ส่งต่อ: มาเล่าเรื่องงานแต่งงานที่เราประทับใจค่ะ (จากพันทิป)

146 views
Skip to first unread message

Sirawat Tanamaitreejitt

unread,
Jan 31, 2010, 9:03:01 PM1/31/10
to krian...@pttchemgroup.com, ecdpo...@googlegroups.com, Jakraphong Phimanphrom, Danai Chanthaisong
แจ๋มๆพี่น้อง ผมจะจัดแบบนี้น่ะพี่น้องแต่รอนานหน่อย
ยังไม่มีแววเลย แง่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 

 



ไม่ทราบว่าเนื้อหาเข้ากับห้องโต๊ะฯ หรือเปล่านะคะ

แต่เห็นเพื่อนๆ ห้องนี้กำลังเตรียมงาน เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวกันหลายคน


เราเลยอยากเล่าเรื่องงานแต่งที่เราพึ่งไปมา แล้วประทับใจมากกกกกกก ให้เพื่อนๆ ฟัง


เผื่อจะเป็นไอเดียจัดงานนะคะ



งานนี้จัดเมื่อ
10-01-10 ( วันอาทิตย์ที่ผ่านมา)ค่ะ

รูปประกอบ...จากกล้องเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ไปงานด้วยกันค่ะ

 

 
งานนี้เป็นงานของรุ่นพี่ที่น่ารักของเรา 2 คนค่ะ

ทั้งเจ้าบ่าว-เจ้าสาว จบ ดร.จากญี่ปุ่นทั้งคู่


เรื่องประทับใจที่
1: เจ้าบ่าวขอจัดงานให้เจ้าสาวเอง



งานนี้เจ้าบ่าวหนุ่มสถาปัตย์ ขอลงมือจัดงานให้เจ้าสาวเองเลยค่ะ


โดยอาศัยความร่วมมือจากเพื่อนๆ ของพี่เค้าหลายคน ช่วยกันจัดงาน


เจ้าบ่าวพูดในงานว่า เห็นเจ้าสาวยิ้มตลอดแล้วเค้ามีความสุขมาก


เราเข้าไปในงานตั้งแต่ประตูก็เห็นแล้วค่ะว่า งานนี้ต้องมีงานเตรียมงานเยอะมากๆ เพราะไม่ได้จัดในโรงแรม ต้องเตรียมงานเองทั้งหมด

 

 
เรื่องประทับใจที่ 2 : สถานที่จัดงาน

งานนี้จัดที่สนามฟุตบอลของธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ


เราไม่เคยไปงานแต่งแบบ
out door อ่ะค่ะงานนี้เป็นงานแรก

เรารู้สึกว่ามันโปร่ง โล่ง
chill มากเลยอ่ะ โชคดีด้วยที่วันนั้นฝนไม่ตก

วิวก็สวย ด้านหลังเป็นวังบางขุนพรหม ตัวตึกคลาสสิคสีเหลือง


เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ก็อาศัยตึกนี้เป็นฉากถ่ายรูปแต่งงานกับครอบครัว และเพื่อนๆ


อีกด้านเป็นสะพานพระราม
8 ซึ่งสวยทั้งตอนช่วงพระอาทิตย์ตก ทั้งตอนเปิดไฟ

งานนี้เริ่มตั้งแต่
4 โมงเย็นค่ะ มีการชมพระอาทิตย์ตกร่วมกันเป็นหนึ่งในโปรแกรมของงานด้วย

ประทับใจ....

