“ฅนสานฝัน” เวทีข้างนอกเวทีหนึ่งที่มีขึ้นเพื่อช่วยเชื่อมต่อระหว่างพี่กับน้อง...แต่ไม่ค่อยมีคนมาช่วยสานต่อ...มีแต่แป๋วกะเส็งและผองเพื่อน พร้อมกับทีมงานระเบียงต่วย...
From: asaf...@googlegroups.com [mailto:asaf...@googlegroups.com]
On Behalf Of Sayan Wanthong
Sent: Wednesday, June 08, 2011 9:57 PM
To: asa family; ASASUT SURANAREE U.
Subject: [ครอบครัวอาสา:2477] Website
ชมรม
สวัสดีครับ พี่ เพื่อน น้อง (ยาวนิดนะครับ)
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มันเคยมีเรื่องราวหลายเรื่องราวที่สื่อผ่าน เว็บไซด์
"ชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท"
มีเรื่องราวที่น้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ได้มาสื่อสารกันผ่านทางหน้าต่างที่เรียกว่า "เว็บบอร์ด"
ผมเป็นคนหนึ่งที่เสพสื่อนี้อยู่และได้ทราบข่าวเกี่ยวกับการดำเนินไปของกิจกรรมที่มันเกิดขึ้นกับชมรม "ค่ายอาสาฯ"
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การทำค่าย การบอกเล่าข่าวสารเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคนในชมรม มันเป็นสื่อที่เรามองเห็นผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
ทุกวัน ว่าวันนี้ที่มหาวิทยาลัยมันมีอะไรเกิดขึ้นกับคนอาสาบ้าง
ทุกวันนี้ข่าวสารต่างๆที่เกิดขึ้นมันไม่มีแล้ว เราเพียงแต่หวังว่ามันจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเรื่องราวที่ผ่านสื่อออนไลน์ จริงอยู่ที่ว่าเว็บไซด์มัน
ไม่มีความสำคัญหรือหมดค่าเมื่อหลายคนหันไปสนใจ เฟ็คบุ๊กกันหมด เพราะว่ามันมีเนื้อหาที่คลอบคลุม ตอบโต้ผ่านคนนั้นคนนี้
หรือแสดงความเห็นผ่านเจ้าของโดยตรงได้ แต่ว่าส่วนตัวคิดว่าการที่เรามีสื่อที่มันไดเร็คกว่าน่าจะช่วยให้เราสามารถคุยกันผ่านทางหน้าจอ
สี่เหลี่ยมนี้ได้มากกว่านี้ ทุกวันนี้ผมเองเปิดเว็บไวซ์ ชมรมค่ายอาสาที่มันไม่มีแล้วแล้วก็ อืม เข้าใจ ทำใจ นะเรามันคนรุ่นเก่าแล้ว
เราเคยถามตัวเองว่าเราจบมากี่ปีแล้วนะ เราไปค่ายครั้งล่าสุดเมื่อไหร่นะ เราทำกิจกรรมกับน้องๆล่าสุดเมื่อไหร่นะ น้องมาทำค่ายแถวบ้าน
หรือเปล่านะ คิดถึงน้องๆนะ คิดถึงชมรมนะ คิดถึงอดีตไต้ร่มสนที่หน้าชมรมนะ คิดถึงจานข้าวที่เรากินกับ พี่ น้อง อาสา นะ คิดถึงเพลงชมรมนะ
อยากร้องเพลงชมรมกับน้องว่ะ
ในฐานะรุ่นพี่
เมื่อเข้าสู่วัยที่เรียกว่า วัยทำงาน หลายคนก็ ทำงาน เรียน มีครอบครัว มีลูก ไปต่างประเทศ ไปใหนต่อใหน มันคือความจริงที่เกิด
มันไม่เหมือนสมัยเรียนหนังสือที่ หลังเลิกเรียนนัดเพื่อนมาคุยกันหน้าชมรม นอนชมรม ทำการบ้านที่ชมรม ติวข้อสอบที่ชมรม กินข้าวที่ชมรม
กินข้าวหน้า มอ หรือ กินเหล้าหน้ามอ กินเหล้าบ้านเพื่อนหน้ามอ ซึ่งมันเป็นไปได้น้อยลง น้อยลง เรื่อยๆ ตามอายุ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็มี
กิจกรรมที่เราทำร่วมกันอยู่ ในรอบหนึ่งปี คือ อาสาสัมพันธ์ แต่หากว่าเรามองย้อนกลับไปถึงกิจกรรมที่มันเกิดขึ้น มันมีความหมายสำหรับ
เรามากสำหรับรุ่นพี่ เช่น การที่เพื่อนกับมาเจอเพื่อน การที่พี่ รุ่นก่อน กับมาเจอ น้องรุ่นหลัง พี่เจอน้องๆ ทำกิจกรรมเพื่อสังคมบ้างในรอบปี
มันคือความจริงเราทำได้ดีมาตลอด หากแต่ว่า เรามองข้ามจุดที่เรียกว่า ห่วงโซ่หรือ วัฏจักร ที่มันเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะว่าตอนนี้มันขาดไป
ถามตัวเองว่าเรารู้จักรุ่นน้องรุ่นล่าสุดคือใคร ทุกวันนี้ยังตอบได้ไม่เติมปากว่าใครว่ะ เออว่ะ ใช่ๆ จำได้แล้ว อยากให้รุ่นพี่
รุ่นเพื่อน ช่วยกันคิด
หน่อยครับว่า มันมีวิธีใหนบ้าง เช่น (ความคิดผมคือ การเยี่ยมค่าย โดยการนัดกันว่าเราจะไปที่นี่ทำกิจกรรมอาสาสัมพันธ์ย่อย ที่นี่ ที่ค่ายที่น้องทำ
ก่อนอาสาสัมพันธ์ใหญ่ นัดวันกันมาผ่านสือ ออนไลน์ การเดินทาง ต่างคนต่างไป ไปด้วยกัน หรือรถโดยสาร แล้วแต่) เป็นต้น ซึ่งอย่างน้อยๆ เรา
เองก็ได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง พี่ เพื่อน มีความเห็นอย่างไรก็เสนอมาครับ ต้องต้องรู้จักคนรุ่นใหม่แล้วล่ะครับ รู้ไว้ใช่ว่า จริงใหมครับ
ทุกวันนี้เราทำมันเหมือนว่าเราเน้นที่กิจกรรมอาสาสัมพันธ์ใหญ่เพียงอย่างเดียว ห่วงโซ่ มันก็น่าจะเกือบจะหลุด สายใยมันเริ่มเป็นแผลใหญ่
เราสื่อสารผ่านเว็บเราเองคิดว่าน่าจะดีกว่า
ในฐานะรุ่นน้อง
เมื่อเข้าสู่วัยเรียน แน่นอนสิ่งที่ คุณพ่อ คุณแม่หวัง คือ การที่ลูกมีอนาคตอันสดใส เรียนจบหลักสูตรตามเกณฑ์ มีงานดีๆทำ อยู่บริษัทใหญ่
มั่นคง หรือเรียนให้ได้เกียรตินิยม มันคือ อุดมคติที่คนเราสร้างขึ้นอยู่แล้ว การที่ มหาวิทยาลัย มุ่งหวังความเป็นเลิศทางวิชาการมากขึ้น ย่อมหมายถึงการ
เรียนที่เข้มข้นขึ้น การสอบที่ต้องเขี่ยวมากขึ้น อย่าว่าแต่เวลาทำกิจกรรมอื่นเลย แค่เวลานอนแทบยังไม่มี ยิ่งเวลาใกล้สอบ ยิ่งสุดๆ ใหนเวลาที่มีให้แฟน
ให้สาขา ให้เพื่อน ให้น้องๆ มันก็หมดแล้ว กิจกรรมทำเพื่อสังคม ทำบ้างก็พอแล้ว อันนี้มันคือความจริงที่เกิดขึ้นกับการศึกษาไทย
หากแต่ว่ามันจริงไม่ทั้งหมดเพราะว่าเมื่อเราก้าวออกจากรั่วมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ เราจะกลายเป็นคนที่โดดเดี่ยว คิดถึงแต่ตัวเองไม่สนใจกับใคร
หวังอย่างโน้นอย่างนี้ เช่น เราต้องเอาวิชาการที่เรามีไปประยุกต์ใช้ให้องค์กรที่เราทำอยู่ให้มันรวยขึ้นๆ แต่เราเงินเดือนเท่าเดิม โบนัสเท่าเดิม สิ้นปี เลื่อนตำแหน่ง
ลาออก หางานใหม่ได้โบนัส อันนี้มันคือ ความต้องการงั้นหรือ
จากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับระดับ หัวหน้างาน (กรณีทำงานโรงงาน กรณีอื่นก็ว่าตามกันไป)
เราถามเขาว่า :
พี่เลือกน้องแบบใหน
คำตอบที่เขาตอบผมมากที่สุด คือ
1. น้องที่เรียนปานกลาง ( 2.2
ถึง 2.9 )
2. มีกิจกรรมทำระหว่างเรียน
3. มีใจให้คนอื่น
ผมถามต่อว่า :
ทำใหมครับ
เขาบอกว่า : ผมรับมาเพื่อเป็นหัวหน้า
นั่นคือ คุณต้องรู้จักการบริหารตัวคุณและคนที่อยู่ต่ำกว่าคุณ
ให้พวกเขาได้ทำงานให้บริษัทได้ ไม่ใช่อะไรอะไร ก็คุณเป็นคนทำ ถ้าแบบนี้ผมก็ต้อง
เหนื่อยมาดูแลคุณต่ออีก สู้ไม่รับคนแบบนี้ดีกว่า เอาแบบที่ผมว่าถ้ามีผมรับเลย งานผมมาฝึกแบบเดียวก็ได้เพราะพวกนี้มันฉลาด รู้จักบริหารเวลา ทำงานเรียกได้
ว่าเอาความรู้ที่เราเรียนมาใช้เฉพาะวิชาเท่านั้น ไม่ต้องหมดหรอก หากว่าเราเรียนรู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย มีความรู้พอทำงานได้ก็พอ น้องก็เอาไปคิ=B
G J Steel Public Company Limited ("GJS")
This message and any attached files may contain confidential information and/or subject to legal privilege intended only for use by the intended recipient. If you are not the intended recipient, please be advised that you have received this message in error and that any dissemination, copying or use of this message or attachment is strictly forbidden, as is the disclosure of the information therein. GJS employees are expressly requested, amongst other things, not to make any defamatory, threatening or obscene statements and not to infringe any legal right (including any infringement of copyright) by email communication. Any such communication is contrary to GJS’ acceptable use policy and outside the scope of the employment of the individual concerned. GJS will not accept any liability in respect of such a communication, and the employee responsible will be personally liable for any damages or other liabilities arising.
สนุกมากครับเฮีย
ม่อนว่าพิมพ์นานแล้ว แต่เฮียนานกว่า…นับถือๆ
ของอย่างนี้มันอยู่ที่ใจครับทุกท่าน
----- Original Message -----From: Viyaporn Krongtong
Sent: Thursday, June 09, 2011 11:29 AMSubject: RE: [ครอบครัวอาสา:2479] Website ชมรม
--