บทที่ ๖
รักเหนือรัก
ไม่มีใครรักจะเป็นทุกข์
แต่ทุกข์อันใดเล่าจะเท่ารัก
หากมีวาสนาเก่ากับความเพียรใหม่ กระทั่งได้พบและสามารถเลี้ยงดูรักแท้ ก็คงเป็นแรงบันดาลให้พวกคุณเต็มใจเกิดตายไปเรื่อยๆ เพื่อรักษาความเป็นอมตะแห่งรักแท้เอาไว้
แต่ความจริงก็คือการเวียนว่ายตายเกิดอย่าง ไม่รู้อีโหน่อีเหน่นี้ หาใช่มีแต่รักแท้ให้คุณชื่นชม รักแท้เป็นเพียงเหยื่อล่อให้เวียนวนอยู่ในมหาสมุทรแห่งทุกข์ พบทุกข์นานาเสีย ๙๙ ส่วน จึงพบสุขล่อใจจากความรักสัก ๑ ส่วน แต่เพียง หนึ่งในร้อยส่วนนั้น มีพลังมากพอจะทำให้คุณยอมทนแล้ว กับการแบกรับความลำบากทางกาย ความโทมนัสทางใจ ความมีใจแห้งเหี่ยว ความคร่ำครวญ ความคับแค้น ความไม่ได้อย่างใจ ความจำใจประสบสิ่งไม่น่าพิสมัย และความจำจากพลัดพรากสิ่งที่รัก…
ข้อหลังนี้แหละสาหัสที่สุด โหดร้ายที่สุด เพราะไม่ว่าจากเป็นหรือจากตาย อย่างไรก็ต้องจากกัน!
บทนี้จะชวนคุณหาวิธีรักอีกแบบหนึ่ง ที่เหนือขึ้นไปกว่ารักด้วยกิเลส เพื่อให้คุณได้ทางเลือกครบสมบูรณ์ คือเห็นว่ามีการ ‘จากกัน’ อีกแบบหนึ่ง ที่เปรียบเสมือนน้ำหลากสายไหลไปรวมในมหาสมุทรเดียว และไม่ต้องจากกันอีกเลยตลอดอนันตกาล
คุณอยู่กับความไม่รู้
มากกว่าอยู่กับคนรัก
รู้ไหมคนรักเป็นอะไรให้คุณได้บ้าง?
ถ้ามองมุมกว้างครอบจักรวาลอย่างที่สุดตามพระพุทธเจ้า พวกเรากำลังหลงติดว่ายวนอยู่ในการเกิดตาย
เกิดด้วยความลืมอดีต
ตายอย่างไม่มีทางเลือกอื่นมากไปกว่าถูกกรรมเหวี่ยงไปเกิดใหม่
ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์
กายใจต่างๆ ล่อให้หลงนึกว่ามีเราเกิดมา นึกว่ามีเราตายไป นึกว่าเราได้คนรักมา นึกว่าเราเสียคนรักไป โดยย่นย่อ กายใจนี่เองคือทุกข์ทั้งแท่ง!
เช่นนี้แล้ว สิ่งใดที่เป็นเหยื่อล่ออันดับหนึ่งให้หลงติดอยู่กับความไม่รู้ว่ากายใจเป็นทุกข์ สิ่งนั้นก็คือมหันตภัยที่ใหญ่กว่าอะไรทั้งหมด!
แล้วคนรักของคุณ ชวนให้หลงนึกว่ากายใจเป็นของดี หรือเห็นตามจริงว่ากายใจเป็นทุกข์เล่า?
คนที่คุณรักและรักคุณอย่างที่สุด คือบุคคลน่าปรารถนาสูงสุดเมื่อเทียบกับบุคคลอื่นๆในโลก แต่ขณะเดียวกันก็คือกับดักที่ทำให้คุณดิ้นไม่หลุดด้วยเช่นกัน!
ถ้ามองอย่างรู้จักแค่การมีชีวิตเดียว คนรักคือคนที่น่ารักที่สุด แต่ถ้ามองอย่างคนกำลังศึกษาว่าชีวิตคือส่วนหนึ่งในปฏิกิริยาลูกโซ่แห่งทุกข์ คนรักคือกับดักที่แกะยากที่สุด!
เมื่อพบรักแท้ คุณจะรู้สึกว่าความรักเป็นสิ่งน่าฝากใจ คือความปลอดภัยไร้กังวล และไม่ชวนให้คิดแสวงหาความสุขอื่นที่เหนือกว่า ความหลงนึกว่ารักแท้คือที่สุดแห่งสุขนั่นแหละ สัญญาณบอกว่าคุณติดกับเข้าแล้วอย่างจัง
ที่แท้แล้ว แม้แต่คนรักเองก็อาจพลิกผันเป็นทุกข์ หรือกระทั่งเป็นภัยต่อคุณได้ทุกเมื่อ ด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างก็เชื่อกิเลสที่ขับดันให้งับเหยื่อล่อเฉพาะหน้า มากกว่าอย่างอื่น อยากลองรสใหม่ก็ไปมีชู้ โกรธขึ้งก็ตึงตังทุบตีกัน ไม่มีรักแท้ของใครดลใจให้คู่รักมีสติและรู้จริงอยู่เสมอ อย่างไรก็ต้องเผลอทำตามอำนาจกิเลสวันยังค่ำ
ถ้าคุณเคยหลงทำบุญใหญ่กับเขาหรือเธอ แม้ทะเลาะเบาะแว้งถึงขั้นอยากฆ่ากัน สุดท้ายบุญเก่าก็บันดาลให้รู้สึกว่าทิ้งกันไม่ลงอยู่ดี อย่างนี้พอจะทำให้คุณรู้สึกถึงความเป็นกับดักได้ชัดขึ้นไหม?
แล้วการทำบุญร่วมกันก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องทำ กับคนเดียวนะครับ เจอกี่คนคุณก็ทำด้วยหมดนั่นแหละ จะมากหรือน้อยเท่านั้น ซึ่งมันก็เป็นไปได้ที่จะอธิษฐานมั่ว ขอสองเราจงติดตามกันไปจนชั่วฟ้าดินดับ เกิดเท่าไรเจอเท่านั้น ถ้าชาติไหนเจอคู่สัญญาเก่าเข้ามาทวงพร้อมกัน คุณก็ต้องเป็นทุกข์ล่ะว่าจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับใครดี ชาตินั้นๆจะกลายเป็นสนาม ‘แข่งบุญเก่า’ กันโดยไม่มีผู้เข้าแข่งขันรายใดรู้ตัว
ถ้าสักชาติหนึ่งคุณเคยเป็นชายวาสนาน้อย หาผู้หญิงมาชอบไม่ได้ แล้วเกิดเลื่อมใสในการทำบุญ ตลอดชีวิตทำบุญด้วยเจตนาขอมีสาวเยอะๆไปทุกชาติ ผลของบุญจะทำให้เกิดใหม่เตะตาเตะใจสาว ต่อให้ไม่หล่อ ก็มีกลิ่นกายในแบบยั่วสาวให้เกิดอารมณ์ได้ หรือมีเสน่ห์ลึกลับอันยากจะอธิบาย เอาเป็นว่าดึงดูดสาวได้มากมายเหมือนขุนแผน ซึ่งก็ไม่ใช่มีแต่ดีนะครับ เพราะต่อให้เบื่อหน่ายกามหลากสีสัน อยากหยุดเพื่อจริงใจกับใครสักคน ใจคุณก็จะไม่ยอมลง ด้วยความติดใจและต้องการลิ้มรสหวานของสาวหน้าใหม่ร่ำไป ซึ่งถ้าดวงไม่ดี รักจะเป็นนักดาบฟันดะไม่เลือกหน้านานเข้า ก็อาจเจอฟันกลับด้วยดาบของจริงเข้าให้สักวัน
เซ็กซ์เป็นเรื่องคอขาดบาดตายในชีวิตคู่ ถ้าไม่ถึงใจก็ทำให้คนส่วนใหญ่หน่ายแหนง บางครั้งเหตุของความไม่ถึงใจอาจเกิดจากความไม่ต้องตากับรูปพรรณสัณฐานของคู่ ขา แต่บางครั้งก็เกิดจากการที่เคยเป็นญาติกันในชาติใกล้ ทำไปทำมารู้สึกไม่ดี เหมือนมีความสัมพันธ์ผิดๆอยู่กับพี่น้องตัวเอง หรือหนักกว่านั้นคือเหมือนพ่อแม่ลูก ต่อให้เอาไปให้จิตแพทย์วินิจฉัยอย่างไร ก็ไม่มีวันเจอต้นตอของความผิดปกติทางจิต เพราะจิตแพทย์เองก็ระลึกชาติไม่ได้เหมือนกัน
ถ้าคู่ของคุณพลาดไปทำบาปอะไรเข้า แม้คุณอยู่ดีๆ ก็ต้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ไปโกงแชร์ชาวบ้านไว้ เวลาชาวบ้านแห่มาที่บ้าน เขาก็ต้องชี้หน้าด่าคุณด้วย หาว่าผัวเมียกันอย่างไรก็ต้องรู้เห็นเป็นใจวันยังค่ำ จะมาปฏิเสธเป็นคนอื่นคนไกลไม่ได้
คุณไม่มีทางรู้ได้เลยนะครับ ว่าคนรักของคุณเคยก่อเรื่องไว้ที่ไหนบ้าง และจะก่อเรื่องเข้าให้อีกเมื่อไร ลากให้คุณต้องพลอยฟ้าพลอยฝนรับผลกระทบเพียงใด ตอนยังไม่โดนก็อาจบอกว่าไม่กลัว ในเมื่อรักจริงเสียอย่าง แต่พอโดนขึ้นมาถ้าหนักหนาสาหัสก็ร้องโอ้กเป็นวัวถูกเชือดกันทุกราย
การเกิดเป็นมนุษย์นั้น ไม่ได้หมายถึงความมีอิสระที่จะเลือกคู่โดยไม่มีสายตาอื่นคอยดูอยู่ เวลาคุณคิด คุณจะคิดว่าตัวเองอุตส่าห์ตั้งใจจริงกับคนรักเพียงใด แต่เวลาพ่อแม่ของคนรักมอง พวกเขาจะมองว่าคุณสามารถดูแลลูกของพวกเขาได้แค่ไหน หากไม่พอใจ คุณก็อาจอด หรือไม่ก็ต้องพาหนีให้เป็นที่รู้สึกผิด รู้สึกบาดหมางกันต่อไป
แล้วตอนเลือก คุณจะเลือกด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ใช่ว่าพอแต่งแล้วเหตุผลอันนั้นจะอยู่ช่วยเป็นเสาค้ำเรือนหอให้มั่นคงคู่ฟ้า ดินเสมอไป สมมุติว่าคุณเลือกผู้หญิงคนหนึ่งเพราะเธอเป็นนางงามจักรวาล คุณก็อาจได้พบสัจธรรมหลังแต่งงาน ว่าผู้หญิงบางคนพอท้องโย้ขึ้นมาจะหน้าแก่ลงทันที และไม่กลับสาวขึ้นมาใหม่อีกเลย ถ้าบังเอิญผู้หญิงที่ว่ามาลงแจ็คพอตเอากับคุณ คุณจะได้แต่บ่นไปจนชั่วชีวิตว่าทีบางคนทำไมลูกสองแล้วยังเต่งตึงไฉไลราวกับ สาวแรกรุ่น นี่แหละ! คุณไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าจะเจอแบบไหน
หากโชคดีอยู่กันยืดถึงขั้นถือไม้เท้ายอด ทองกระบองยอดเพชร ภาวะคู่จะไม่ใช่แค่ ‘ภาวะอะไรอย่างหนึ่ง’ แต่เป็น ‘ชีวิต’ อีกแบบที่อาศัยคนสองคนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจุดสุดท้ายเมื่อมัจจุราชมาริบเอาคนๆหนึ่งออกไป ก็เท่ากับ ‘ชีวิต’ แบบนั้นหายไปด้วย เมื่อชีวิตแบบนั้นไม่มีอีกแล้ว คุณจะรู้สึกเหมือนตัวเองตายตาม คล้ายหมดเรี่ยวแรง หมดกำลังจะอยู่ต่อ ที่ยังเห็นอยู่เป็นแค่ซากของอีกซีกชีวิตที่รอเวลาตรอมใจเพื่อวางวายตาม
ในอีกทางหนึ่ง แม้สะสมความรักมาหลายสิบปี แต่ก่อนตายถ้าพลาดพลั้งไปมีความน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วทวีขึ้นเป็นความอาฆาตแค้นก่อนจิตดับ อย่างนี้ก็ซวยเลยครับ เพราะจิตก่อนดับมีความหนักแน่นมาก สามารถเป็นหัวขบวนรถจักรฉุดลากไปสู่ภูมิต่ำหรือภูมิสูงก็ได้ หากหัวจักรนั้นสร้างขึ้นด้วยโทสะ ก็ย่อมเข้าสู่อบายภูมิอันมีความเร่าร้อนสอดคล้องกัน และเมื่อเข้าสู่อบายภูมิด้วยเหตุคือคนรัก ก็ย่อมกลายเป็นปมความรู้สึกร้ายๆต่อกัน ฝังแน่นไปอีกไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ อย่างนี้เหมือนอุตส่าห์เล่นหมากรุกดีมาทุกตา แต่ดันพลาดท่าเสียทีแค่ตาเดียวตอนใกล้จบเกม จากชนะใสๆก็กลายเป็นแพ้แบบตะลึงโลกไปได้
ยิ่งกว่าความไม่รู้เกี่ยวกับคนรัก ยังมีใครต่อใครในชีวิตที่คุณจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็นจำนวนเท่าไร พากันรอหยิบยื่นเรื่องน่าแปลกใจให้คุณไม่เว้นแต่ละวัน แต่ละคนเต็มไปด้วยเรื่องที่คุณไม่เข้าใจ ไม่รู้เห็น เช่นเดียวกับความลึกลับของแผ่นดินแผ่นฟ้า ดวงดาวและจักรวาล จนกระทั่งถึงยอดสุดของความน่าประหลาดใจ นั่นคือ…
ความมีตัวคุณ!
ธรรมชาติโกหกหลอกลวงให้คุณเชื่อว่าทุกอย่าง เริ่มต้นขึ้นจากพ่อแม่ โดยบีบให้มนุษย์เห็นได้แค่นั้น กี่คนๆเกิดมาก็ด้วยวิธีออกจากท้องพ่อท้องแม่เท่านั้น ไม่เห็นจะมีกระบวนการอื่นใดก่อนหน้าเลย
ความจริงกระบวนการปฏิสนธิมีอะไรมากกว่าสิ่ง ที่ตาเห็น และลึกลับเกินกว่าวิทยาการล้ำยุคอันใดจะตรวจสอบ คุณไม่ได้เป็นแค่ผลผลิตของพ่อแม่ แต่ยังเป็นทายาทรับกรรมที่ตัวตนเก่าสร้างเอาไว้ด้วย บุญจะสร้างวิญญาณระดับสูงพอจะหยั่งลงในครรภ์มารดา และนั่นก็เป็นจังหวะที่วิทยาศาสตร์รู้กันว่าอสุจิผสมกับไข่สุกได้ แต่สิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่รู้ก็คือหากปราศจากวิญญาณหยั่งลงมา ก็ไม่มีทางที่อสุจิจะผสมกับไข่ได้ตัวอ่อนขึ้นมาเลย แม้จะพยายามใช้เทคนิคมหัศจรรย์ปานไหนก็ตาม
และที่สุดของความไม่รู้ คือ ความมีตัวคุณเช่นนี้ น่าพอใจหรือน่าหน่ายแหนงกันแน่!
ข้อสุดท้ายอันเป็นที่สุดนี้ ถ้ามีหลักเกณฑ์ชัดเจนเสียหน่อยก็คงทราบครับ แต่ถ้าวัดเอาตามความพอใจ ตามอารมณ์ และตามความไม่รู้เรื่องเงื่อนไขของการเวียนว่ายตายเกิด คนส่วนใหญ่จะบอกว่าชีวิตเป็นของน่าพอใจ นั่นก็เพราะภพมนุษย์เป็นสุคติ ภูมิ มีความน่าพอใจอยู่มาก แต่หากได้รู้ว่าพวกเรามีสิทธิ์ร่วงหล่นลงไปเป็นสัตว์เดรัจฉานด้วยความรู้ เท่าไม่ถึงการณ์ ความน่าพอใจของการเวียนว่ายตายเกิดจะลดระดับลงอย่างฮวบฮาบทันที!
สรุปคือการไม่รู้ว่าคนรักเป็นกับดักให้ติด อยู่ในวังวนเกิดตาย เป็นเหยื่อล่อให้แหวกว่ายอยู่ในทะเลทุกข์ เลือกไม่ได้ และไม่อยากรับรู้อะไรมากไปกว่าจะอยู่กับคนรักให้ได้ นั่นแหละที่ทำให้คุณได้ชื่อว่า ‘อยู่กับความไม่รู้มากกว่าอยู่กับคนรัก’
ผลข้างเคียงของบุญเก่าอันใหญ่โต
คือการมีความพรักพร้อม
จะทำบาปใหม่ได้หนักยิ่ง
มาเห็นกันให้ถึงกึ๋นกันตั้งแต่รากเหง้าเลยดี กว่า ความเหงาทำให้คุณอยากมีคนรัก การอยากเป็นที่สนใจของคนรักทำให้คุณอยากมีเสน่ห์ ความอยากมีเสน่ห์บีบให้คุณต้องทำบุญ เพราะแลไปมีแต่บุญเท่านั้น ที่เป็นแหล่งกำเนิดสูงสุดของเสน่ห์ทุกชนิด
ถ้าตลอดชีวิตของคุณได้บริจาคทานอย่างสม่ำ เสมอ แถมเป็นทานที่ประกอบด้วยความเลื่อมใสในการให้ พลังบุญจะบันดาลให้เกิดใหม่มีผิวพรรณงามเลิศ สวยหล่อสมกับเพศ กับทั้งมีความมั่งคั่งสมบูรณ์พูนสุขเป็นบารมีติดตัว
แล้วดูตามจริงเถอะครับ คนที่หล่อ สวย รวย เก่ง ครบสูตรนั้น คุณเห็นใครดีมาแต่เกิดบ้าง? ส่วนใหญ่จะหลงตัว และอาศัยคุณสมบัติล้ำเลิศที่ตนมีเพื่อการหลอกใช้คนอื่น หลงนึกว่าตนเป็นเทวดาเหนือมนุษย์ หรือไม่ก็ถางทางสู่อำนาจด้วยวิถีทางการทำเงินผิดๆกันเกือบทั้งสิ้น
ถ้าจะเพิ่มเสน่ห์อย่างชายให้มาก ก็ต้องมีความเป็นผู้นำมากๆ พอเหลิงหรือเพลินหน่อยก็พลิกจากผู้นำเป็นเผด็จการบ้าอำนาจ หรือกระทั่งติดนิสัยไปเป็นทรราชได้เลย
เห็นไหมว่าพลิกจากบุญนิดเดียว มันกลายเป็นบาปได้ง่ายๆเลย เสน่ห์และเสนียดจึงอยู่ใกล้ตัวคุณนิดเดียว คุณ ไม่มีทางคิดดีอย่างเดียว ธรรมชาติของกิเลสมันไม่เอื้อ และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมทุกคนจึงต้องมีวันขึ้นวันลง มีดวงขึ้นดวงตก สลับกันตลอดศก
ที่กล่าวมาเป็นแค่ภาพคร่าวของผลข้างเคียง แห่งบุญอันทำคนเดียวรับคนเดียวนะครับ เดี๋ยวจะฉายภาพคร่าวให้เห็นอีก ว่าผลข้างเคียงแห่งบุญอันเกิดจากการร่วมกันทำเป็นอย่างไร
คุณทำบุญร่วมกับใคร กิริยาที่ทำร่วมกันจะเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ให้เป็นไปตามนั้น เช่น ถ้าช่วยกันคนละไม้คนละมือ เห็นพ้องต้องกัน ไม่มีความขัดกัน ก็จะเป็นเหตุให้ปรองดอง ฟังเหตุฟังผลของอีกฝ่าย กับทั้งมีความคิดไปในทางเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจทำอะไรก็สำเร็จเสมอ
แต่ในทางกลับกัน หากคุณมีโอกาสร่วมบุญกับใครบ่อยๆ แล้วติดนิสัยทำบุญกันไปทะเลาะกันไป นึกว่าไม่เป็นไร ไม่มีผล แต่ที่ไหนได้ครับ ผลบุญอาจทำให้พวกคุณได้อยู่ร่วมกันในบ้านใหญ่โต ทว่าจะเป็นบ้านที่ร้อนด้วยเสียงแห่งความขัดแย้ง หรือพวกคุณอาจอยากทำธุรกิจร่วมกัน แล้วก็ขัดแข้งขัดขากันเองจนบริษัทไปไม่รอด
ยิ่งบุญหนักเท่าไร อิทธิพลก็ยิ่งใหญ่เท่านั้น ทั้งทางบวกและทางลบ แค่ทำบุญอย่างไม่ระวัง ไม่สำรวมต่อสถานที่ ไม่เคารพสมณะ ไม่สามัคคีกับเพื่อนร่วมบุญ ล้วนแล้วแต่ให้ผลร้ายอย่างคาดไม่ถึงทั้งสิ้น
แต่ด้วยความไม่รู้ คุณจะนึกอยู่แต่ว่าไปทำบุญคือได้บุญ และได้เหมือนเดิมเพิ่มทุกครั้ง มันไม่ใช่เลยครับ ต้องดูใจคุณเป็นครั้งๆไปด้วย หากใจเป็นบาปขณะทำบุญ บางทีจะให้ผลร้ายเสียยิ่งกว่าตอนทำบาปตามปกติเสียอีก
แล้วทุกชาติที่เป็นมนุษย์อันครึ่งรู้ครึ่ง หลงนี่นะครับ ส่วนใหญ่ถ้าเชื่อจะเชื่อเรื่องบุญ แต่ไม่เชื่อเรื่องบาป ฉากหน้าบางคนดูธรรมะธัมโมมาก แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยความเน่าในอย่างน่าตะลึงอึ้ง เพราะพวกนี้ผูกใจอยู่แต่ว่าฉันทำดี ฉันทำบุญใหญ่ อย่างไรก็ต้องขึ้นสวรรค์ ไม่รู้เลยว่าบาปที่ก่อมีน้ำหนักขนาดไหนแล้ว
ถ้าบาปเสมอกันกับบุญ ก็กลับมาอยู่ในโลกมนุษย์แบบครึ่งหนึ่งทุกข์หนัก อีกครึ่งหนึ่งสุขมาก แต่ถ้าบาปมีกำลังเกินบุญก็จบเลย เหมือนตุ้มถ่วงที่ฉุดบอลลูนไม่ให้ขึ้นฟ้า แถมจะถลาลงเหวเอา
สรุปคือการทำบุญนั้นได้ผลเป็นความสุขความ เจริญแน่ แต่ไม่เป็นหลักประกันเลยว่าคุณจะปลอดภัยไร้กังวลตลอดไป กลับจะยิ่งเสี่ยงกับการมีโอกาสทำบาปหนัก ในเมื่อถึงเวลารับผลบุญนั้น คุณหลงลืมไปหมดแล้วว่าได้อะไรอย่างนี้มาอย่างไร รู้แต่ว่ามีดี ก็ใช้ความมีดีนั้นทำเรื่องร้ายๆสนองตัณหาซะ
การเดินทางไปเรื่อยๆ คือการเสี่ยงไปเรื่อยๆ
การเดินทางชั่วนิรันดร์…
ฟังชวนฝันและก่อให้เกิดจินตนาการใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะสำหรับคู่รักที่กำลังอยู่ในอารมณ์หวาน คำว่า ‘การเดินทางชั่วนิรันดร์’ คงทำให้นึกถึงเส้นทางสายยาวสู่หมู่ดาวไร้ที่สิ้นสุด
แต่ขอโทษที แบบนั้นมันแค่จินตนาการระหว่างเป็นมนุษย์เท่านั้น ในความเป็นจริง การเดินทางเป็นอนันตกาลคือฝันร้ายชนิดต้องดิ้นไม่หยุดต่างหาก!
ภพมนุษย์เป็นเพียงสถานีให้ลง ‘เก็บเสบียง’ คุณจะมีสิทธิ์เป็นมนุษย์ได้อีกก็ต่อเมื่อเก็บเสบียงได้มากพอ มิ ฉะนั้นการเดินทางสู่หมู่ดาวในจินตนาการ จะแปรเป็นการเดินทางไปสู่ไฟนรก หรือไม่ก็กองขี้กองเยี่ยวของสัตว์เดรัจฉาน หรือไม่ก็ความลุ่มๆดอนๆของเปรต อันเป็นของจริงไปในทันที!
เมื่อคุณเห็นหมูหมากาไก่กับตา ก็ขอให้ทราบเถิดว่านั่นแหละเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางท่องเที่ยวเกิดตาย พวกมันเก็บเสบียงบุญไว้ไม่พอ พอแต่เสบียงบาป เลยต้องตกต่ำไปเป็นต่างๆ ความรักความโรแมนติกแบบมนุษย์น่ะเมินเถอะ อย่างพวกหมาแมวนี่ ถึงฤดูมันก็ผสมพันธุ์กันให้เสร็จๆ ไม่มีหรอกไปดินเนอร์กลางแสงเทียน ไม่มีหรอกพิธีหมั้นหรูอลังการ ไม่มีหรอกพิธีแต่งห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูงน่าประทับใจ
และแม้แต่ความเป็นมนุษย์ก็ไม่ใช่การรับปากว่าคุณจะมีความสุข แล้วก็ไม่ได้ประกันว่าคุณจะพบกับความรักแสนหวานเสมอไป คุณจะมีความสุขกับการเป็นมนุษย์ก็ต่อเมื่อเสบียงที่เตรียมไว้นั้น มีคุณภาพสูงพอด้วย!
ที่เกิดมาตาโหล พุงโร ก้นปอด มาแต่เด็ก วันๆเจอแต่สงครามกลางเมืองหรือสมรภูมิกลางบ้าน โตขึ้นถูกเกณฑ์ไปกดขี่ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากหรือหนีพ้นไปจากชีวิตเยี่ยงนั้นตลอดไป นั่นแหละครับ ตัวอย่างของการมีบุญพอจะเป็นมนุษย์ แต่คุณภาพของบุญไม่มากพอจะช่วยให้เห็นชีวิตเป็นสุขไปได้
เมื่ออัตภาพต่างๆคือการเดินทางแต่ละก้าว พวกเราก็เดินทางมาไม่รู้กี่ล้านก้าว พระพุทธเจ้าตรัสว่าให้รวบรวมน้ำตาที่เคยหลั่งมาในระหว่างการเดินทางเกิดตายไม่รู้จบนี้ ยังมากกว่าน้ำในมหาสมุทรเสียอีก!
บนโลกนี้คุณเห็นมนุษย์นับพันนับหมื่นล้าน เหมือนล้นโลกจะแย่ แท้จริงเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตแค่สปีชีส์หนึ่ง ยังไม่ได้นับหมู่สัตว์เดรัจฉานอีกหลายล้านสปีชีส์นะครับ แถมมีอัตภาพอื่นที่เราไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าอีกตั้งเท่าไร พิสดารพันลึกเกินบรรยายทั้งหลายนี้ ก็จำแนกโดยกรรมขาวกรรมดำของแต่ละเผ่าพันธุ์ทั้งสิ้น
กรรมพิสดารได้แค่ไหน ผสมดีผสมร้ายได้เท่าไร อัตภาพก็พิสดารผสมดีผสมร้ายได้เท่านั้น!
การเดินทางเวียนว่ายตายเกิดอันหาต้นหาปลาย ไม่ได้นี้ เราเรียกว่า ‘สังสารวัฏ’ เริ่มเค้าเงื่อนจากความไม่รู้ว่ากายใจเป็นเหยื่อล่อให้หลงยึด แล้วก่อบุญก่อบาปขึ้นจากความหลงยึดนั้น โดยมีความทะยานอยากเป็นแรงขับดันให้ทำบุญใหญ่บ้าง ก่อบาปหนักบ้าง จึงเป็นสุขบ้าง ต้องประสบทุกข์บ้าง ตามอัตภาพที่เสกขึ้นด้วยอำนาจบุญบาปนั่นเอง
กรรมเก่ามีหน้าที่วางแผนไว้หมดว่าชาติถัดมา คุณจะต้องเผชิญกับสิ่งใดบ้าง วิทยาศาสตร์ระดับ DNA เริ่มเห็นมากขึ้นเรื่อยๆว่าพวกเราถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าจะเกิดมามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร มีแนวโน้มจะเกิดอุบัติเหตุถี่บ่อยแค่ไหน และกระทั่งมีสิทธิ์ตายดีหรือตายร้ายด้วยโรคมะเร็งหรือโรคชราเมื่ออายุเท่าไร
กรรมใหม่ก็คือการโต้ตอบกับผลของกรรมเก่า คุณตัดสินใจทำอะไรไปแต่ละอย่าง ล้วนแล้วแต่เป็นตัวกำหนดเส้นทางใหม่ในอนาคตทั้งสิ้น
พระพุทธเจ้าตรัสว่าการเดินทางไปเรื่อยๆนั้น ที่จะเลี่ยงหลบนรกมิใช่วิสัย เพราะอย่างไรก็ต้องพลาดท่า ต้องหลงทำบาปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ระแคะระคายเลยว่ามีสิ่งใดเป็นผลตอบแทนของบาปนั้น
กรรมนั่นเองคือพร กรรมนั่นเองคือคำสาป
กรรม…
ทำเอง รับเอง
ไม่รู้เอง เสี่ยงเอง
สรุปแล้ว จนกว่าจะรู้วิธีหยุดเดินทาง คุณต้องเวียนวนอยู่กับหนทางแห่งพรและคำสาปจากตนเองเรื่อยไป บนความแกว่งไกวแห่งความไม่แน่นอนสารพัด!