บทที่ ๕
จากเป็นจากตาย (ต่อ)
จากตาย
ความโหดร้ายที่สุด คือการหลอกตาด้วยของจริง ภาพที่ปรากฏในวันสุดท้าย จะบีบให้คุณอยากเชื่อว่ารางวัลของความเหนื่อยที่ทุ่มให้กับรักแท้ทั้งหมด คือการจากลาชั่วนิรันดร์
พระพุทธเจ้าตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นได้ ต้องประกอบด้วยเหตุสองประการ เหตุแรกคือเคยอยู่ร่วมกันในปางก่อน เหตุที่สองคือเกื้อกูลกันในปางนี้
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ถ้าไม่ตายจากกัน คุณจะเอาเหตุแรกมาแต่ไหน?
ความตายเป็นส่วนหนึ่งของความรัก นี่นับเป็นสัจจะความจริงอันยิ่งใหญ่!
สุดท้ายปลายทางของชีวิตคุณทั้งสองจะตอบได้ว่าคนเรามีรักแท้ไปทำไม รักแท้จะทำให้ใจคุณนิ่ง ไม่ซัดส่าย ไม่หลงทาง และไม่มืดยามตาย สิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุดคือการรักษารักแท้ไว้รอพบจุดจบที่งดงาม เพื่อการเริ่มต้นด้วยตัวตนใหม่อันไม่เป็นที่รู้ว่าที่ไหนและเมื่อใด
แค่รู้เท่านั้นว่ารักแท้จะรออยู่ที่นั่นเสมอ!
ถ้าคุณมีคนรักที่กำลังจะตาย คุณอาจเห็นความตายเป็นศัตรู อยากต่อสู้กับมัน แต่การต่อสู้กับความตายนั้น ไม่อยากแพ้ก็ต้องแพ้ ฉลาดแค่ไหนก็เอาชนะไม่ได้ เพราะกำเนิดชีวิตคือจุดเริ่มต้นนับถอยหลังสู่ความตาย ความตายมันแฝงอยู่แล้วในความเกิด
ระหว่างมีชีวิตคุณจะเรียนรู้วิธีเตรียมใจทันหรือไม่ทันเท่านั้น!
หากเตรียมใจทัน คุณจะเห็นความตายเป็นครู และสอนวิชา ‘เห็นตามจริง’ ได้ดีที่สุดในโลก ความจริงมีอยู่ว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้วต้องดับเป็นธรรมดา ใจที่ยึดมั่นถือมั่นมากเท่านั้น จะทำให้กลายเป็นเรื่องผิดปกติไป
นี่เป็นมุขเด็ดของธรรมชาติ คือแกล้งให้พวกคุณรู้สึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ตายแล้วตายเลย เหมือนหายสาบสูญไร้ร่องรอยใดๆ
นั่นเองคนอยู่ข้างหลังจึงอดร้องไห้ไม่ได้ เพราะกลัวไม่เจอกันอีก และเหมือนต้องทำอะไรต่างๆอยู่คนเดียวไปจนสิ้นกาลนาน
ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ควรร้อง คือเสียใจที่ทำอะไรให้คนรักน้อยไป คุณไม่รู้หรอกว่าคุณและคนรักทำอะไรไว้ให้แก่กันมากเกินหรือน้อยไปเพียงใด จนกว่าคนรักของคุณจะหายไปแบบไม่มีวันกลับมา
อันที่จริงความรู้สึกผิด ล้วนแล้วแต่จะเป็นตัวกำหนดว่าเมื่อเกิดใหม่ คุณจะอยากทำอะไรให้คนรัก เพราะสิ่งที่อยากทำให้กับคนรัก จะถูกระดมมาชุมนุมอย่างหนาแน่นในช่วงรอเวลาตายนั่นเอง เมื่ออยากทำอะไรดีๆในช่วงใกล้ตาย ย่อมบันดาลให้ได้ทำจริงในชีวิตหน้า
ความตายคือการล้างความจำให้หมดเสียก่อน คิดดูนะครับว่าถ้าไม่ตาย คุณก็จะเคยชินกับการอยู่ร่วมกันแบบเดิมๆไปเรื่อยๆ และถ้าไม่ลืม ยังคงจำได้เท่าเดิม การพบกันใหม่ก็จะมีค่าเท่ากับภพเดิมอีก เพราะต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจความเคยชินเดิมๆอยู่นั่นเอง เสวยบุญชุดเก่าไม่เลิกราอยู่นั่นเอง ไม่เปิดโอกาสให้บุญใหม่ๆได้แสดงบทเสียบ้าง
จะวัดว่าทำอะไรให้กันและกันดีพอหรือยัง ดูที่ตอนจบก็ได้ ชีวิตคือเกมๆหนึ่ง ถ้าตอนจบดีก็ให้นับว่าชนะ ไม่ต่างจากเล่นกีฬา ถึงระหว่างเล่นจะล้มลุกคลุกคลาน ผิดพลาดฉกาจฉกรรจ์ปานไหน ถ้าตอนจบฉวยโอกาสทองทัน ก็ถือว่าคุณเป็นผู้ชนะอยู่ดี
จบดีแบบรักแท้ คือรู้สึกดีต่อกัน และมีกำลังใจรอเจอกันใหม่อีก ชัย ชนะในเกมรักจึงหมายถึงการที่พวกคุณจะได้ไปเปิดศักราชพบรักใหม่อย่างเป็นสุข จะเคยทุกข์ร่วมกันมาเพียงใด ไม่ต้องเอามานับแล้ว ลืมไปให้หมดได้แล้ว
รูปกายกับดวงจิตในภพใหม่เป็นผลของกรรมใน ชาตินี้ พูดอีกทีได้ว่าการกระทำของคุณทั้งหมดตั้งแต่จำความได้ ก็คือมนต์เนรมิตตัวตนใหม่ กายใจใหม่ขึ้นมานั่นเอง ฉะนั้น เมื่ออยู่กับใครมานาน มีกรรมสัมพันธ์ร่วมกันมามาก ก็ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่เจอกันอีก พวกคุณจะมีกายใจใหม่เพื่อกันและกัน เหมือนสั่งสมแรงแม่เหล็กไว้วันต่อวัน พอเกิดใหม่ย่อมล้นไปด้วยพลังแม่เหล็กดึงดูดสะสม อย่างไรก็ต้องดึงดูดให้เข้ามาติดกันอีกแน่ๆ
ถ้าเชื่อมั่นว่าระหว่างอยู่ด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างเป็นแรงบันดาลใจให้อยู่อย่างสว่าง ก็ย่อมหวังได้ว่าจะพบกันในความสว่าง รูปชีวิตต่อไปของพวกคุณจะถูกตกแต่งให้เป็นที่สบาย และแม้เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ สายตาของพวกคุณจะมองไม่เห็นตัวเลือกอื่น บุญก็จะคุมไม่ให้พวกคุณตัดสินใจผิดคิดเลือกใครมาแทนคู่แท้เลย แม้ตัวเลือกจะมากมายขนาดไหนก็ตาม
ท้ายบท
หวังว่าบทนี้คงช่วยให้คุณมองเห็นค่า
ที่มีอยู่ตามจริงของการจากกันได้บ้าง
ความตายคือการต่ออายุให้กับรักแท้
แต่ความเป็นอมตะของชีวิตจะฆ่ารักแท้ด้วยสองดาบ
คือความเบื่อหน่ายและความชาชิน
เมื่อคุณเห็นแล้วว่ารักแท้มิใช่การอยู่ร่วมกันตลอดไป
โจทย์สำคัญข้อต่อไปคือจะเอาอย่างไรดี
ถ้าเบื่อหน่ายวังวนแห่งการพบแล้วพรากเต็มทีแล้ว