 

 
เรื่องประทับใจที่ 3 : รูปแบบของงาน

จะบอกว่าหน้าหนาวปีนี้เราไปงานแต่ง
5-6 งานได้

ทุกงานประทับใจในความรักของ บ่าว-สาว และบรรยากาศแห่งความสุขที่สัมผัสได้ในงาน


แต่ว่างานนี้เราประทับใจมากเป็นพิเศษเพราะรูปแบบการจัดงาน ไม่เหมือนงานที่เราเคยไป


เริ่มตั้งแต่


(1) concept
ของงานที่ เขียนไว้ในการ์ด ว่า " แต่งตัวตามสบาย ลายดอกไม้"

ตอนแรกไม่รู้ว่าให้ใส่ลายดอกไม้ทำไม พอไปในงานบ่าว-สาว ถึงบอกว่า

ที่อยากให้ทุกคนใส่ลายดอกไม้มาร่วมงาน เพราะในงานไม่มีการจัดซุ้มดอกไม้เลย
เจ้าสาวให้เหตุผลว่า ดอกไม้ซื้อมาจัดแล้วก็ต้องทิ้ง กลายเป็นขยะไป ซึ่งอันนี้เราเห็นด้วยมากๆ
 
ซุ้มดอกไม้ถ่ายรูปงานนี้ก็ไม่ใช้ ใช้ฉากหลังเป็นวังบางขุนพรหมในการถ่ายรูปแทน


คุณพ่อของเจ้าบ่าวเป็นอาจารย์หมอ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พูดตอนที่ได้รับเชิญขึ้นมาพูดบนเวทีว่า


เป็นงานที่มาแล้วรู้สึกเกร็งมาก เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในงานบ้าง
( เราแอบฮา) เพื่อนๆ ของคุณพ่อโทรมาถามกันหลายคนมากว่าต้องแต่งตัวอย่างไร

แต่ที่เราเห็นผู้ใหญ้ที่มาในงาน สนุกกับการแต่งตัวลายดอกไม้กันมาก
และเป็นงานแรกในกรุงเทพฯที่ไม่เห็นคนใส่สูทมางานเลย


แขกผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชายก็แต่งกายสบายๆ เหมือนไปงานรดน้ำดำหัวตอนสงกรานต์
ยิ่งส่งเสริมบรรยากาศของงานให้ ดูสบายๆ มากขึ้นไปอีก


ประทับใจ....

 

เรื่องประทับใจที่ 3 : รูปแบบของงาน

(2)
อาหารและเครื่องดื่มในงาน

งานนี้เป็นแบบค๊อกเทลนะคะ


ที่ประทับใจคือ งานนี้ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยยยยยยย


น้ำที่เสริฟ์ในงาน เป็นพวกน้ำไทยๆ เช่น น้ำตะไคร้ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเก๊กฮวย


ส่วนอาหาร จะมีตั้งโต๊ะอาหารไว้ทั้งสองด้านของนามฟุตบอล


มีทั้งอาหารที่นำมาจากร้าน และส่วนที่เพื่อนๆ ของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ทำมาร่วมในงาน ตรงนี้ก็ประทับใจเพื่อนๆ ของเจ้าบ่าว-เจ้าสาวที่ทำเค้กมาช่วยงานด้วยค่ะ น่ารักจริงๆ เลย


ประทับใจ...

 

เรื่องประทับใจที่ 3 : รูปแบบของงาน

(3)
การจัดสถานที่

เนื่องจากงานนี้เป็นงาน
out door จัดกลางสนามฟุตบอลนะคะ

การจัดสถานที่ในงานก็จัดได้อย่างลงตัว โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมอะไรเลย คร่าวๆ ก็เป็นแบบนี้นะคะ


ส่วนกลางสนามฟุตบอลแบ่งเป็นสามส่วน


ส่วนแรก ด้านหน้า ติดกับตลิ่ง ( ใช้ตลิ่งเป็นเวทีอีก ตามที่เห็นใน คห.
1 อ่ะค่ะ) เป็นโต๊ะสำหรับแขกผู้ใหญ่

ส่วนที่
2 เพื่อนๆ เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ก็นั่งเก้าอี้แบบม้านั่งยาว เห็นว่าเก้าอี้ยืมมาจากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ไม่มีโต๊ะนะคะ

ส่วนที่
3 ด้านหลังก็จะจัดเป็นโต๊ะสตูลสูงๆ หน่อย ไว้สำหรับให้ยืนทานอาหาร
บนโต๊ะมีอัลบัมรูปวางไว้ทุกโต๊ะ รูปไม่ซ้ำกันซักอัลบัม


รูปส่วนใหญ่จะเป็นรูปเจ้าสาวที่ถ่ายโดยเจ้าบ่าวมาตลอด แล้วก็มีรูปคู่บ้าง แต่ไม่มีรูป
pre-wedding แบบใส่ชุดแต่งงานไปถ่ายนอกสถานที่อะไรงี้นะคะ

แต่จะมีแบบใส่ชุดธรรมดาๆ แบบที่เห็นพี่ๆ เค้าใส่ในชีวิตประจำวัน คือมันเป็นรูป
pre-wedding ที่ดูเป็นตัวเอง เป็นธรรมชาติมากๆ อ่ะค่ะ

นอกจากนั้นในอัลบัมก็จะเป็นรูปวิว รูปสถาปัตยกรรมในหลาย ๆ ประเทศที่เจ้าบ่าวไปเยือนมา แทรกๆ มาด้วย
( เจ้าบ่าวกะอวดผลงานแน่เลย) เด็กสถาปัตย์ถ่ายรูปเก่งอยู่แล้วด้วยอ่ะ เราเดินดูอัลบัมทุกโต๊ะเลย ชอบมากกกก

(
รูปประกอบข้างล่าง ... คนที่เอาอัลบัมไว้บนหัวนั่นเราเอง ฮ่าๆๆ 30 แล้วยังทำตัวบ้าบออีก เฮ้ออ)

ส่วนเวทีก็ใช้ตลิ่งริมน้ำ ก็รูปตาม คห.
1 นะคะ ตอนแรกแขกที่ไปร่วมงานไม่ทราบ ขึ้นไปถ่ายรูปกับสะพานพระราม 8 กันใหญ่เลย

จนพอจะเริ่มงานทีมงานถึงได้ประกาศเชิญแขกลงจากเวที
( เราแอบฮาอีกละ) เพื่อที่จะได้เริ่มงานต่อไป

งานนี้จะไม่สะดวกบ้างก็เรื่องห้องน้ำที่ต้องเดินไกลหน่อย แต่ทางเพื่อนๆ ทีมงานก็ช่วยกันทำป้าย
WC ( แบบป้ายชื่อเจ้าบ่าว-เจ้าสาวบนเวที) บอกทางไว้ให้ ป้ายน่ารักอ่ะค่ะ

ประทับใจ....


 
เรื่องประทับใจที่ 4 : พิธีการ

จะเรียกว่าพิธีการก็อาจจะไม่ค่อยถูกนัก เพราะเป็นงานที่ดูไม่เป็นทางการมากเท่าไหร่


งานนี้เจ้าบ่าว-เจ้าสาวเป็น พิธีกรเอง เพราะเค้าบอกว่ามีองค์ประกอบของงานหลายส่วนที่เค้าอยากจะอธิบายถึง
concept ที่มาที่ไป

(
เราเลยเอามาเล่าต่อเป็นตุเป็นตะอยู่นี่ไง)

ซึ่งคนที่รู้เรื่องของงานดีที่สุดก็คือ เจ้าบ่าว-เจ้าสาวนั่นเอง


แอบฮาตอน เจ้าบ่าวแนะนำตัวว่าชื่อ
golf เป็น บ่าว ( ทาส)
เจ้าสาวก็แนะนำตัวเองว่าชื่อ
aum เป็นเจ้าสาวของ golf หวานนนนนซ้าาาา
 

 
เรื่องประทับใจที่ 4 : พิธีการ  ( ต่อ)

งานนี้ไม่มีวิดิโอ
presentation นะคะ
งานนี้เจ้าบ่าว-เจ้าสาวเล่าประวัติตัวเอง เล่าถึงครอบครัวก็ขอให้ครอบครัวยืนขึ้นแสดงตัว เล่าถึงเพื่อนสมัยเรียนแต่ละที่ก็ให้แต่ละกลุ่มยืนขึ้น

มันเลยทำให้บรรยากาศของงานดูเป็นกันเองมากขึ้นอ่ะค่ะ


ส่วนตอนที่ว่าเจ้าบ่าว-เจ้าสาวเจอกัน พบรักกันได้อย่างไรก็ใช้ การแสดงละครเวที!!!!


