอก  เจ้าของเค้าสงสารเลยซื้อ SEAFOOD มาทำให้พวกพี่เค้ากิน

ในตอนแรกก็คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเซลล์อย่างเดียวทางเจ้าของ Living Hill คงไม่รู้เรื่องอะไร  แต่พอได้คุยกับทางเจ้าจองโรงแรมที่เราได้พักแล้วถึงรู้ว่าทาง  Living Hill ได้จ้างเซลล์ให้เงินเดือน 50,000 บาทต่อคน  เป็นจำนวนหลายคน  ซึ่งเซลล์แต่ละคนพูดและขายห้องพักเก่งมาก  เน้นขายห้องพักให้ได้มากๆ  เอาบ้านหลังใหญ่มาล่อให้แขกสนใจและจอง  แต่พอเอาเข้าจริงบอกบ้านพักไม่ได้ ที่เซลล์กล้าทำอย่างนี้ก็เป็นเพราะเจ้าของบงการอยู่เบื้องหลังอ่ะแหละ  นี่แค่วันเดียวเจอเคสโดนหลอกไป 3 เคสแล้ว  แล้วที่ไม่เจออีก หล่ะคิดดูจะเยอะขนาดไหน  ถ้าใครคิดจะไปพักที่ Living Hill ขอให้ไตร่ตรองดูก่อนไม่งั้นคุณอาจจะเซ็งอย่างเรา
เที่ยวเมืองไทยแล้วโดนคนไทยหลอกกันเองอย่างนี้  ก็น่าเซ็งอยู่น่ะ  รู้แบบนี้หนีไปเที่ยวเมืองนอกดีกว่า

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages