ตามกฎหมายไทย พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๑๙ วรรคแรก
"ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒
ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์
และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย"
> ผมคิดว่าที่เขียนมานี้ ก็น่าจะอธิบายได้ครอบคลุมหมดแล้วนะครับ
> ไม่มีอะไรจะเสริมอะ น่าจะเอาโพสต์ไว้บน blog หรือบนเว็บของ ReadCamp
> ก็น่าจะพอแล้วนะ เดี๋ยวคนวิจารณ์เขาตามมาอ่านเองแหละ
> 2008/11/30 Arthit Suriyawongkul <art...@gmail.com>:
> > เย่!
> > ก่อน Ford ส่งมาผมก็อ่านแล้วล่ะ
> > เมื่อวานก็มีพี่คนหนึ่งถาม คุยกันอยู่พักหนึ่ง นานพอควร
> > และคิดว่าจะเปิดเซสชันคุยเรื่องนี้ แต่ก็วิ่งไปวิ่งมา จนไม่ได้ทำ
> > (เอาไปแปะไว้ห้องสองเป็นหัวข้อสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ได้เปิด)
> > วันนี้ตื่นมา เลยจะเขียนบล็อกแทน
> > ก็เห็นมีลิงก์มาจากคุณ mnop
> >http://itshee.exteen.com/20081130/readcamp
> > อันเดียวกันที่ Ford เห็นนั่นแหละ
> > ตอบในฐานะผู้ออกแบบโลโก้นะครับ
> > เรื่องลิขสิทธิ์นี้มีคนถามกันมาตลอด
> > ตั้งแต่โลโก้ยังเห็นกันอยู่แค่สองคน คือผมกะนิ้ว
> > เพื่อน ๆ ก็ทักอยู่เรือย ๆ ตั้งแต่เมลไปถามความเห็นกัน
> > แต่ผมก็ยังยืนจะเอาอันนี้แหละ
> > ข้างล่างนี้คือความประสงค์ของผม - จะเรียกว่า hidden agenda ก็ได้ :p
> > ถ้ามีปัญหาอะไรนี่ก็ยินดีครับ (ลองดูว่าอะไรคือปัญหา และทำไมผมจึงจะยินดี
> > ได้ในข้อความข้างล่าง)
> > ----
> > ในที่สุดก็มีคนเห็นบ้างแล้ว ประเด็นลิขสิทธิ์ และที่เชื่อมถึงคอมมอนส์
> > ในวันงานก็มีคนถาม และมีโอกาสได้คุยอยู่นานพอสมควร
> > ในโลโก้นี้มีความประสงค์อยู่หลายอย่าง
> > อันแรกก็คือ ชวนดูว่าข้างในมันมีอะไร
> > มันล้ออะไรอยู่บ้าง แล้วทำไมเราเห็นถึงมัน แล้วบางคนอาจจะไม่เห็น
> > (ใครไม่เคยเห็นโลโก้พิซซ่าฮัทมาก่อน ก็คงไม่นึกถึง
> > หรือในเรื่องเจ้าชายน้อยเอง ก็ยังมีคนเห็นไม่เหมือนกัน)
> > อันนี้ก็ตามแนวคิดของงาน ของแต่ละอย่างอ่านได้หลายแบบ
> > แล้วแต่คนอ่าน อำนาจอยู่ที่คนอ่าน-ด้วย
> > อันสองก็คือแนวคิด rip/read mix burn**
> > ต่อจาก read แล้ว คุณ mix ดัดแปลงมันออกมาเป็นงานใหม่ได้ไหม
> > สร้างเป็นของใหม่ที่อยู่บนฐานเก่า
> > อันนี้เป็นฐานคิดของคอมมอนส์ที่อยู่บนเรื่องของทรัพย์สินร่วมกัน
> > และการสร้างสรรค์ derivatives
> > ตัวโลโก้ก็จะสื่อถึงว่า นี่ไง งานดัดแปลง อยู่บนฐานของความคิดคนอื่น
> > ออกมาเป็นงานใหม่
> > อย่างไรก็ตาม ครีเอทีฟคอมมอนส์ ไม่ได้สนับสนุนให้ละเมิดลิขสิทธิ์
> > เพราะถึงอย่างไรกลไกของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ก็ต้องทำงานอยู่บนกฎหมายลิข สิทธิ์
> > และภาพประกอบของเจ้าชายน้อยยังเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์อยู่
> > จึงนำไปสู่ประสงค์ที่สาม
> > ที่เป็นการเคลื่อนไหวที่อยู่นอกกรอบของครีเอทีฟคอมมอนส์ในแง่สัญญาอนุญาต
> > แต่อยู่ในเป้าหมายของ Free Culture movement
> > คือ ท้าทายระบบกฎหมายลิขสิทธิ์ปัจจุบันที่คุ้มครองผลงานจนเกินพอดี
> > โดยในกรณีนี้คือการ *จงใจ* นำงาน *อันมีลิขสิทธิ์* มาดัดแปลงเป็นงานใหม่
> > ว่าง่าย ๆ คือ *จงใจทำผิดกฎหมาย* เพื่อทดสอบลิมิต
> > และจะยอมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย เพื่อนำไปสู่ *การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย*
> > เหมือนกับที่ Rosa Parks หญิงผิวสี เคยทำ*ผิดกฎหมาย*
> > ปฏิเสธคำสั่งของคนขับรถเมล์ ที่สั่งให้เธอลุกให้คนผิวขาวนั่ง เมื่อ ค.ศ.
> > 1955 เธอถูกดำเนินคดี
> > และเหตุการณ์นี้จุดประกายการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง
> > และนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายที่ละเมิดสิทธิพลเมือง
> > (หรือถ้าเกิดกลายเป็นว่า การแก้ไขดัดแปลงนำมาใช้เช่นนี้
> > นี่ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย นี่ก็จะเป็นการทดสอบลิมิต
> > ว่ากฎหมายจำกัดถึงแค่ไหน เพื่อสร้างความชัดเจน
> > ไม่ตกอยู่ในความกลัว-คลุมเครือ)
> > แน่นอนว่าการทำผิดกฎหมาย
> > ย่อมได้รับการต่อต้านหรือไม่เห็นด้วย
> > แม้จากแนวคิดผู้ที่สนับสนุนแนวคิดครีเอทีฟคอมมอนส์
> > จึงนำไปสู่คำถามที่สี่-คำถามพิเศษเพื่อทบทวนตัวเอง-ต่อผู้สนับสนุนสัญญาอนุญาตค รีเอทีฟคอมมอนส์แต่ยังลังเลกับขบวนการวัฒนธรรมเสรี
> > คือ
> > ถ้าคนเห็นอกเห็นใจ มี sympathy กับ อองตวน
...