อันนี้เราประทับใจมากกกก..น้องๆ ของที่ทำงานเจ้าบ่าวขึ้นมาแสดงเป็นเจ้าบ่าว-เจ้าสาวอ่ะค่ะ น้องๆ เค้าแสดงทุ่มเทด้วยอ่ะ ไม่มีเหนียม แถมแทรกมุกตลกๆ อีก ฮามากกก


ตอนท้ายที่ว่าเจ้าบ่าวขอเจ้าสาวแต่งงานอย่างไร ดูเหมือนเจ้าบ่าวจะโดนหักหลัง
  ให้เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ออกมาแสดงเองอ่ะค่ะ ( อิชั้นแอบฮาอีกแล้ว)

ดูจากในรูปละกันนะคะ น่ารักมากกก

(
เจ้าบ่าวขอเจ้าสาวแต่งงานที่ญี่ปุ่นนะคะ ตอนแสดงละครเลยต้องมีที่ครอบหูกับผ้าพันคอ อิ อิ)

ประทับใจ...

 

 

 
เรื่องประทับใจที่ 5 : เจ้าบ่าวขอหอมแก้มเอง

หลังจากแสดงละครเวทีเสร็จ ก็เชิญประธานขึ้นมาเปิดงาน พร้อมกับคล้องพวงมาลัยให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว

(
ตอนที่ประธานขึ้นมาพูดให้โอวาทก็มีที่เราประทับใจ แต่ขอเก็บไว้เล่าหลังสุดนะคะ)

หลังจากนั้นก็เป็นบรรยากาศของงานปาร์ตี้ค่ะ

งานนี้ไม่มีจุดเทียน ไม่มีตัดเค้ก ไม่มีโยนดอกไม้


พอปาร์ตี้กันไปได้ซักพัก เจ้าบ่าวมีเซอร์ไพรส์เจ้าสาวค่ะ
เจ้าบ่าวเตรียมวิดิโอที่ทำขึ้นมาเพื่อเจ้าสาวโดยเฉพาะ
เป็นวิดิโอที่เก็บภาพช่วงเวลาแห่งความสุขของเจ้าสาว ของทั้งสองคนไว้

เป็นทั้งคลิปวิดิโอ ผสมภาพนิ่ง มีเพลง "รัก" ของพี่ปุ๊อัญชลีเปิดคลอ
น่ารักมากๆ เลยค่ะ


หลังจากนั้นเจ้าบ่าวเริ่มทวงบุญคุญค่ะ ฮ่าๆๆ
ขอเจ้าสาวหอมแก้มเองเลยซะงั้น แถมเตรียมเสียงปรบมือเร้าใจประมาณ หอมเลยๆๆๆ มาเองเสร็จ พวกเราที่ไปงานถึงตอนนี้อมยิ้มกันทุกคนค่ะ


ประทับใจ....


รูปประกอบนี่กำลังดูวิดิโอกันอยู่นะคะรูปมืดนิดนึงค่ะ ทีมงานตั้งจอ เหมือนจอหนังกลางแปลงที่มุมสนาม ต้องรอมืดนิดนึงและหรี่ไฟสปอร์ตไลท์ลงถึงจะเห็นภาพในจอค่ะ

 

 
เรื่องประทับใจที่ 6 : โอวาทของประธานเปิดงาน

คุณลุงที่มาเปิดงานเป็นอาจารย์หมอ(แต่ขออนุญาตเรียกคุณลุงละกันค่ะ) และตอนนี้ก็มีความสนใจและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งค่ะ


