ไม่ทราบว่าเนื้อหาเข้ากับห้องโต๊ะฯ หรือเปล่านะคะ
แต่เห็นเพื่อนๆ ห้องนี้กำลังเตรียมงาน เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวกันหลายคน
เราเลยอยากเล่าเรื่องงานแต่งที่เราพึ่งไปมา แล้วประทับใจมากกกกกกก ให้เพื่อนๆ ฟัง
เผื่อจะเป็นไอเดียจัดงานนะคะ
งานนี้จัดเมื่อ 10-01-10 ( วันอาทิตย์ที่ผ่านมา)ค่ะ
รูปประกอบ...จากกล้องเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ไปงานด้วยกันค่ะ
งานนี้เป็นงานของรุ่นพี่ที่น่ารักของเรา 2 คนค่ะ
ทั้งเจ้าบ่าว-เจ้าสาว จบ ดร.จากญี่ปุ่นทั้งคู่
เรื่องประทับใจที่ 1: เจ้าบ่าวขอจัดงานให้เจ้าสาวเอง
งานนี้เจ้าบ่าวหนุ่มสถาปัตย์ ขอลงมือจัดงานให้เจ้าสาวเองเลยค่ะ
โดยอาศัยความร่วมมือจากเพื่อนๆ ของพี่เค้าหลายคน ช่วยกันจัดงาน
เจ้าบ่าวพูดในงานว่า เห็นเจ้าสาวยิ้มตลอดแล้วเค้ามีความสุขมาก
เราเข้าไปในงานตั้งแต่ประตูก็เห็นแล้วค่ะว่า งานนี้ต้องมีงานเตรียมงานเยอะมากๆ เพราะไม่ได้จัดในโรงแรม ต้องเตรียมงานเองทั้งหมด
เรื่องประทับใจที่ 2 : สถานที่จัดงาน
งานนี้จัดที่สนามฟุตบอลของธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ
เราไม่เคยไปงานแต่งแบบ out door อ่ะค่ะงานนี้เป็นงานแรก
เรารู้สึกว่ามันโปร่ง โล่ง chill มากเลยอ่ะ โชคดีด้วยที่วันนั้นฝนไม่ตก
วิวก็สวย ด้านหลังเป็นวังบางขุนพรหม ตัวตึกคลาสสิคสีเหลือง
เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ก็อาศัยตึกนี้เป็นฉากถ่ายรูปแต่งงานกับครอบครัว และเพื่อนๆ
อีกด้านเป็นสะพานพระราม 8 ซึ่งสวยทั้งตอนช่วงพระอาทิตย์ตก ทั้งตอนเปิดไฟ
งานนี้เริ่มตั้งแต่ 4 โมงเย็นค่ะ มีการชมพระอาทิตย์ตกร่วมกันเป็นหนึ่งในโปรแกรมของงานด้วย
ประทับใจ....
เรื่องประทับใจที่ 3 : รูปแบบของงาน
จะบอกว่าหน้าหนาวปีนี้เราไปงานแต่ง 5-6 งานได้
ทุกงานประทับใจในความรักของ บ่าว-สาว และบรรยากาศแห่งความสุขที่สัมผัสได้ในงาน
แต่ว่างานนี้เราประทับใจมากเป็นพิเศษเพราะรูปแบบการจัดงาน ไม่เหมือนงานที่เราเคยไป
เริ่มตั้งแต่
(1) concept ของงานที่ เขียนไว้ในการ์ด ว่า " แต่งตัวตามสบาย ลายดอกไม้"
ตอนแรกไม่รู้ว่าให้ใส่ลายดอกไม้ทำไม พอไปในงานบ่าว-สาว ถึงบอกว่า
ที่อยากให้ทุกคนใส่ลายดอกไม้มาร่วมงาน เพราะในงานไม่มีการจัดซุ้มดอกไม้เลย
เจ้าสาวให้เหตุผลว่า ดอกไม้ซื้อมาจัดแล้วก็ต้องทิ้ง กลายเป็นขยะไป ซึ่งอันนี้เราเห็นด้วยมากๆ
ซุ้มดอกไม้ถ่ายรูปงานนี้ก็ไม่ใช้ ใช้ฉากหลังเป็นวังบางขุนพรหมในการถ่ายรูปแทน
คุณพ่อของเจ้าบ่าวเป็นอาจารย์หมอ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พูดตอนที่ได้รับเชิญขึ้นมาพูดบนเวทีว่า
เป็นงานที่มาแล้วรู้สึกเกร็งมาก เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในงานบ้าง ( เราแอบฮา) เพื่อนๆ ของคุณพ่อโทรมาถามกันหลายคนมากว่าต้องแต่งตัวอย่างไร
แต่ที่เราเห็นผู้ใหญ้ที่มาในงาน สนุกกับการแต่งตัวลายดอกไม้กันมาก
และเป็นงานแรกในกรุงเทพฯที่ไม่เห็นคนใส่สูทมางานเลย
แขกผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชายก็แต่งกายสบายๆ เหมือนไปงานรดน้ำดำหัวตอนสงกรานต์
ยิ่งส่งเสริมบรรยากาศของงานให้ ดูสบายๆ มากขึ้นไปอีก
ประทับใจ....
เรื่องประทับใจที่ 3 : รูปแบบของงาน
(2) อาหารและเครื่องดื่มในงาน
งานนี้เป็นแบบค๊อกเทลนะคะ
ที่ประทับใจคือ งานนี้ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยยยยยยย
น้ำที่เสริฟ์ในงาน เป็นพวกน้ำไทยๆ เช่น น้ำตะไคร้ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเก๊กฮวย
ส่วนอาหาร จะมีตั้งโต๊ะอาหารไว้ทั้งสองด้านของนามฟุตบอล
มีทั้งอาหารที่นำมาจากร้าน และส่วนที่เพื่อนๆ ของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ทำมาร่วมในงาน ตรงนี้ก็ประทับใจเพื่อนๆ ของเจ้าบ่าว-เจ้าสาวที่ทำเค้กมาช่วยงานด้วยค่ะ น่ารักจริงๆ เลย
ประทับใจ...
เรื่องประทับใจที่ 3 : รูปแบบของงาน
(3) การจัดสถานที่
เนื่องจากงานนี้เป็นงาน out door จัดกลางสนามฟุตบอลนะคะ
การจัดสถานที่ในงานก็จัดได้อย่างลงตัว โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมอะไรเลย คร่าวๆ ก็เป็นแบบนี้นะคะ
ส่วนกลางสนามฟุตบอลแบ่งเป็นสามส่วน
ส่วนแรก ด้านหน้า ติดกับตลิ่ง ( ใช้ตลิ่งเป็นเวทีอีก ตามที่เห็นใน คห. 1 อ่ะค่ะ) เป็นโต๊ะสำหรับแขกผู้ใหญ่
ส่วนที่ 2 เพื่อนๆ เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ก็นั่งเก้าอี้แบบม้านั่งยาว เห็นว่าเก้าอี้ยืมมาจากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ไม่มีโต๊ะนะคะ
ส่วนที่ 3 ด้านหลังก็จะจัดเป็นโต๊ะสตูลสูงๆ หน่อย ไว้สำหรับให้ยืนทานอาหาร
บนโต๊ะมีอัลบัมรูปวางไว้ทุกโต๊ะ รูปไม่ซ้ำกันซักอัลบัม
รูปส่วนใหญ่จะเป็นรูปเจ้าสาวที่ถ่ายโดยเจ้าบ่าวมาตลอด แล้วก็มีรูปคู่บ้าง แต่ไม่มีรูป pre-wedding แบบใส่ชุดแต่งงานไปถ่ายนอกสถานที่อะไรงี้นะคะ
แต่จะมีแบบใส่ชุดธรรมดาๆ แบบที่เห็นพี่ๆ เค้าใส่ในชีวิตประจำวัน คือมันเป็นรูป pre-wedding ที่ดูเป็นตัวเอง เป็นธรรมชาติมากๆ อ่ะค่ะ
นอกจากนั้นในอัลบัมก็จะเป็นรูปวิว รูปสถาปัตยกรรมในหลาย ๆ ประเทศที่เจ้าบ่าวไปเยือนมา แทรกๆ มาด้วย ( เจ้าบ่าวกะอวดผลงานแน่เลย) เด็กสถาปัตย์ถ่ายรูปเก่งอยู่แล้วด้วยอ่ะ เราเดินดูอัลบัมทุกโต๊ะเลย ชอบมากกกก
( รูปประกอบข้างล่าง ... คนที่เอาอัลบัมไว้บนหัวนั่นเราเอง ฮ่าๆๆ 30 แล้วยังทำตัวบ้าบออีก เฮ้ออ)
ส่วนเวทีก็ใช้ตลิ่งริมน้ำ ก็รูปตาม คห. 1 นะคะ ตอนแรกแขกที่ไปร่วมงานไม่ทราบ ขึ้นไปถ่ายรูปกับสะพานพระราม 8 กันใหญ่เลย
จนพอจะเริ่มงานทีมงานถึงได้ประกาศเชิญแขกลงจากเวที ( เราแอบฮาอีกละ) เพื่อที่จะได้เริ่มงานต่อไป
งานนี้จะไม่สะดวกบ้างก็เรื่องห้องน้ำที่ต้องเดินไกลหน่อย แต่ทางเพื่อนๆ ทีมงานก็ช่วยกันทำป้าย WC ( แบบป้ายชื่อเจ้าบ่าว-เจ้าสาวบนเวที) บอกทางไว้ให้ ป้ายน่ารักอ่ะค่ะ
ประทับใจ....
เรื่องประทับใจที่ 4 : พิธีการ
จะเรียกว่าพิธีการก็อาจจะไม่ค่อยถูกนัก เพราะเป็นงานที่ดูไม่เป็นทางการมากเท่าไหร่
งานนี้เจ้าบ่าว-เจ้าสาวเป็น พิธีกรเอง เพราะเค้าบอกว่ามีองค์ประกอบของงานหลายส่วนที่เค้าอยากจะอธิบายถึง concept ที่มาที่ไป
( เราเลยเอามาเล่าต่อเป็นตุเป็นตะอยู่นี่ไง)
ซึ่งคนที่รู้เรื่องของงานดีที่สุดก็คือ เจ้าบ่าว-เจ้าสาวนั่นเอง
แอบฮาตอน เจ้าบ่าวแนะนำตัวว่าชื่อ golf เป็น บ่าว ( ทาส)
เจ้าสาวก็แนะนำตัวเองว่าชื่อ aum เป็นเจ้าสาวของ golf หวานนนนนซ้าาาา
เรื่องประทับใจที่ 4 : พิธีการ ( ต่อ)
งานนี้ไม่มีวิดิโอ presentation นะคะ
งานนี้เจ้าบ่าว-เจ้าสาวเล่าประวัติตัวเอง เล่าถึงครอบครัวก็ขอให้ครอบครัวยืนขึ้นแสดงตัว เล่าถึงเพื่อนสมัยเรียนแต่ละที่ก็ให้แต่ละกลุ่มยืนขึ้น
มันเลยทำให้บรรยากาศของงานดูเป็นกันเองมากขึ้นอ่ะค่ะ
ส่วนตอนที่ว่าเจ้าบ่าว-เจ้าสาวเจอกัน พบรักกันได้อย่างไรก็ใช้ การแสดงละครเวที!!!!
อันนี้เราประทับใจมากกกก..น้องๆ ของที่ทำงานเจ้าบ่าวขึ้นมาแสดงเป็นเจ้าบ่าว-เจ้าสาวอ่ะค่ะ น้องๆ เค้าแสดงทุ่มเทด้วยอ่ะ ไม่มีเหนียม แถมแทรกมุกตลกๆ อีก ฮามากกก
ตอนท้ายที่ว่าเจ้าบ่าวขอเจ้าสาวแต่งงานอย่างไร ดูเหมือนเจ้าบ่าวจะโดนหักหลัง ให้เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ออกมาแสดงเองอ่ะค่ะ ( อิชั้นแอบฮาอีกแล้ว)
ดูจากในรูปละกันนะคะ น่ารักมากกก
( เจ้าบ่าวขอเจ้าสาวแต่งงานที่ญี่ปุ่นนะคะ ตอนแสดงละครเลยต้องมีที่ครอบหูกับผ้าพันคอ อิ อิ)
ประทับใจ...
เรื่องประทับใจที่ 5 : เจ้าบ่าวขอหอมแก้มเอง
หลังจากแสดงละครเวทีเสร็จ ก็เชิญประธานขึ้นมาเปิดงาน พร้อมกับคล้องพวงมาลัยให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว
( ตอนที่ประธานขึ้นมาพูดให้โอวาทก็มีที่เราประทับใจ แต่ขอเก็บไว้เล่าหลังสุดนะคะ)
หลังจากนั้นก็เป็นบรรยากาศของงานปาร์ตี้ค่ะ
งานนี้ไม่มีจุดเทียน ไม่มีตัดเค้ก ไม่มีโยนดอกไม้
พอปาร์ตี้กันไปได้ซักพัก เจ้าบ่าวมีเซอร์ไพรส์เจ้าสาวค่ะ
เจ้าบ่าวเตรียมวิดิโอที่ทำขึ้นมาเพื่อเจ้าสาวโดยเฉพาะ
เป็นวิดิโอที่เก็บภาพช่วงเวลาแห่งความสุขของเจ้าสาว ของทั้งสองคนไว้
เป็นทั้งคลิปวิดิโอ ผสมภาพนิ่ง มีเพลง "รัก" ของพี่ปุ๊อัญชลีเปิดคลอ
น่ารักมากๆ เลยค่ะ
หลังจากนั้นเจ้าบ่าวเริ่มทวงบุญคุญค่ะ ฮ่าๆๆ
ขอเจ้าสาวหอมแก้มเองเลยซะงั้น แถมเตรียมเสียงปรบมือเร้าใจประมาณ หอมเลยๆๆๆ มาเองเสร็จ พวกเราที่ไปงานถึงตอนนี้อมยิ้มกันทุกคนค่ะ
ประทับใจ....
รูปประกอบนี่กำลังดูวิดิโอกันอยู่นะคะรูปมืดนิดนึงค่ะ ทีมงานตั้งจอ เหมือนจอหนังกลางแปลงที่มุมสนาม ต้องรอมืดนิดนึงและหรี่ไฟสปอร์ตไลท์ลงถึงจะเห็นภาพในจอค่ะ
เรื่องประทับใจที่ 6 : โอวาทของประธานเปิดงาน
คุณลุงที่มาเปิดงานเป็นอาจารย์หมอ(แต่ขออนุญาตเรียกคุณลุงละกันค่ะ) และตอนนี้ก็มีความสนใจและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งค่ะ
คุณลุงขึ้นมาพูดก็อย่างฮา มีขอ test เสียงแขกที่มาร่วมงานก่อนที่จะให้โอวาท
โอวาทของคุณลุงที่เราประทับใจคือ
" การอยู่ด้วยกันไม่ต้องใช้เหตุผล"
ฟังถึงตรงนี้เราก็อ้าว...ไม่ใช้เหตุผล งี้อยู่กันไม่ตีกันตายรึ
แต่คุณลุงบอกต่อว่า
" อยู่ด้วยกันต้องใช้ความเข้าใจ"
เพราะว่าเหตุผลของคนหนึ่งอาจจะไม่ใช่ของอีกคนหนึ่ง แต่ถ้าเรามีความเข้าใจเราก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข
พอฟังตอนนี้เราถึงพึ่ง get แล้วระลึกไปถึงเพื่อนเราหลายคน หรือแม้แต่ตัวเราเองที่บางทีขัดแย้งกับคนอื่น เป็นเพราะต่างคนก็จะต่างยึดเหตุผลของตัวเอง ขาดความเข้าใจในตัวผู้อื่น ( บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองก็มี) ทำให้เกิดความขัดแย้ง เกิดปัญหาขึ้น
เราประทับใจงานนี้อีกข้อ...ตรงที่ทำให้เราได้ข้อคิดอะไรดีๆ กลับบ้าน...
เรื่องที่เราประทับใจงานนี้หลักๆ ก็มีประมาณนี้นะคะ ยังมีปลีกย่อยอย่างอื่นอีก เช่น
การ์ดแต่งงาน งานนี้มีการ์ดหลายสีมาก ( เราก็เรื่องมากให้พี่เจ้าสาวส่งไฟล์มาให้เลือกทาง MSN เกือบทุกสีอีก เฮ่อๆ) เจ้าบ่าวเป็นคนออกแบบเอง แล้วก็ปริ้นท์แบบรูปถ่ายขนาดโปสการ์ดอ่ะค่ะ
เราว่าสวย และประหยัดดี ไม่ต้องลงทุนกันมากเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า การ์ดแต่งงานแจกๆไปแขกบางคนเสร็จงานก็ไม่ได้เก็บไว้ใช่ป่ะคะ
ของชำร่วย เป็นที่หนีบถุงขนมค่ะ มีโลโก้ของงานปริ้นท์ใส่กระดาษไขรัดของชำร่วยเอาไว้ เราว่ามันเป็นของชำร่วยที่ใช้งานได้จริง ใช้ได้ทุกบ้าน ใช้ได้ทุกคน เราว่าไอเดียดีอ่ะ
น้ำใจของเพื่อนๆ เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ที่มาช่วยกันจัดงาน เตรียมสถานที่ เอาอาหารมาช่วยงาน และแสดงละครเวที
ฮันนีมูน..จริงๆ ไม่เกี่ยวกับงานแต่งโดยตรง แต่เราประทับใจคู่นี้มาก ทั้งคู่จบ ปริญญาเอก สถาปัตย์-เภสัช ทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือนสูงงงงงงงงงงด้วยกันทั้งคู่
จะไปเที่ยวต่างประเทศก็ย่อมทำได้ แต่พี่ๆ เค้ากลับเลือกฮันนีมูนในประเทศที่ " เกาะสุรินทร์" ค่ะ
เราว่าพี่เค้าทั้งคู่เป็นคนที่มีความคิดดีๆ น่าเอาแบบอย่าง แล้วความคิดดีๆ ของทั้งคู่ก็สะท้อนออกมาในงานแต่งงานของพวกเค้า
เป็นงานแต่งงานที่เราประทับใจมากกกค่ะ
เก้าอี้จากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง.. เข้ากับบรรยากาศสนามหญ้า ดูง่ายๆ chill chill เป็นกันเองดี