by Napasin Thevase
ได้เวลาเขียนภาคต่อของรีวิว Nokia Lumia 900 แล้วคร้าบ คราวที่แล้วผมได้เขียน "แกะกล่อง" ไปแล้ว ซึ่งก็ประทับใจกับ Design และวัสดุรวมไปถึงงานประกอบพอสมควรเลยทีเดียว พอนึกจะเขียนรีวิวการใช้งานก็เริ่มจะขี้เกียจขึ้นมาทันทีเลย แหะๆ เพราะผมไม่รู้จะเขียนอะไรครับ เพราะเคยเขียนไปแล้วใน รีวิว Lumia 800 ดังนั้นงานนี้ผมเลยขอเขียนเป็นสิ่งที่ผมชอบและใช้งานในวันหนึ่งๆ แล้วกันนะครับ ^^
สิ่งที่ผมชอบในตัว Nokia Lumia 900 และ Windows Phone
อย่างที่บอกครับ รีวิวคราวนี้ผมจะเขียนถึงสิ่งที่ผมใช้งานในชีวิตประจำวันและชอบในตัว Windows Phone Nokia Lumia 900 ซึ่งจริงๆ อาจมีเยอะกว่านี้ แต่ขี้เกียจเขียน เอาหลักๆ แล้วกันนะ ^^
ขนาดเครื่อง + หน้าจอ Clear black
ก่อนอื่นขอพูดถึงขนาดของตัวเครื่องก่อนแล้วกันนะครับ ครั้งแรกที่ผมได้เห็นรูปของเจ้า Lumia 900 ตัวนี้ในงานเปิดตัวก็ยังจินตนาการขนาดของเครื่องไม่ออก คิดว่ามันคงจะเล็กและไม่สวย เพราะก่อนหน้านี้มีภาพติดตาจาก Nokia N9 มาก่อน แต่พอมาได้จับตัวจริงขอบอกเลยครับว่าสวยมาก (สำหรับผมนะ) อยากบอกว่ามันเป็นโทรศัพท์ที่ถ่ายรูปไม่ขึ้นอย่างแรง 55+
เมื่อเทียบขนาดกับ iPhone 4 จะเห็นได้ว่า Lumia 900 ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัดครับ แต่น้ำหนักดันพอๆ กัน คงเป็นเพราะว่าวัสดุของ Lumia 900 เป็นพลาสติกซึ่งเบากว่า iPhone 4 นั่นเอง แต่ถึงมันจะเป็นพลาสติก แต่งานออกแบบและงานประกอบไม่ก็ไม่ได้ก๊องแก๊งเลยนะเออ
เทียบความหนาแล้วรู้สึกว่า Lumia 900 จะหนากว่า iPhone 4 นะครับ ^^
ส่วนเรื่องหน้าจอ 4.3" ความละเอียด 480 X 800 pixel ที่หลายคนกลัวว่ามันจะมองเห็นเม็ดสีให้ระคายเคืองตานั้น ผมบอกเลยว่า มันเห็นจริง แต่คงต้องเพ่งหน่อยล่ะ โดยรวมแล้วถือว่าละเอียดนะครับ เพราะ Pixel density มันค่อนข้างสูง ถึงจะไม่ Hi-Def เหมือนจอของ Android หลายๆ ตัวก็เถอะ ส่วนสีสันต์ที่แสดงออกมาไม่ต้องห่วงครับ สวยจัด ชัดเจนทุกองศามุมมองและสภาพแสงกันเลยทีเดียว
และด้วยความเป็นจอ Clear Black ที่หมายถึงแสดงสีดำได้ชัดเจน เวลาเล่นในที่มืดเราจะไม่เห็นแสงออกมาจากจอที่แสดงผลสีดำเลยครับ เหมือนในรูปด้านบน มองไม่เห็นขอบเครื่องเลยใช่มั้ยล่ะ? แล้วมันดียังไง?
โนเกียเค้าเคลมว่าการที่เป็นจอแบบ Clear Black สามารถลบจุดด้อยของในการใช้งานกลางแจ้งของจอ AMOLED ได้ยังไงล่ะ เห็นว่าล่าสุดได้รางวัลโทรศัพที่เล่นเกมส์กลางแจ้งได้ดีที่สุดด้วยครับ
เดี๋ยวนี้จะ Update Social Network อะไรก็แค่ไปที่ People Hub
จริงๆ ถ้าจะพูดถึงจุดเด่นของ Windows Phone ก็คงต้องเป็นการใช้งานแบบ Hub ครับ ซึ่ง Hub หลักๆ ของ WP ก็จะมีอยู่ 6 ตัวซึ่งแต่ละตัวก็จะเป็นการรวบรวมแอพและฟังชั่นการใช้งานที่เกี่ยวข้องกันมาอยู่ที่เดียวนั่นเอง และความง่ายของมันคือ UI ที่ออกแบบมาให้เหมือนกับการที่เรากำลังเปิดหน้าหนังสือครับ บอกตามตรง แรกๆ ผมก็ยังงงเพราะหาอะไรไม่ค่อยเจอะ แต่พอเล่นไปนานๆ ก็จะค่อยๆ เจอลูกเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ เองครับ
สำหรับ Hub ที่ผมจะพูดถึงก็คือ People Hub ซึ่งเป็นแหล่งรวมรายชื่อผู้ติดต่อของแต่ละ Social Network Account ที่เรา Add ไว้
ที่เจ๋งคือเราสามารถติดตามการอัพเดทของเพื่อนได้เพียงแค่มาที่หน้า What's new ซึ่งในหน้านี้จะแสดงความเคลื่อนไหวล่าสุดบน Social Network ล่าสุดของเพื่อนเราโดยไม่ต้องไปเข้า App ใดๆ เลยนะเออ
แน่นอนครับว่าเราสามารถเลือกได้ว่าจะติดตามทุกอย่างหรือติดตามเฉพาะอย่าง ซึ่งน่าเสียดายว่ามันให้เลือกแค่ติดตามทั้งหมดหรือติดตามตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น คือถ้าผมอยากติดตามแค่ Twitter กับ Facebook นั้น ทำไม่ได้นะครับ ต้องเลือกอย่างเดียว ไม่ก็เลือกหมดเลย = ='
เมื่อเข้ามาที่ข้อมุลติดต่อของตัวเองหรือของเพื่อนในรายชื่อติดต่อ ผมก็เปรียบง่ายๆ เลยว่าเหมือนเข้ามาในหน้าวอลเฟซบุคไม่มีผิดเลย แต่ที่นี่มันลิ้งไปได้พร้อมกันทุกที่ ไม่ว่าจะทั้ง Twitter, Facebook, Window Live ซึ่งจะลิ๊งไปไหนบ้างก็แล้วแต่เราจะกำหนดครับ
ถ้าจะเปรียบเทียบแล้วหน้า What's new ในข้อมูลติดต่อของตัวเองหรือของเพื่อนในรายชื่อก็เหมือนหน้า Wall Facebook ครับ เราสามารถเข้ามาดูการเคลื่อนไหวบน Social Network ของเพื่อนผ่านที่นี่ได้เลย ไม่ต้องใช้แอพเพิ่ม ^^
จะส่งข้อความ จะ MSN จะ Facebook Chat ก็ใช้ Messaging เหมือนกัน
อันต่อมาที่ผมชอบคือระบบการส่งข้อความครับ โดยใน WP นี้ระบบการส่งข้อความจะอินทริเกรตเข้ากับ People Hub ที่พูดถึงเมื่อกี๊นี้มา ซึ่งนั่นหมายถึงว่า หาเพื่อนเราในสมุดรายชื่อมาจากเมลล์ของ Hotmail หรือ Windows live หรือมาจากรายชื่อเพื่อนใน Facebook แล้วล่ะก็ เราสามารถที่จะคุยกับเพื่อนคนนั้นแบบออนไลน์ได้เลยครับ
ใน Messaging นั้นจะแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ threads ซึ่งก็คือที่เก็บข้อความและการสนทนาทั้งหมดของเรา
อีกหัวข้อก็คือ Online ซึ่งจะเป็นเหมือนโปรแกรมแช็ตอีกโปรแกรมหนึ่งเลยทีเดียว สามารถตั้งสถานะของเราว่า Online, Busy หรือ Away ได้ หรือจะ offline ไว้ก็ได้
และแน่นอนว่าในการสนทนากับคนหนึ่งคน เราสามารถสลับไปมาระหว่างระบบแชตได้ จึงไม่ต้องกลัวว่าการสนทนาจะขาดช่วงครับ ^^
หน้าตา UI ของการสนทนาเป็นแบบ Conversation เรียบๆ ครับผม เรียบๆ ตามสไตล์เมโทรยูไอ (metro UI) ซึ่งการรวมกันของระบบสนทนานี้ผมว่าเป็นอะไรที่สะดวกมาก แต่ก็น่ารำคาญเช่นกัน หากใครเพื่อนเยอะละก็ ข้อความดังทั้งวันแน่นอน แต่ก็นะ มันตั้ง Off line ไว้ก็ได้นี่นา ^^
Picture Hub ไม่ว่าจะแอพแต่งรูป หรืออัพเดทการเคลื่อนไหวของรูปภาพต่างๆ ในโลกออนไลน์รวมอยู่ที่นี่แล้ว
มาถึง Hub อีกตัวที่ผมชอบนั่นคือ Picture Hub นั่นเองครับ มันคือที่ที่รวมเอาทุกอย่างเกี่ยวกับรูปภาพของคุณมาไว้ที่นี่เลย ไม่ว่าจะเป็นรูปจากกล้องถ่ายรูป จาก Facebook หรือจากที่เราได้เข้าไปดูของเพื่อนมา รวมไปถึงการอัพเดทความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ในโลกออนไลน์แบบ What's New เหมือน People hub ด้วยนั่นเองครับ
หน้าตา UI ของ Picture Hub จะเหมือนกับนิตยาสารเลยครับ ซึ่งอย่างที่บอก ทุกอย่างเกี่ยวกับรูปภาพนั้นมันมาอยู่ที่นี่หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปจากกล้อง อัลบั้มของเราที่บันทึกไว้ (Sync กับคอม หรืออัลบั้มใน Skydrive, Facebook) รวมไปถึงรูปที่เราพึ่งได้ดูไปใน People Hub ด้วย
และนอกจากนั้น เรายังสามารถติดตามการเคลื่อนไหว การอัพโหลดรูปต่างๆ ของเพื่อนเราในโลกออนไลน์ได้ใน Picture Hub นี้ด้วยในหน้า What's new
Application ที่เกี่ยวกับรูปภาพทั้งหมดจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่และ ซึ่งเท่าที่ผมดูใน Market Place ของ microsoft เห็นมีเพียบเลยครับ ตัวที่โหลดมานี่ก็ยังไม่ได้ลองทั้งหมดนะเนี่ย ^^
ถ่ายปุ๊ป Share ปั๊บ รวดเร็วทันใจ
ไหนๆก็เขียนถึง Picture Hub ไปแล้ว ขอเขียนถึงการแชร์รูปลง Facebook ของ Lumia 900 ที่ Nokia ใช้เป็นจุดเด่นในการ PR หน่อยแล้วกันครับ ^^
จริงๆ ฟีเจอร์นี้แค่อาศัยการทำงานร่วมกันของระบบ Hub นั่นเอง ไม่มีอะไรมากเพียงแค่เราถ่ายรูป หรือเลือกรูปที่จะแชร์มา แล้วเข้าไปที่ ... เพื่อเรียกเมนู Options
ก็จะมีเมนูต่างๆ ที่จะทำกับรูปนี้มาให้เลือกเพียบครับ ซึ่งแน่นอนสามารถเลือกที่จะแชร์ผ่าน MMS, Mail, Twitter, etc. เพียงแค่เข้าไปที่เมนู Share... แต่ดันมีปุ่มที่ให้เราเลือก Share on Facebook ออกมาอยู่ข้างนอกซะงั้น ประมาณว่าสะดวกดีกันเลยทีเดียว กดเข้าไปซะ
เติม Caption, Tag แล้วกดแชร์ จบครับ รวดเร็วมากมาย แต่ผมว่าไม่น่าเอามาเป็นจุด PR ของ Nokia นะ เพราะอันนี้ Windows Phone ของค่ายอื่นก็ทำได้ อีกอย่างในชีวิตจริงจะมีใครบ้างที่ถ่ายแล้วแชร์เลย สาวๆ ที่ผมรู้จักนั้น ทุกคนหลังจากถ่ายรูป(ตัวเอง)แล้วจะต้องเข้าพิธีกรรมอะไรซักอย่าง(แต่งรูป)ก่อนแชร์เสมอครับ ^^
N-Drive
ระบบนำทางแบบ Turn by Turn
ที่ใช้งานได้จริงทั่วโลกจาก Nokia
ถ้าพูดถึง
Nokia Map
หรือ Ovi Map
หลายคนคงจะคุ้นๆ หรือบางคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี เพราะมันคือระบบแผนที่และระบบนำทางด้วย
GPS
บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน Symbian
ของ Nokia
ครับ และที่เจ๋งคือ รุ่นหลังๆ มานี้มันถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานได้ดีจริงๆ พอๆ กับ GPS
นำทางแพงๆ เลยทีเดียว และแน่นอนมันถือเป็นจุดแข็งอย่างนึงเลยก็ได้ครับ เพราะมัน Free
ตลอดชีพนั่นเอง
แน่นอนว่า Nokia จะไม่จับจุดแข็งของตัวเองจุดนี้มาใส่ใน Windows Phone by Nokia ได้อย่างไร และเมื่อมาอยู่ใน Windows Phone มันใช้ชื่อว่า N-Drive ครับ
ระบบนำทาง N-Drive จะเป็นการนำทางด้วยแผนที่แบบ Off-line Map ครับ นั่นคือโหลดแผนที่ของแต่ละประเทศเก็บไว้ในเครื่องได้เลย ซึ่งเราเลือกให้มันแสดงผลแบบ 2D (ซ้าย) หรือ 3D (ขวา) ได้ และจุดที่ผมต้องขอชม Nokia Lumia 900 คือ มันใช้งานได้จริงครับ หมายถึงว่ามันสามารถจับตำแหน่ง GPS ได้เร็วและแม่นมาก แค่ 3-5 วินาทีก็เจอแล้ว ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้ใช้ A-GPS กับเน็ตอันแสน... ของ AIS นะครับ นั่นหมายความว่า GPS Hardware ของรุ่นนี้ค่อนข้างดีและเสถียรทีเดียว
การใช้งานก็แค่ค้นหาเป้าหมาย อันนี้อาจต้องต่อเน็ตนิดหน่อยเพื่อการค้นหาที่เร็วขึ้นครับ แต่สามารถค้นหาแบบออฟไลน์ก็ได้ เพราะแผนที่เราโหลดมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อค้นหาได้เป้าหมายแล้วระบบจำคำนวนเส้นทางให้เรา
จากนั้นก็เข้าสู่การนำทางครับผม จากที่ได้ลองใช้ดูผมว่า Nokia พัฒนาตัว Built-in GPS ดีขึ้นมากเลย จากเมื่อก่อนผมใช้ Nokia N97 ซึ่งกว่าจะจับสัญาณได้กินเวลา 2-3 นาที แถมหลุดบ่อยอีกต่างหาก นั่นแหละครับ ทำให้ผมชอบในระบบนำทาง N-Drive ของ Lumia 900 และอีกเหตุผลที่สำคัญคือ มันฟรีจ้าาาา ^^
Bing Search ดวงตาอัจฉริยะกับความสามารถในการหาหนังสือ + อ่าน Code ต่างๆ
อีกหนึ่ง Feature ที่สำคัญที่ผมชอบนั่นคือ Bing Search นั่นเองครับ ซึ่งตัวนี้ Microsoft มองว่ามันสำคัญถึงขนาดเอามันเป็นหนึ่งในสามปุ่มหลักของวินโดวส์โฟนเลยนะเออ ปุ่มรูปแว่นขยายนั้นแหละครับ แต่สิ่งที่ผมจะพูดถึงไม่ใช่ทั้งหมดของมันหรอก แต่เป็นฟีเจอร์ๆ หนึ่งในนั้นเอง
ส่งที่ผมชอบคือการค้นหาด้วยการมองครับ ไม่ต้องพิมพ์อะไรเลย แค่เข้าไปที่รูปดวงตาข้างล่างจอ
แค่นี้คุณก็จะเข้ามาในโหมดการค้นหาด้วยกล้องแล้วครับ ซึ่งมันสามารถอ่าน QR-Code (ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่มนะเออ), Microsoft Tag, ค้นหาหนังสือ, CD และ DVD ได้ นอกจากนั้นมันยังทำการ Scan text เพื่ออ่านข้อความด้วยกล้องได้ด้วยนะเออ เพียงแค่เอากล้องหันไปทางสิ่งที่เราต้องการจะอ่านหรือค้นหาเท่านั้นเองครับ
ตัวอย่าง เพียงผมเอากล้องหันไปทางหนังสือของผมก็จะปรากฎผลการคนหาขึ้นมาทันทีครับ จากนั้นคลิ๊กเข้าไป
ระบบก็จะทำการค้นหาหนังสือเล่มนี้ผ่านเนตให้เรา จะเห็นว่าหนังสือเล่มนี้มีขายใน Amazon.com ผมก็คลิ๊กตามเข้าไปก็จะเข้าสู่หน้าขายหนังสือเล่มนี้ของ Amazon นั่นเองครับ ง่ายๆ ไม่ต้องพิมพ์อะไรเลยครับ ^^
Xbox Live
ใครว่า Windows phone
ไม่มีเกมส์ดีๆ ให้เล่นกันล่ะ
หลายคนที่ชอบเล่นเกมส์ในมือถือคงหมดกังวลว่าจะไม่ได้เล่นเกมส์ดีๆ ใน
WP
ครับ เพราะเกมส์ดีๆ (ที่เสียเงิน) หลายๆ เกมส์นั้นมีลงมาใน
Market place
คอ่นข้างเยอะมากแล้ว และสิ่งที่ผมชอบคือ หากเราสนใจเกมส์ไหน เราสามารถโหลดแบบ
Demo
มาเล่นก่อนได้ด้วยนะเออ ถ้าถูกใจอย่ากเล่นเต็มที่ค่อยอัพเดทเป็นตัวเต็ม
จะเห็นว่าผมโหลดเกมส์มาลงเยอะทีเดียว (จริงๆ โหลดได้เยอะกว่านี้นะ) ซึ่งแต่ละเกมส์นั้นคุณภาพทั้งนั้นนะขอบอก ส่วนเกมส์แพงๆ ขอโหลดแบบ Try มาเล่นฟรีก่อนแล้วกันนะครับ ที่ผมเล่นแล้วติดตอนนี้ก็ PES 2012 แบบ Try ซึ่งมันเ่นได้แค่ 2 ทีม เลือกทีมไม่ได้อีกต่างหาก เอาน่ะ เล่นสนุกเหมือนกัน ^^
Windows Phone OS ไม่ Support ภาษาไทยใช่มั้ย? ไม่เป็นไร ใช้ App แก้ขัดไปก่อน = ='
อย่างที่หลายคนรู้กันคือ Windows Phone OS เวอร์ชั่นปัจจุบันนี้ยังไม่ Support เมนูและการพิมพ์ข้อความภาษาไทยนะครับ ถึงจะอ่านได้นิดหน่อยในหน้า Browser เมื่อก่อน แต่พอมาปรับเป็น IE9 ดันไปทำให้เว็บที่เขียนด้วยโค๊ดแบบเก่าแสดงผลเป็นภาษาต่างดาวซะงั้น แต่ไม่ต้องห่วง เว็บผมอ่านได้สมบูรณ์ 100% (5555+)
แน่นอนครับว่าเรื่องภาษาไทยนั้น Nokia และ Microsoft ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะได้อัพเดทเมื่อไหร่ จากที่ผมตามๆข่าวมาว่ามันอาจจะได้รับอัพเดทในเวอร์ชั่นถัดไปหรือ Tango นั้นก็กลายเป้นว่าอาจไม่มีภาษาไทยใน Tango เช่นกัน = =' หรือไม่แน่อาจต้องรอไตรมาส 3 ปีนี้เพื่ออัพเดทเป็น WP 8 เลยทีเดียว แต่ยังไม่มีการรับรองนี่สิ ว่ามือถือรุ่นปัจจุบันจะรองรับการอัพเดท WP 8 หรือไม่ มีก็แค่ข่าวแว่วๆ มาตามสายลมว่ากำลังมีการทดสอบ WP 8 ใน Nokia Lumia ซึ่งรุ่นที่น่าจะอัพได้ผมว่า Lumia 900 นั้นมีแนวโน้มสูงกว่า เพราะมีผู้ใช้มากมาย และเป็นรุ่น Flagship ของ Nokia
แต่ปัจจุบันใน Market place นั้นได้มีแอพช่วยในเรื่องของภาษาไทยเข้ามาแล้วคือ Pimthai ที่เป็นแอพคีย์บอร์ดภาาาไทย ให้เราพิมพ์แล้วก๊อปปี้ไปวางได้ หรือจะเป็น App BrowseThai ที่ช่วยเข้าโค้ดของเว็บไทยที่แสดงผลภาษาไทยเป็นภาษาต่างดาวให้กลับมาเป็นภาษาไทยได้ หรือแอพ UnAlien ที่ช่วยแปลภาษาต่างดาวที่มาในอีเมล์ของเรากลับมาเป็นภาษาคนได้นั่นเอง ใช้พวกนี้ไปก่อนแล้วกันนะ ^^
และเมื่อผนึกกำลังกัน มันก็สามารถอ่าน Pantip ได้แล้ว วะฮะฮ่า ^^
App ดีๆ มีเยอะใน Market Place แต่ส่วนใหญ่ต้องซื้อนะเออ
หัวข้อสุดท้ายนี้ มาพูดถึง Market Place กันหน่อยครับ อย่างที่รู้กันว่า Market place ของ Microsoft ตอนนี้มีแอพพุ่งเฉียดแสนแล้ว (แนะนำให้เข้า Market Place ของ US นะครับ) ซึ่งก็อย่างที่ Play Store และ App Store เป็น นั่นก็คือ แอพดีมีมาก แอพขยะก็มีมากเช่นกัน อยากได้แอพดีคงต้องไปหาที่หน้า Top Free ครับ 555+
และแน่นอน ข้อดีของผู้ใช้ Nokia Lumia สามารถโหลดแอพดีๆ (ที่มีประมาณ 10 กว่าแอพ) ที่พัฒนาโดยโนเกียได้ฟรีๆ เลยครับ
จะเห็นว่า App หลักๆ ใน OS อื่นๆ เริ่มทะยอยเข้ามาใน WP OS แล้ว คงต้องรอการพัฒนาต่อไปครับ ผมมองว่าตลาด App ใน WP ยังโตได้เรื่อยๆ และที่ผ่านมาจำนวน App มันก็โตขึ้นไวอย่างที่เห็น ^^
หมดแล้วครับ ในที่สด.... เรื่องที่ผมจะเขียนถึง Lumia 900 ในเรื่องของการใช้งานก็มีเท่านี้แหละ ส่วนตัวยังมี Feature เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมชอบและยังไม่ได้เขียนถึง แต่มันก็ยิบย่อยครับ ข้อเสียส่วนใหญ่ก็มี แต่มันก็ดันเป้นข้อเสียจาก WP OS เองซะด้วย ซึ่งทาง Nokia คงทำอะไรได้ไม่มาก (ได้แต่เทรนพนักงานให้ช่วยสอน User ตอนซื้อให้มากที่สุด เหมือนที่ผมโดนไปครึ่งชั่วโมง ^^)
จริงๆแล้วระบบนี้ยังมีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะครับ ส่วนตัวผมชอบ Design + วัสดุและการประกอบ + การรองรับความต้องการในการใช้งาน ของเจ้า Nokia Lumia 900 นี้มากเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่กำลังลังเลจะซื้อผมขอเตือนก่อนว่า เรื่องภาษาไทย ค่อนข้างเป็นปัญหานะครับ และอีกเรื่องคือ spec CPU ที่ไม่ค่อย Match กับราคาเท่าไหร่ เพราะราคาเท่านี้ทางฝั่ง Android ได้เกือบ 4 Core ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนมองครับ ยังไงผมขอสรุปจุดเด่น จุดด้อยเลยแล้วกันนะ (ก๊อปมาจากรีวิว Lumia 800 เลย)
จุดเด่น
- UI สวยเรียบ ลื่น เสถียร
- ยังไม่เจออาการค้าง Force Close
- ปุ่มกดทุกปุ่มวางตำแหน่งค่อนข้างโอเคยกเว้นปุ่มเปิดปิด
- 3 ปุ่มหลักสั่งงานระบบสัมผัสซึ่งใช้งานง่าย
- กล้องลูกเล่นเยอะ ใช้งานได้ดีมาก
- เสียงจาก Speaker ค่อนข้างดี ไม่แตก ดังกว่า Lumia 800
- การใช้งานด้านโทรศัพท์ทำได้ดีสมเป็น Nokia
- หน้าจอใหญ่ แต่ภาพไม่แตก แม้ความละเอียดจะน้อยกว่าชาวบ้าน
- App Free ดีๆ จาก Nokia เพียบ
- Nokia Drive ใช้งานได้จริง
- OS มีอนาคตแน่นอนครับ
- มี MS Office + Skydrive ให้ใช้ฟรีๆ
จุดด้อย
- แน่นอน ยังไม่รองรับภาษาไทย 100%
- ย้ายปุ่มเปิด ปิดไปไว้ด้านบนได้มั้ย เวลาใช้งานมือชอบไปโดน
- Multitasking ยังเป็นแบบ Freezing Apps อยู่
- Browser เป็นภาษาต่างดาวกับเว็บไทยบางเว็บ เช่น Pantip.com
- App ดีๆ หลายๆ App ยังไม่มา ที่มาก็ไม่ฟรี ที่ฟรีก็ไม่เยอะ T-T
- การ Sync กับ Mac ทำได้ไม่ดีนัก ผมถึงขั้นต้องลง Windows Pararell เพื่อ Sync กับมัน
- ราคาโหดไปหน่อยนะ น่าจะซัก 16,500 บาท
ที่มา : www.nappabeaver.com
…………………………………………
Mr.Vorawuth Chompubutr

CDG House 202 Nanglinchi Rd.,
Chongnonsee, Yannawa,
Bangkok, 10120, Thailand.
Tel. +66(0) 2678-0200 ext. 1542
Fax. +66(0) 2678-0989
Mobile +66(0)8 6397-8819
E-mail : voraw...@cdg.co.th
w w w . c d g . c o . t h