"นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน"

2 views
Skip to first unread message

Zytemp

unread,
Nov 22, 2007, 10:28:59 PM11/22/07
to ym...@googlegroups.com, freeki...@googlegroups.com, zido...@googlegroups.com, the...@googlegroups.com, vampire...@googlegroups.com, ThaiBit...@googlegroups.com, pinay...@googlegroups.com, Vamp...@googlegroups.com, junjaow...@googlegroups.com, sec...@googlegroups.com, shar...@googlegroups.com, unz...@googlegroups.com, nude...@googlegroups.com, SeaG...@googlegroups.com, DDj...@googlegroups.com, top...@googlegroups.com, Cool...@googlegroups.com, ThaiT...@googlegroups.com, Visit-T...@googlegroups.com, xXpi...@googlegroups.com, ban...@googlegroups.com
ได้เวลาเที่ยวแล้ว ลื้อเต้นออกมาตากแดดกันหรือยังครับเพื่อน
 
 
 
 
...นิยามแรกของภูทับเบิกคือ "นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน"
...ส่วนนิยามที่สองได้แก่ "นอนทับเบิก 1 คืน อายุยืน 15 ปี"

   ภูทับเบิก มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา ป่าไม้ สายหมอก ไอหนาวและอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลและทะเลหมอกที่มีให้ดูตลอดปี
..."ภูทับเบิก" ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติแต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าระยะห่างโดยประมาณ 31 กม. ภูหินร่องกล้าอยู่พิษณุโลก ภูทับเบิกอยู่เพชรบูรณ์ ครั้งหนึ่งก่อนนี้พื้นที่ตรงภูทับเบิกเป็นของชาวบ้าน(ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่) แต่ด้วยความที่ว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวมาพักโดยต่อเนื่องทางจังหวัดจึงได้ตั้งภูทับเบิกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้น 


    ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร  ภูทับเบิกมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์   นอกจากนี้ภูทับเบิกยังเป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542) เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542

 

อ่านต่อพร้อมกับภาพสวยๆได้ที่นี่ http://www.muangthai.com/mmnews/index.php?mod=article&cat=TravelNews&article=567

 

บายยยยยยยย

Zearch

u4_tubburg_01.jpg
u4_tubburg_03.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages