เจริญพร
ต้องตอบว่าพวกที่ไม่ใส่ใจการงาน ปล่อยปละละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบของตน แล้วทำให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้อื่นเดือดร้อน จัดเป็นผู้ที่เอาเปรียบผู้อื่น ไม่จัดเป็นผู้ที่ทำงานด้วยจิตว่างแต่ประการใด
ในทัศนะของท่านพุทธทาส ผู้ที่ทำงานด้วยจิตว่าง ก็คือ
ว่างจากความเห็นแก่ตัว ไม่เบียดเบียนผู้อื่น รู้จักความพอดี ประเมินความสามารถของตนเองได้ ทำงานไปอย่างเต็มความสามารถ แต่ก็ต้อง"วางให้เป็น" เหมือนอย่างที่หลวงพ่อชาบอกไว้ว่า ถึงเวลาวางก็ให้มันวาง ให้มันเป็นคนละอย่าง ทำก็ได้ วางก็ได้ ให้มันขาดกันไปเลย
อย่างที่หลวงพ่อชาบอก คนส่วนมากมักจดจ่อกับงานที่ทำอยู่ ถ้ายังทำไม่เสร็จ
จิตก็ไปอยู่กับงานที่ค้างไว้ ครั้นจะเร่งๆ ทำให้มันเสร็จๆ ไปให้รู้แล้วรู้รอด มันก็ไม่ตรงกับทางธรรม เพราะ "ไม่มีอะไรจะรู้จบได้เลย ถ้าใจเรายังไม่ยอมเลิก ไม่ยอมหยุด"
องค์พุทธะทรงสอนว่า "เหตุแห่งทุกข์" คือ ตัณหา หรือความอยาก ความปรารถนา ซึ่งการจะดับทุกข์นั้น ท่านสอนให้ยุติที่เหตุ เมื่อเหตู(ตัณหา)ลด ผลก็ลด เมื่อเหตุดับ ผลก็ดับ(นิโรธ)
ควรยุติการแสวงหา เลิกไขว่คว้า เลิกดิ้นรนตามความอยาก ตามที่ตัณหามันบงการ ต้องรู้จักคำว่า "พอ" ต้องหาความพอดีให้ได้