คุณลุงขึ้นมาพูดก็อย่างฮา มีขอ
test เสียงแขกที่มาร่วมงานก่อนที่จะให้โอวาท

โอวาทของคุณลุงที่เราประทับใจคือ


"
การอยู่ด้วยกันไม่ต้องใช้เหตุผล"  

ฟังถึงตรงนี้เราก็อ้าว...ไม่ใช้เหตุผล งี้อยู่กันไม่ตีกันตายรึ


แต่คุณลุงบอกต่อว่า


"
อยู่ด้วยกันต้องใช้ความเข้าใจ"

เพราะว่าเหตุผลของคนหนึ่งอาจจะไม่ใช่ของอีกคนหนึ่ง แต่ถ้าเรามีความเข้าใจเราก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข


พอฟังตอนนี้เราถึงพึ่ง
get แล้วระลึกไปถึงเพื่อนเราหลายคน หรือแม้แต่ตัวเราเองที่บางทีขัดแย้งกับคนอื่น เป็นเพราะต่างคนก็จะต่างยึดเหตุผลของตัวเอง ขาดความเข้าใจในตัวผู้อื่น ( บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองก็มี) ทำให้เกิดความขัดแย้ง เกิดปัญหาขึ้น

เราประทับใจงานนี้อีกข้อ...ตรงที่ทำให้เราได้ข้อคิดอะไรดีๆ กลับบ้าน...


 
เรื่องที่เราประทับใจงานนี้หลักๆ ก็มีประมาณนี้นะคะ ยังมีปลีกย่อยอย่างอื่นอีก เช่น

การ์ดแต่งงาน งานนี้มีการ์ดหลายสีมาก
( เราก็เรื่องมากให้พี่เจ้าสาวส่งไฟล์มาให้เลือกทาง MSN เกือบทุกสีอีก เฮ่อๆ) เจ้าบ่าวเป็นคนออกแบบเอง แล้วก็ปริ้นท์แบบรูปถ่ายขนาดโปสการ์ดอ่ะค่ะ
เราว่าสวย และประหยัดดี ไม่ต้องลงทุนกันมากเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า การ์ดแต่งงานแจกๆไปแขกบางคนเสร็จงานก็ไม่ได้เก็บไว้ใช่ป่ะคะ


ของชำร่วย เป็นที่หนีบถุงขนมค่ะ มีโลโก้ของงานปริ้นท์ใส่กระดาษไขรัดของชำร่วยเอาไว้ เราว่ามันเป็นของชำร่วยที่ใช้งานได้จริง ใช้ได้ทุกบ้าน ใช้ได้ทุกคน เราว่าไอเดียดีอ่ะ


น้ำใจของเพื่อนๆ เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ที่มาช่วยกันจัดงาน เตรียมสถานที่ เอาอาหารมาช่วยงาน และแสดงละครเวที


ฮันนีมูน..จริงๆ ไม่เกี่ยวกับงานแต่งโดยตรง แต่เราประทับใจคู่นี้มาก ทั้งคู่จบ ปริญญาเอก สถาปัตย์-เภสัช ทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือนสูงงงงงงงงงงด้วยกันทั้งคู่

จะไปเที่ยวต่างประเทศก็ย่อมทำได้ แต่พี่ๆ เค้ากลับเลือกฮันนีมูนในประเทศที่
" เกาะสุรินทร์" ค่ะ

เราว่าพี่เค้าทั้งคู่เป็นคนที่มีความคิดดีๆ น่าเอาแบบอย่าง แล้วความคิดดีๆ ของทั้งคู่ก็สะท้อนออกมาในงานแต่งงานของพวกเค้า



เป็นงานแต่งงานที่เราประทับใจมากกกค่ะ

 

 

 

 

 
 

 
เก้าอี้จากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง.. เข้ากับบรรยากาศสนามหญ้า ดูง่ายๆ chill chill เป็นกันเองดี

 





 



Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages