โรคนี้เคยเป็นกันหรือยัง รู้ไว้...
เรื่องจริงไป coppy มาจากพันทิพย์จ๊ะ .....น่ากลัว ประสบการณ์ สาวๆควรอ่าน ต่อม bartholin's gland อักเสบ จนต้องผ่าตัด
อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ให้สาวๆได้รู้ เพราะว่าโรคนี้เห็นที่ห้องสวนลุม สงสัยว่าเหมือนจะเป็น แต่ว่าไม่แน่ใจกัน เลยอยากจะให้รักษาและระวังกันตั้งแต่เนิ่นๆ
จขกท ปัจจุบันอายุ 27 ปี ตอนที่เป็น อายุ 25 ปี พอดีเลย
เริ่มเรื่องเลยนะคะ คือเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ขณะที่เราขับรถอยู่ก็เริ่มมีอาการปวดน้องจิมิ๊มาก แบบว่าปวดมาก ทีแรกเรานึกเองว่าเป็นเพราะว่าเรานั่งขับรถนาน (เพราะว่าวันนั้นขับรถนานทั้งวันจิงๆ ต้องไปทำธุระให้แม่หลายที่) อาการจะปวดเป็นระยะๆ แล้วก็คิด
ไปเองอีกว่า ประจำเดือนกำลังจะมามั้ง ?
พอกลับถึงบ้านอาการนั้นก็น้อยลง พอตอนเย็นตอนอาบน้ำ เราก็ทำความสะอาดน้องจิมิ๊ปกติ เอามือล้างปกติ ลูบไปเหมือนมีก้อนนูนๆบริเวณใกล้ช่องคลอดด้านขวา เป็นก้อนเหมือนบวมขึ้นมา เราก็ตกใจ คิดว่าต้องเป็นซีสต์แน่เลย เลยไปบอกแม่เปิดให้แม่ดูเลย
(แอบอาย แต่กลัวมากกว่า) ตอนนั้นประมาณ 4 ทุ่มได้ แม่บอกว่าไม่น่าจะใช่ซีสต์ เพราะว่าถ้าเป็นซีสต์ มันไม่น่าจะเจ็บ
แล้วตอนนั้นเราเจ็บมาก มากกว่าตอนที่อยู่ในรถอีก เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน เข้าห้องฉุกเฉิน คุณหมอประจำเวรก็มาตรวจ (ผู้หญิง) ก็ตรวจขึ้นขาหยั่ง หมอบอกว่าน่าจะเป็นซีสต์ แต่ว่าจะให้หมอเฉพาะโรคมาตรวจอีกทีตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เลยให้ยาแก้อักเสบมาทาน แล้วก็กลับบ้าน..... ไอ้เราก็ปวดจะตาย ตอนกลับบ้านนี่ต้องนั่งตะแคงซ้ายมาตลอด ยิ่งเวลาแม่ขับรถผ่านหลังเต่า จะตายเอา
แม่บอกว่าน่าจะมีหนองข้างในแน่ๆเลย พอกลับบ้านเท่านั้นแหละ เปิดประตูรถกำลังจะลง อาการเหมือน ประจำเดือน + ฉี่ราดเลยอาการแบบ "ฉ่า" เราเลยวิ่งไปเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่าหนองแตกค่ะ สีแบบเลือดๆ ช้ำเลือด ช้ำหนองมาก (บรรยายเห็นภาพไปป่าวเนี่ย)
พอหนองได้ drain ออก ความเจ็บ ความปวดหายไปเลยจิงๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปกติมาก
แต่คุณแม่ยังไม่วางใจ วันรุ่งขึ้นไปโรงพยาบาลอีกที่นึง (ไม่แน่ใจว่าเอ่ยชื่อได้มั้ย) ไปแผนกสูตินารีเลย
เล่าอาการให้คุณหมอฟัง แล้วก็เข้าห้องตรวจ ขึ้นขาหยั่ง (อะเกน) แต่ตอนนั้นไม่มีอาการบวม หรือว่ามีก้อนนูนเหมือนเมื่อวานแล้ว
สรุปอาการ คุณหมบอกว่า ต่อม bartholin ด้านขวาอักเสบ หรือง่ายๆเรียกว่า ต่อมที่ผลิตน้ำหล่อลื่นอักเสบนั่นเอง คุณหมอบอกว่าผู้หญิงเราจะมี ต่อม bartholin ทั้งซ้ายและขวา เอาไว้ผลิตน้ำหล่อลื่น แล้วของเราด้านขวามันอุดตันเลยอักเสบ ( ไม่ได้เป็นซีสต์
แต่อย่างใด) และทำให้เป็นหนอง แต่ว่าเมื่อหนองได้ไหลออกแล้ว ก็จะไม่มีปัญหา.... คุณหมอบอกว่าเหมือนเวลาเราเป็นสิว
แล้วสิวสุก หนองออก สิวนั้นก็จะแห้งไป
คุณหมอยังบอกอีกว่า
1. หลีกเลี่ยงใส่กางเกงในรัดๆ
2. นั่งเป็นเวลานานๆ
3. ช่วงที่มีประจำเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ
4. รักษาความสะอาดน้องจิมิ๊อยู่เสมอ
แล้วเราก็ถามคุณหมอว่าอาการแบบนี้จะกลับมามั้ย เพราะว่าเราต้องไปเรียนต่อโท ที่ปักกิ่ง ในอีกสองเดือนกลัวว่าถ้าเป็นแล้วจะลำบาก พูดจากับคนจีนจะไม่รู้เรื่องเอา คุณหมอบอกว่าจะมีโอกาสกลับมาอีกเลยต้องทำ 4 ข้อข้างต้นอย่างเคร่งครัด..
แล้วคุณหมอให้เบอร์ติดต่อคุณหมอโดยตรงเลย เผื่อมีอะไรตอนอยู่ปักกิ่งจะโทรถามได้เลย
จากนั้นเราก็ไม่มีปัญหานี้อีก.....จนกระทั้งบินไปเรียนที่ปักกิ่ง
และแล้ว.........
รูปประกอบค่ะ
ภาพจากอากู๋
ช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนที่กำลังเรียนภาษาอยู่ ดูเหมือนว่าจะไม่มีอาการเดิมกลับมาอีก พอเข้าช่วงเดือนที่ 4 หลังหมดประจำเดือนอาการกลับมาอีกละ เหมือนเดิมเด๊ะ แต่ทีนี้รู้หลัก ทุกครั้งที่มันปวดบวมขึ้นมา ก็เข้าไปในห้องน้ำ ไปนั่งยองๆ ( ตรงที่อาบน้ำ) เอามือ
จับๆกดๆ แล้วหนองก็ออกมาก .... มันอาจจะเป็นภาพที่น่าสยดสยอง แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันไม่ได้เจ็บมากขนาดนั้น ความเจ็บเทียบเท่า
เหมือนเราบีบสิว
พอเรา drain หนองออก ก็กินยาแก้อักเสบ แล้วมันก็ดีขึ้น
ตอนนั้นเราคิดว่านี่เป็นวีธีรักษา (คิดเอาเอง) โทรหาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าถ้าหนองไหลออกแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วง ทำให้เรายิ่งสบายใจเข้าไปใหญ่
หลังจากนั้น ทุกเดือน หลังประจำเดือนหมด ประมาน 2-3 วัน อาการแบบนี้ก็กลับมากอีก
เราก็กดให้หนอง drain ออกเองอีก ทำแบบนี้อยู่ 3 ครั้ง (ครั้งละเดือนเลย โหดจิงๆ)
จนกระทั้งเป็นครั้งที่ 4 หนองมันไม่ออกมาง่ายเหมือนครั้งก่อนๆ ยิ่งกดเท่าไหร่ยิ่งเจ็บ เจ็บมาก เจ็บจนไข้ขึ้น เหมือนว่ามันระบม..งานเข้า!!
ก็ขึ้นขาหยั่งอีกครั้ง (ครั้งที่ 3 ในชีวิต) ทีนี้การตรวจไม่เหมือนครั้งก่อน เอาครีมปากเป็ดมาง้างด้วย เจ็บมากกกกกกกกกกก ถึงมากที่สุด เพราะว่าเราระบมมาก่อนแล้ว แล้วก้เอาเหมือนหลอดแก้วยาวๆ เหมือนหลอดทดลองยัดเข้าไปอีก เราก้อร้องลั่นเลย มันเจ็บจิงๆ จากนั้นเอากล้องส่องเข้าไป ภาพขึ้นจอมอนิเตอร์ ภาพสีอีกต่างหาก เราก็ไม่ได้มองเลย เพราะว่าเจ็บมาก อยากให้รีบตรวจให้จบๆ จากนั้นเค้าก็
ปริ้นภาพออกมา ให้เรารอคุยกะหมอ
หมอที่จีนเลยพูดประมานว่าไม่ต้องกังวล นี่เป็นผ่าตัดเล็ก เดี๋ยวฉีดยาชาได้.. เราเลยบอกว่าโหหหห... ไม่ไหวมั้งคะ ฉีดยาชา เราตาย
ก่อนแน่ ฉีดน้องจิมิ๊เราทั้งๆที่เจ็บๆ ระบมๆอย่างนี้ ไม่ดีแน่
เราเลยบอกเค้าว่าขายาสลบด่วนนนนนนน...
จากนั้นคุณหมออธิบายด้วยภาพว่า เค้าจะผ่าเอาหนองออกก่อน เพราะว่าจากที่ดูจากกล้อง ลูกมันใหญ่มาก ที่เรารู้สึกว่ามันนูนๆนั่นมันแค่ด้านข้าง แต่จิงๆ มันเท่าลูก "เทนนิส" พระเจ้า....ใหญ่อะไรได้ขนาดนั้น
เนื่องจากเราบีบเองหลายครั้ง แต่ว่าไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวเลยว่า หัวฝีมันยังอยู่ ยิ่งบีบมันจะยิ่งสร้างผนังขึ้นมา ทำให้ครั้งต่อไปมันบีบเองไม่ออกแล้ว เพราะว่าผนังมันหนาขึ้นเรื่อยๆ
หมอบอกว่าพอกรีดเอาหนองออกแล้วจะเอายาจีนใส่เข้าไปแล้วเย็บปิด 24 ชม. แล้วเปิดเอายาออก แล้วก็เย็บแผล ... สรุปคือต้องผ่าตัด 2 ครั้ง
อันนี้เป็นภาพประกอบนะคะ ว่าผ่ายังไง
ตอนผ่าก็ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ เพราะว่าใช้ยาสลบ ไม่รู้ว่ายาสลบรึป่าว เพราะว่าเค้าฉีดเข้าทางสายน้ำเกลือ แล้วเราก็หลับไปเลย
นับ 1 ยังไม่ถึง 5 เลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นพยาบาลก็ปลุก เราก็เข้าห้องพัก เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องมาผ่าเอายาที่ใส่ไว้ออก
การผ่าตัดทั้งสองครั้งก็ผ่านไปด้วยดี พักอีกหนึ่งวันก็กลับบ้านได้ แต่ว่าต้องมาล้างแผลทุกวัน ติดต่อกันอาทิตย์นึง
ทุกวันนี้อาการแบบนั้นไม่มีแล้วค่ะ
แต่ยังไงต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอ
ระวังพวกที่ใส่ผ้าอนามัยแบบแผ่นเล็กๆ ถ้าไม่มีตกขาว ก็ไม่ต้องไปใส่มันค่ะ ให้น้องได้หายใจ... แต่ก่อนเราใส่ทุกวันเลยแบบไม่ชอบให้เป้ากางเกงในเลอะ ประมาณนี้ แต่มันไม่ควรใส่ทุกวันนะคะ อย่าใส่กางเกงในรัดเกิน ใส่ให้พอดีกับไซส์ตัวเอง
ตอนกลางคืนไม่ควรใส่กางเกงในค่ะ.... แล้วพวกผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นทั้งหลายไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวันค่ะ...
ตอนนี้เราใช้เฉพาะตอนที่เรามีประจำเดือน เพราะต้องการทำความสะอาดมากเป็นพิเศษ