
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว
หลังกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต เล็งปรับโครงสร้างการเสียภาษีรถยนต์ใหม่ บอกต้องคำนึกถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
การปรับขึ้นราคาจำหน่ายของรถยนต์โตโย้า วีออส , โตโยต้า ยาริส , ฮอนด้า แจ๊ซ , มาสด้า2 ที่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 25,000บาทต่อคันในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่กรมสรรพสามิต เตรียมจะปรับโครงสร้างการเสียภาษีรถยนต์ใหม่ ที่จะต้องให้รถรุ่นดังกล่าวเสียภาษีถึง30%
โดย นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้หารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานจะปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บภาษีรถยนต์ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
กล่าวคือจะกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีจากระดับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์หรือขนาดของเครื่องยนต์ควบคู่กันไป ซึ่งหากรถยนต์คันใดมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนเกินกว่ากำหนดก็จะต้องเสียภาษีในอัตรามากกว่า
เดิมกรมสรรพสามิต ได้ตั้งอัตรากลางการปล่อยก๊าซคาร์บอนไว้ที่ 150กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งถ้าหากรถคันไหนปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ต่ำกว่านั้น จะลดอัตราภาษีจากอัตราปกติจำนวน 5% แต่ถ้าปล่อยก๊าซเกินกว่า 150 กรัม แต่ไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียภาษีในอัตราปกติ แต่ถ้าเกินกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียภาษีเพิ่มจากอัตราปกติอีก 5%
ขณะที่ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตรถยนต์จะคิดตามขนาดของเครื่องยนต์เป็นหลักกล่าวคือ รถยนต์นั่งขนาดไม่เกิน 2,000 ซีซี จะเก็บภาษีที่ 30% รถยนต์นั่งขนาดไม่เกิน 3,000 ซีซีจะเก็บภาษีที่ 40% ถ้าขนาดเกิน 3,000 ซีซีจะเก็บภาษีที่ 50%
สำหรับรถกระบะประเภท2 ประตูจะเก็บภาษีในอัตรา 3%, กระบะประเภท 4 ประตู จะเก็บในอัตรา 12% ส่วนรถยนต์ประเภทพีพีวีจะเก็บในอัตรา 20% รถยนต์ที่ใช้พลังงานอี 20 จะเก็บต่ำกว่าอัตราปกติอีกจำนวน 5% รถยนต์ที่ใช้พลังงานอี 85 จะเก็บต่ำกว่าอัตราปกติอีกจำนวน 8% กรณีรถยนต์พลังงานไฮบริดจะเก็บต่ำกว่าอัตราปกติอีกจำนวน 10%
อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวทางกรมสรรพสามิตอยู่ในช่วงหารือ และจะสรุปให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมเตรียมยื่นเรื่องให้กระทรวงการคลังนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า.